นภินทร ชี้ข้าวโพด-เผาป่ากระทบ PM2.5 ขอร่วมแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖

นภินทร ศรีสรรพางค์ ชี้แจงประเด็นการนำเข้าข้าวโพดและปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาป่าในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอมาตรการร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และเกษตรฯ รวมถึงการตั้งคณะกรรมการกำกับการค้าข้าวโพดและพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 อย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับข้อกำหนดสากล โดยเน้นการคุ้มครองสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และจะชี้แจงเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากท่านรอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ให้มาตอบ กระทู้ถามสดของท่านภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ซึ่งมีความห่วงใยในพี่น้องภาคเหนือ ซึ่งได้รับ ผลกระทบจาก PM2.5 เนื่องจากการเผาข้าวโพดของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะรัฐฉาน ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าประเทศไทยนั้น ใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีหนึ่งประมาณ ๘ ล้านตัน ประเทศไทยนั้นผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ปีหนึ่งประมาณ ๕ ล้านตัน ต้องนำเข้าจากประเทศ เพื่อนบ้าน ซึ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวของข้าวโพดนั้นก็ออกมาตรงกันอยู่ในช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนมกราคม ซึ่งข้าวโพดของประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็จะมีราคาถูกกว่าประเทศไทย ประเทศไทยนั้นก็จึงมีมาตรการการนำเข้าข้าวโพด ในช่วงของเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม โดยให้บริษัทเดียวที่สามารถนำเข้าได้ก็คือองค์การคลังสินค้า ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้ การกำกับการดูแลของกระทรวงพาณิชย์เป็นหลัก ผมเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรการดังกล่าวนั้น เพื่อช่วยพยุงราคาข้าวโพดของประเทศไทยไม่ให้ตกต่ำนั้น เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในปัญหาเรื่อง PM2.5 นั้น ผมเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น AFTA หรือ WTO หรือ ATIGA ก็ดี สิ่งสำคัญก็คือการที่จะห้ามประเทศเพื่อนบ้านนั้นนำเข้าข้าวโพดเข้าสู่ ประเทศไทย เนื่องจากปัญหาสุขภาพนั้น ประเด็นแรกเราต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนครับว่า มาตรการในประเทศไทยนั้นเรามีมาตรการเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน การนำเข้า ข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็คือถ้าเราจะห้ามข้าวโพดที่เกิดจากการเผาแล้วเกิด PM2.5 ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนทางภาคเหนือนั้น ประเทศไทยจะต้องมีมาตรการ การห้ามเผาข้าวโพดเช่นเดียวกัน นี่คือปัญหาที่ ๑ นอกจากนี้ เราจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ว่าประชาชนนั้นมีสุขภาพ ที่ไม่ดีอันเกิดจาก PM2.5 ซึ่งเกิดจากการเผาป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพดของในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ต้องพิสูจน์ด้วยนะครับว่าก่อนนำเข้าข้าวโพด ข้าวโพดนั้นคือต้นเหตุของการเผาป่า ในประเทศเพื่อนบ้านนั้นจริง และสุดท้ายต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าปัญหาการเผาป่าเพื่อปลูก ข้าวโพดของประเทศเพื่อนบ้านนั้นก่อให้เกิด PM2.5 ในไทย อันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ พี่น้องประชาชนคือปัญหาเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เกิดจากการเผาป่าในประเทศ รวมทั้งไม่ได้เกิด จากการอุบัติไฟป่า การเผาป่าโดยชาวบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม และมลพิษของการคมนาคม การจะห้ามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทยนั้นต้องพิสูจน์ให้ได้

ประการแรก เราปฏิบัติกับประเทศอื่นเช่นเดียวกับที่เราปฏิบัติกับประเทศไทย นี่คือข้อสำคัญประการที่ ๑ ซึ่งข้อสำคัญประการที่ ๑ นั้น ทุกวันนี้สำหรับการปลูกข้าวโพด ในประเทศไทย เราก็ยังขอความร่วมมือให้ชาวไร่ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นไม่เผาข้าวโพด ไม่เผาซัง เอามาทำเป็นปุ๋ย เอาทำเป็นอาหารสัตว์ มาตรการในประเทศไทยเรายังไม่มี นอกจากนี้เราก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า PM2.5 ที่เกิดขึ้นมานั้นเกิดจากการนำเข้าข้าวโพดจาก ประเทศพม่าเพียงเหตุผลเดียว มันอาจจะเกิดจากการคมนาคม จากการเผาป่าในประเทศไทย หรือเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ในประเทศรวมอยู่ด้วย แต่ถึงอย่างไรกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ กระทรวงพาณิชย์ได้หามาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหา PM2.5 ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ กำกับดูแลและส่งเสริมการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้สอดคล้องกับการค้าโลก โดยมีอธิบดี กรมวิชาการเกษตรและอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธานอนุกรรมการ โดยมีหน้าที่ศึกษา แนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนในชั้นต้น ในขั้นตอนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และพืช อาหารสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวและมันสำปะหลัง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน ในภาคการเกษตร เพื่อพิจารณาแนวทาง การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และปัญหากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้ง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐาน GAP PM2.5 อยู่ นี่คือ ๒ คณะกรรมการที่ลงไปดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งยอมรับว่าปัญหา PM2.5 นั้น เป็นปัญหาที่สำคัญ เป็นปัญหาที่ใหญ่และมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว สุขภาพของคน ภาคเหนือนะครับ ซึ่งรัฐบาลเองนั้นก็ให้ความห่วงใย แต่การทำงานต่าง ๆ เราต้องคำนึงถึง เงื่อนไขของ WTO เงื่อนไขของ AFTA เงื่อนไขของ ATIGA ซึ่งอยู่ใน AFTA ด้วย เพราะว่า การปฏิบัติต่อประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญเราต้องปฏิบัติกับประเทศเราเช่นเดียวกัน ต้องเป็น ประเทศที่เป็นกลางนะครับ

ส่วนที่ท่านขอเอกสารในการนำข้าวโพด ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เหล่านั้น ไม่ได้ผ่านการเผาหรืออย่างไร ในวันนี้เป็นกระทู้ถามสด ผมขออนุญาตว่าผมจะหาข้อมูล แล้วนำส่งให้ท่านเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่งนะครับ ยืนยันครับว่ารัฐบาลเป็นห่วงและให้ ความสำคัญกับ PM2.5 ให้ความเป็นห่วงกับสุขภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ภาคเหนือ แล้วก็เป็นห่วงในเรื่องของภาคเศรษฐกิจ ในเรื่องภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ภาคเหนือ ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ขอเรียนชี้แจงในเบื้องต้นไว้ดังนี้ ขอบคุณครับ