กรุณาใส่ชื่อจริงและใจความสำคัญในช่องว่างด้านล่างนี้:

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กำกับดูแลกรมธนารักษ์ ก็ได้รับมอบหมายให้มาตอบในกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของท่านฐิติกันต์ ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ผมขอประทานอภัยด้วย เพราะว่าที่ลงมาช้า ติดกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ข้างบน และการตอบในวันนี้จะเป็น Script ธรรมดาท่านจะเห็น ผมพูดสด แต่อันนี้เนื่องด้วยมันเป็นรายละเอียดที่มันเป็นเรื่องข้อกฎหมายขั้นตอน จะขอ อนุญาตอ่านตรงนี้ แล้วตอนท้ายของแต่ละคำถามผมจะสรุปในส่วนของผมนะครับ

ในประเด็นแรก พื้นที่ตรงนี้มันเป็นเรื่องตั้งแต่เก่าก่อนตั้งปี ๒๔๖๓ เรียกว่า กระทรวงเกษตราธิการ พวกเราก็ไม่ทันกัน ซึ่งได้ดำเนินการบังคับซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว จากประชาชนของบ้านบางเทาจำนวน ๒๐๔ ราย พื้นที่ ๗๐๔ ไร่เศษ มาทำเหมืองแร่ ออกประทานบัตรให้กับบริษัท บริษัทหนึ่ง ซึ่งได้ดำเนินการมาหลายสิบปี จนกระทั่งยกเลิก ประทานบัตร สิ้นสุดอายุลงในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๐ ปี ๒๕๒๐ เป็นปีที่มีความสำคัญ เพราะว่ามันจะมาผูกพันกับเรื่องของการคิดคำนวณเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในปี ๒๕๒๕ กรมธนารักษ์ก็ได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวขึ้นทะเบียนกับที่ดินราชพัสดุ เป็นแปลงทะเบียน ที่ ภก. ๒๖๓ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สถานะของที่ดินแปลงดังกล่าว ถึงแม้ว่ากระทรวงเกษตราธิการจะไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการโดยตรง แต่การได้มาและขั้นตอน ในการที่ครอบครองเป็นไปตามระเบียบวิธีการที่กฎหมายกำหนด และเป็นการสงวนที่ดินไว้ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และกฎหมายของ พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ ในระหว่างที่มีการทำเหมืองแร่ก็มี การบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินจำนวนมาก เมื่อราชการยกเลิกประทานบัตรเหมืองแร่ ราษฎรก็ได้ร้องขอกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งมีมติ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ ให้ขายที่ดินซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพคืนให้แก่ราษฎรผู้ถือสิทธิเดิมในราคาที่ ผู้ซื้อรับภาระได้ อันนี้เป็น Keyword นะครับ และให้เช่าสำหรับผู้บุกรุกภายหลัง ทั้งนี้ ก่อนดำเนินการขายและให้เช่าให้กระทรวงมหาดไทยกันที่ดินในส่วนที่ทางราชการจะต้องใช้ เพื่อสาธารณประโยชน์ไว้ด้วย อันนี้เป็นมติ ครม. ดั้งเดิมเลย ต่อมาเมื่อมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๓ อนุมัติให้ดำเนินการตามแนวทางถือครองที่ดินที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้แบ่งกลุ่มผู้ถือครองที่ดินเป็น ๓ กลุ่ม อย่างที่ท่านได้เรียน กลุ่มที่ ๑ คือขายให้กับ ราษฎรผู้ถือสิทธิเดิมหรือทายาท โดยกำหนดราคาขายจากราคาที่ดินตามที่ทางราชการบังคับ ซื้อจากราษฎร คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ซึ่งเป็นปีที่ทางราชการ เลิกใช้ที่ดินเพื่อกิจการเหมืองแร่ ก็ต้องไปคิดคำนวณเอาว่าพื้นที่นั้น ๆ ก่อนที่ทางรัฐบังคับซื้อ ตั้งแต่ปี ๒๔๖๐ กว่า จนกระทั่งมาถึงปี ๒๕๒๐ เอาราคาที่ซื้อเป็นตัวตั้งแล้วคิดคำนวณ บวกอัตราดอกเบี้ย ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีเรื่อยมา กลุ่มที่ ๒ เป็นการขายให้กับราษฎร ผู้ถือครองที่ดินมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี นั่นก็คือถือครองที่ดินมาก่อนปี ๒๔๙๑ ๓๐ ปี นับย้อนตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ให้กับกลุ่มนี้หรือทายาท โดยกำหนดราคาขายจากราคาประเมิน ที่กรมที่ดินได้ประเมินไว้สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ในปี ๒๕๒๐ ต้องเอาตัวเลขเรื่องของการประเมินที่ดินในปี ๒๕๒๐ บวกอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ ๗.๕ ต่อปี และกลุ่มที่ ๓ ราษฎรที่ดินครอบครองที่ดินไม่ถึง ๓๐ ปี ไม่ให้กรรมสิทธิ์ ที่ดิน แต่จะดำเนินการจัดการให้เช่าตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดหา ประโยชน์ในที่ราชพัสดุตามที่กระทรวงการคลังเสนอ นั่นก็คือเข้าสู่กระบวนการเจรจา กับกรมธนารักษ์เพื่อที่จะเช่าใช้สิทธิในพื้นที่ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในอัตราที่เหมาะสม กระทรวงการคลังเองในขณะนี้ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเป็นที่ สาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยการขายให้แก่ทายาทเจ้าของเดิม พ.ศ. .... อันนี้เป็นชื่อ กฎหมาย เพื่อนำเสนอต่อ ครม. อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งสำนักเลขาธิการ ครม. ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว โดยปกติสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ เดือน ในการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยทั่ว ๆ ไป อันนี้เป็นกรอบระยะเวลาโดยคร่าว หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังเสนอก็จะให้ตรวจพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติไปได้ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็จะมาพิจารณาเอกสารและ หลักฐานข้อเท็จจริงแล้ว โดยสรุปสาระสำคัญว่าหากกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบถูกต้อง ก็ดำเนินการตราพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ต่อไป

สำหรับประเด็นการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุให้แก่ผู้ครอบครองและทำ ประโยชน์ในพื้นที่ ก่อนปี ๒๔๙๑ ซึ่งมิใช่เจ้าของเดิมหรือทายาท เห็นว่าโดยที่คณะรัฐมนตรี ยังไม่ได้อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ. การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุโดยการขายดังกล่าว จึงเป็น กรณีที่สมควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทบทวนหลักการของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวให้เกิดความ รอบคอบอีกครั้ง ทบทวนความเหมาะสมของราคาที่ดินในการกำหนดราคาขายที่ดินนั้นให้แก่ ราษฎรกลุ่มที่ ๒ ด้วย ประเด็นนี้ก็หมายความว่าหลังจากกฤษฎีกาตรวจทานแล้วก็จะนำเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะมาทบทวนในเรื่องของราคา เพื่อที่จะมาทบทวนในเรื่องของกลุ่มคน กลุ่มที่ ๓ ซึ่งไม่ได้รับสิทธิโดย พ.ร.บ. นี้ เราก็จะไปทบทวนเพื่อหาทางออกที่มีความเหมาะสม ต่อไปนะครับ ขณะนี้อยู่ระหว่างที่กรมธนารักษ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพื้นที่และจำนวนราษฎรที่ถือครองให้เป็นปัจจุบันตามบัญชีรายชื่อราษฎร ทั้ง ๓ กลุ่ม พร้อมขอบเขตรูปแผนที่แสดงการครอบครองของราษฎร และพิจารณาทบทวน ความเหมาะสมของราคาขายที่ดิน เนื่องจากราคาขายที่ได้คำนวณตามมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๔๓ มีราคาต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันในปัจจุบัน ตามข้อสังเกตของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จเอกสารหลักฐานครบถ้วนแล้ว กระทรวงการคลังจะได้เสนอร่าง พ.ร.บ. โอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินเพื่อขอความเห็นชอบ ครม. พิจารณาทบทวนหลักการกำหนดราคาขาย แก่ราษฎร และอนุมัติร่าง พ.ร.บ. นี้ เมื่อ ครม. ให้ความเห็นชอบแล้วก็จะสามารถกำหนด ราคาขายดำเนินการขายคืนที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าวให้แก่ราษฎรตามขั้นตอนทางกฎหมาย ต่อไป ค่าธรรมเนียมอื่นใดที่จะเรียกเก็บกับราษฎรนั้นจะมีการจัดเก็บตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป อันนี้เป็นที่ได้นำเสนอต่อท่านประธาน แต่อย่างไร ก็ตามผมต้องกราบขอบพระคุณท่าน สส. ฐิติกันต์ ที่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ เรียนด้วยความ เคารพผมเองก็เป็น สส. จากเชียงใหม่ ไม่เคยรู้เรื่องพื้นที่ตรงนี้เลย อันนี้ด้วยความเคารพ จนกระทั่งมาเป็นรัฐมนตรีเรื่องก็ไม่เคยมาถึงโต๊ะ เมื่อท่านมีกระทู้ถามมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่อย่างน้อยปัญหาของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตในกลุ่มนี้ได้มาถึงฝ่ายบริหาร ผมเองมาเห็นปัญหาก็รับทราบแล้วว่าเป็นเรื่องที่มันคาราคาซังมาหลายสิบปี ผมเองรับภาระ ท่านว่าจะหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้โดยเร็ว ในเรื่องของราคาที่ยังเป็นปัญหานั้น ปัญหาที่มัน มีค้างกันอยู่ก็คือ ด้วยกลไกการคำนวณคิดราคาตั้งแต่ปีที่ซื้อปีที่ซื้อคือปี ๒๔๐๐ กว่า เอามา ตั้งเป็นฐาน ปี ๒๕๒๐ แล้วคิดคำนวณ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ทำให้ราคามันต่ำกว่าราคาตลาด ไปมาก นี่เป็นข้อท้วงติงของทางกฤษฎีกา แต่เป็นประโยชน์กับประชาชน ตรงนี้ผมเอง ก็รับโจทย์ไว้ แล้วก็ขอทดไว้ในใจ แล้วก็จะดูว่าในคณะรัฐมนตรีเราจะพอหาทางอย่างไร แน่นอนต้องคืนสิทธินี้ สิทธิในพื้นที่นี้ให้กับประชาชน ๒. ก็คือในเรื่องราคาต้องเป็นราคา ที่เกิดประโยชน์กับประชาชนให้ได้มากที่สุด แล้วก็ไม่กระทบจนเกิดความเสียหายต่อรัฐ อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องยืนยันผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ส่วนค่าธรรมเนียมอื่นใดถึงเวลามันก็ จะมีค่าธรรมเนียมขึ้นมา แต่ผมเล่าให้ท่านฟังว่าสุดท้ายมันก็อยู่ในกรอบอำนาจของ ฝ่ายบริหารและในฝ่ายราชการ ท่านอธิบดีเองในการที่จะปรับลดหย่อนในบางกรณีเพื่อให้ การคืนสิทธิกับประชาชนสำเร็จได้ เรารับโจทย์มา และผมเองก็ขอเรียนกับท่านว่าถ้ามีโอกาส ก็จะขอลงไปพื้นที่ไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้ที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อที่จะดูปัญหา ของเขาแล้วก็หาทางแก้ไขต่อไปครับ