วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หารือเรื่องการอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบมาตรการการอารักขาให้มีประสิทธิภาพสูง และให้ประชาชนไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายจัดการกับกลุ่มคนใช้ความรุนแรงที่ทำร้ายผู้อื่น เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากกรณีที่เกิดขึ้นกับขบวนเสด็จ ของกรมสมเด็จพระเทพฯ ยังไม่ต้องคิดนะครับว่าเป็นขบวนเสด็จหรือไม่ อย่างไร แต่เราต้อง ยอมรับกันก่อนว่าการดูแลความปลอดภัยและการอารักขาบุคคลสำคัญนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระราชอาคันตุกะ ประมุขแห่งรัฐอื่น หรือแขกของรัฐบาลเป็นหน้าที่ของรัฐ รัฐบาล ไม่สามารถปล่อยให้เหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นระหว่างการสัญจรได้ รัฐบาลจึงจำเป็น ต้องมีมาตรการที่เป็นมาตรฐานในการอารักขา และกระบวนการในการถวายอารักขาในการ เสด็จพระราชดำเนินของกรมสมเด็จพระเทพฯ ในครั้งนี้ก็เป็นกระบวนการตามปกติ ดังนั้นการรบกวนมาตรการการอารักขาที่เป็นมาตรฐานและเป็นปกติ ผมจึงต้องยืนยันว่าเป็น เรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักอยู่ในใจ ตนเองเสมอ ก็คือการพยายามทำให้กระบวนการในการอารักขามีประสิทธิภาพสูงที่สุด ส่งผล กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด เพราะประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าคนที่ต้องไปทำงาน คนที่ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล หรือคนที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต่าง ๆ เขาก็มีสิทธิ วิพากษ์วิจารณ์ โดยที่ไม่อาจจะรู้ด้วยซ้ำไปว่า ขบวนเสด็จอยู่ข้างหน้า คุณปิดปากประชาชน ไม่ให้พูดไม่ได้ คุณจะบังคับให้ประชาชนไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ได้ ดังนั้นการจะปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ จัดการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนที่ดีที่สุด คนที่ต้องทำหน้าที่นั้นก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอารักขา ทางออกที่เป็นรูปธรรมที่สุดครับ ท่านประธาน ก็คือการทบทวนพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยเฉพาะในมาตรา ๕ โดยสภาแห่งนี้ควรจะเพิ่มเติมให้การปฏิบัติงานในการถวาย ความปลอดภัย ให้มีการคำนึงถึงประชาชน ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบที่มากเกินควร และมีการเตรียมแผนในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในกรณีที่จำเป็น จึงจะทำให้ การถวายความปลอดภัยและการอารักขามีประสิทธิภาพสอดรับกับยุคสมัย และไม่ส่งผล กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อผมเห็นว่าการรบกวนมาตรการการอารักขาบุคคล สำคัญที่เป็นกระบวนการมาตรฐานเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมก็จำเป็นต้องสะท้อนความคิดเห็น อย่างตรงไปตรงมาโดยที่ไม่มีความเกลียดชังใด ๆ และผมยังเคารพในวิจารณญาณและ ดุลยพินิจของผู้กระทำ ซึ่งเขาอาจจะฟัง ฟังบางส่วน หรือไม่ฟังเลย ผมก็น้อมรับและเคารพ กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับมาเช่นกัน ผมคิดว่าคนที่ปรารถนาดีต่อกัน ต้องกล้าที่จะพูดในสิ่ง ที่มีเหตุมีผล แม้จะรู้ว่าสิ่งที่พูดเป็นสิ่งที่บางคนอาจจะไม่อยากฟังก็ตาม คนที่ปรารถนาดี ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันในทุกเรื่อง การกล้าที่จะแสดงความเห็นต่างให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ให้เขา ได้ไตร่ตรองต่างหากคือความปรารถนาดีที่แท้จริง
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะไม่พูดไม่ได้เลย ก็คือการใช้ความรุนแรงในการทำร้ายผู้อื่น โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำร้ายผู้อื่นเพราะจงรักภักดี นั่นเป็น พฤติกรรมที่อันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่สุด หากรัฐปล่อยให้กลุ่มคนที่นิยม ความรุนแรงเหล่านี้ลอยนวล มีอำนาจบาตรใหญ่ อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไปทำร้ายคน ที่คิดต่างอย่างไรก็ได้ โดยที่กฎหมายไม่เคยเอาผิดได้ ในระยะยาวมีแต่จะทำให้สถาบัน พระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ทำให้ภาพลักษณ์คนที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงสถิตอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ พลอยกลายเป็นเห็นดีเห็นงามกับความ รุนแรงไปด้วย และจะส่งผลในทางลบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและสถาบัน พระมหากษัตริย์ในที่สุด ผมจึงมีความเห็นว่ารัฐบาลต้องบังคับใช้กฎหมายจัดการกับกลุ่มคน เหล่านี้อย่างจริงจัง ไม่ให้มีพฤติกรรมกล้านำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือ ในการทำร้ายผู้คนตามใจชอบอีกต่อไป ท่านประธานลองจินตนาการดูครับ ถ้าเราเชื่อว่า พฤติกรรมเหล่านี้เป็นพฤติกรรมของคนดี ลองจินตนาการดูครับ ถ้าคนดีแบบนี้เพิ่มขึ้นเป็น ล้าน ๆ คน จะเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จากเดิมที่สถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ต้องถูกนำมาอยู่ใจกลางความขัดแย้งของ ประชาชนที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์จะยั่งยืนสถาพรได้อย่างไร การบังคับใช้กฎหมาย ผมฝากรัฐบาลไว้ตรงนี้ว่าต้องมีความเสมอภาค ไม่ใช่ว่าเอากฎหมายไป เล่นงานอีกฝ่ายหนึ่งแบบจัดหนัก จัดเต็ม แต่อีกฝ่ายอยู่ลอยนวล อยู่เหนือกฎหมาย ความไร้ ขื่อไร้แปและการใช้กฎหมายแบบ ๒ มาตรฐานที่เกี่ยวพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์จะให้ ประชาชนรู้สึกอย่างไร นอกจากนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างให้เกิดขึ้น ก็คือพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยในเรื่องสถานะ ของพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่แค่ในสภาแห่งนี้ครับ แต่หมายรวมถึงเวทีสาธารณะทั่วไป