สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตที่จะบอกท่านประธานว่าก็คงต้องหนักใจ แทนท่านประธานนะครับว่าท่านจะตั้งคำถามในการลงมติอย่างไร เพราะว่าทุกท่านก็บอกว่า ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับเรื่องของการออกกฎหมายรับรองเพศ คำนำหน้านาม หรือว่าการ คุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ แต่ว่าช่องลงมติมันมีแต่เพียงเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย รับ หรือไม่รับหลักการของร่างฉบับนี้ ฉะนั้นคงเป็นการบ้านของท่านประธานที่จะต้องพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าจะออกแบบคำถาม ในการลงมติอย่างไร ผมต้องบอกถัดไปว่าผมรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งว่าขณะนี้เรากำลัง อภิปรายต่อขั้นรับหลักการของกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่เสมือนว่า อยู่ดี ๆ มันก็ลอยมาจาก ฟากฟ้าแล้วก็ลงมาอยู่ในสภาแห่งนี้ โดยที่ไม่เคยมีการศึกษาใด ๆ มาก่อน ทั้ง ๆ ที่ในมือผมมี รายงานมากมายที่มีการศึกษา เอาเข้าจริง ๆ เวลาเราพิจารณางบประมาณ แล้วมีหน่วยงานใด ที่จะขอศึกษาเรื่องกฎหมายรับรองเพศอีก ถ้าท่านเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจพิจารณา งบประมาณ ผมเองยังเห็นว่าควรจะต้องตัดออกได้ด้วยซ้ำ กฎหมายไม่ได้ลอยมาจากฟากฟ้า กฎหมายคือคนที่เขียนขึ้น แต่ทุกกฎหมายนั้นมีพัฒนาการ มีความเป็นมา อย่างน้อยที่สุด ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ที่มีงานวิจัยฉบับแรกออกมาโดยท่านอาจารย์มาตาลักษณ์ ออรุ่งโรจน์ จาก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในตอนนั้นก็พูดถึงการควรจะมีกฎหมายการรับรอง การแปลงเพศ หรือแม้กระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้ให้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทำการวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายรับรองเพศออกมาทั้งหมด ๔๔๐ หน้า ผมเชื่อมั่นครับ อยู่ในมือผม นาน ๆ จะ Save ลงมาเป็น e-Book สักทีหนึ่ง แต่ผมเชื่อมั่นว่าไม่มีคำถามใด ที่เพื่อนสมาชิกยังคลางแคลงใจอยู่ในวันนี้ และไม่มีคำตอบอยู่ในรายงานฉบับนั้น ถ้าท่าน ไม่เชื่อลองกลับไปอ่านดู หรือถ้าท่านเชื่อแบบใดแบบหนึ่งที่ผิดแผกไปจากนั้นก็คงเกินกำลัง ที่พวกผมจะสามารถเข้าไปพูดคุยได้ ผมรู้สึกประหลาดใจ ประการที่ ๒ ว่า ณ ขณะนี้เรากำลัง จะบอกให้มีการถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยบอกถึงความไม่พร้อมและเป็นความไม่พร้อมที่ ท่านเอาพี่น้องประชาชนมาบังหน้า ท่านต้องกล้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ถ้าต้องหงายการ์ด เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาว่าขออุ้มไปก่อน ๖๐ วัน ๑๕ วัน ๓๐ วัน ที่กฎหมายชาติพันธุ์ สภาชนเผ่าพื้นเมือง ท่านอุ้มไปเกิน ๖๐ วันแล้วนะครับ อย่าคิดว่าผมไม่รู้ อย่าคิดว่าผมไม่ดู ท่านส่งกลับมา ๑๖ กุมภาพันธ์ยังไม่มีการบรรจุวาระ กฎหมายเรื่องของเช็ค กฎหมายเรื่อง อื่น ๆ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท่านก็อุ้มไปเกินแล้วนะครับ แล้วทำไมรอบนี้ไม่หงาย การ์ดอุ้มอีกล่ะครับ หรือทำไมรอบนี้ไม่หงายการ์ดว่าขอรออีกสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหม เพราะ ขณะนี้ร่างของหน่วยงานรัฐบาลยังไม่มีเลย แต่ผมไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงใดส่งเอกสารมา ให้ผมแล้วเขียนตรงนี้เป็นร่างของรัฐบาล อักษรย่อ พม. ไม่ใช่ลายมือพวกผมนะครับ ผมไม่รู้ว่า กระทรวงนี้ชื่อย่อกระทรวงใด ความจริงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่อักษรย่อ พม. ซึ่งเป็น เพื่อนสมาชิกเหมือนกับพวกเรา อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะต้องมาตอบคำถามในสภาแห่งนี้ว่า ความไม่พร้อมที่ท่านบอกว่าต้องขอรอไปก่อน ท่านไปพูดในห้องประชุมหนึ่งในวันจันทร์ ที่ผ่านมา ขอกรกฎาคมปี ๒๕๖๗ ท่านมาพูดอีกวันหนึ่งในการประชุมในวันอังคารที่ผ่านมา ขอมิถุนายนปี ๒๕๖๗ ตกลงเอาอย่างไรครับ อย่างไรครับ ท่านไม่เคยประชุมคณะรัฐมนตรี กันหรือครับ ท่านไม่เคยฟังนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อ ๒๖ ตุลาคมหรือครับ ว่าจะเร่งผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ เสมือนว่าเราอยู่คนละโลกเดียวกัน และการ์ดที่ท่านเคยหงายวันนั้นทำไม่ได้ อีกแล้ว ท่านประธานดูตัววิ่ง นี่ผมไม่ได้สั่งการเจ้าหน้าที่นะครับ แต่จะชี้ประเด็น ท่านลองดู ดี ๆ นะครับ ขณะนี้เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรับรองเพศ คำนำหน้านาม และ การคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ เดี๋ยวท่านคอยดูนะครับ เขาจะมีวงเล็บที่ใส่ ไว้ว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน สตรี ความหมายคืออะไรครับ ความหมายคือ ตามข้อบังคับการประชุมตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เช่น ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๑๒๔ นี่ท่านไปเอาออกได้อย่างไรครับตัววิ่งขอประทานโทษ เมื่อ ๑๐ นาที ที่แล้วตัววิ่งเขียนนะครับ กฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน สตรี ท่านสอบสวนให้ผมนะครับ เจ้าหน้าที่ที่เอาออกไม่ถูกนะครับ ข้อ ๑๒๔ บอกว่ากรณีจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการจะต้องมีสัดส่วนของคนที่ทำงานในองค์กร เรื่องเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือใด ๆ ต่าง ๆ นี้จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของ จำนวนกรรมาธิการทั้งหมด อันนี้คือคำตอบว่าภาคประชาชนที่ท่านพูดถึงนั้นจะสามารถ เข้ามามีส่วนในการตัดสินใจ ท่านถามเขาสิครับว่าเขาไม่อยากรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ หรือครับ เขาอยากรับครับ แต่อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันในเชิงรายละเอียด ซึ่งไม่ได้ผิด ไปจากการรับหรือไม่รับหลักการกฎหมายฉบับอื่นซึ่งเคยเกิดขึ้นแต่ประการใด แต่ถ้าหาก ท่านใจกว้างจริง ซึ่งพวกผมยอมเอง พวกผมก็ใจกว้างมากพอว่าถ้าเราเห็นว่าเกรงว่าร่าง ภาคประชาชนจะไม่ถูกนำเสนอ ท่านก็เอาร่างภาคประชาชนมาให้เพื่อนสมาชิกเรา ๒๐ คน เซ็นชื่อเสนอสิครับ หรือท่านก็เอาร่างภาคประชาชนไปให้คณะรัฐมนตรีดูว่าหลักการแบบนี้ รับได้หรือไม่ ส่งมาสิครับ หรือเราก็ขยายจำนวนคณะกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณา ผมแบ่ง สัดส่วนให้พี่น้องประชาชนจากองค์กรต่าง ๆ ความเป็นจริงก็เป็นคนที่ทำงานกับพวกเรามา โดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Intersex ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Non-binary พรรคก้าวไกลก็มี สัดส่วนเหล่านั้นอยู่แล้ว และพร้อมที่จะเพิ่มสัดส่วนเหล่านั้นเข้ามาในชั้นการพิจารณา มาร่วม เป็นกรรมาธิการด้วยกัน ฉะนั้นหลักการที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้นคือหลักการที่บอกว่า เห็นควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความ หลากหลายทางเพศ หลักการของภาครัฐเท่าที่มีอยู่ในมือ ณ ขณะนี้เห็นว่าให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการรับรองเพศ หลักการของภาคประชาชนที่มีการเข้าชื่อการรับฟังความคิดเห็น ต่าง ๆ นั้นก็ล้วนแต่อยู่บนบริบทของคำว่า เห็นควรให้มีกฎหมายรับรองเพศ หรือกฎหมายที่ รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ท่านประธานครับ แบ่งกันให้หยาบที่สุด แบ่งกันให้เข้าใจได้ง่าย ที่สุด เพศมี ๓ ระดับด้วยกัน เพศระดับที่ ๑ เราเรียกว่าเพศโดยสรีระหรือ Sex เพศในระดับ ที่ ๒ ก็คือเพศสภาพ เพศสภาวะหรือ Gender ซึ่งอยู่ที่เขาเลือกที่จะเป็น หรือไม่เป็นแบบใด หรือแม้กระทั่งเลือกที่จะไม่เป็นแบบใดแบบหนึ่ง เพศระดับที่ ๓ เราเรียกว่า Sexuality หรือ วิถีทางเพศ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะเป็นเพศโดยสรีระ ซึ่งไม่อาจเลือกโดยตนเองได้แต่กำเนิด แต่อัตลักษณ์ทางเพศ วิถีทางเพศ รสนิยมทางเพศ หรือการเลือกที่อยากจะระบุตัวตนว่าฉันมี คำนำหน้าแบบใดประการใด ล้วนเป็นสิทธิในการเลือกของชีวิตร่างกายของตัวตนของเขา รัฐมีหน้าที่เพียงเรื่องการรับรองบุคคลเหล่านั้นครับ ด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านเชื่อแบบเรา ว่าคนเราเท่ากันจริง ๆ แล้วเหตุใดท่านจะไม่เชื่อว่าเขามีสิทธิในการเลือกได้ ถ้าท่านเชื่อว่า บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศมีตัวตนจริง แล้วเพราะเหตุใดถึงจะไม่รับหลักการของ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ถ้าท่านเชื่อว่าในเชิงรายละเอียดยังมีข้อคิดเห็นที่มีความแตกต่างกัน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อาจจะมีการแก้ไข แต่ผมเชื่อในใจลึก ๆ ในส่วนตัว ผมเชื่อว่าท่าน อาจจะไม่ได้เชื่อแบบที่พวกผมเชื่อ แบบนั้นต่างหากคือเจตนาซ่อนเร้นที่ท่านต้องการล้ม กฎหมายฉบับนี้ แม้กระทั่งแค่การรับหลักการ พรรคก้าวไกลไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่มีอะไร ต้องเสีย ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เสียดายแต่เพียงว่าคนที่บอกว่ากำลังสู้เพื่อบุคคลผู้มีความ หลากหลายทางเพศนั้น ท่านเชื่อแบบเดียวกับพวกเราจริงหรือไม่ ขอบคุณท่านประธานครับ