วิทยา ชี้วิกฤตขาดแคลนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังโรงเรียนป่าไม้แพร่ปิดร้าง ๒๕๓๖

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗

วิทยา แก้วภราดัย หารือถึงวิกฤตขาดแคลนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระดับปฏิบัติการ โดยชี้ให้เห็นว่าโรงเรียนป่าไม้แพร่ถูกปิดร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ ส่งผลให้ปัจจุบันไม่มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานในป่าจริง ๆ เหลืออยู่ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งดำเนินการฟื้นฟูโรงเรียนป่าไม้แพร่เพื่อผลิตกำลังคนทดแทนก่อนที่บุคลากรที่มีประสบการณ์จะหมดอายุราชการภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายกันเรื่องการตั้งกองทุนรักษาป่าต้นน้ำแล้ว ก็มีความคิดที่ค่อนข้างจะเห็นด้วยครับ โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายถึงเรื่องความเดือดร้อนของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ท่านประธานเชื่อไหมว่าอีกไม่นานเราจะขาดเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญเรื่องป่าไม้ปฏิบัติงานอยู่ ในป่าจริง ๆ ผมเคยไปจังหวัดแพร่ครับ แล้วเห็นโรงเรียนป่าไม้จังหวัดแพร่ ที่จริงโรงเรียน ป่าไม้จังหวัดแพร่ตั้งขึ้นครั้งแรกเป็นการตั้งขึ้นในพื้นที่ของบริษัทฝรั่งที่ได้รับสัมปทานไม้ ในจังหวัดแพร่ ฝรั่งถอนออกไปก็ยกอาคารบ้านเรือนให้เป็นโรงเรียนป่าไม้จังหวัดแพร่ ถ้าพูด วันนี้เรื่องป่าไม้ ณ วันนี้กับเมื่อ ๕๐-๖๐ ปีที่แล้วคนละบรรยากาศ ผมจำได้ผมเด็ก ๆ เคย เรียนหนังสือแล้วก็ยังท่องจำ สินค้าส่งออกของประเทศไทย ๓ เรื่องหลัก ๑. ข้าว ๒. ยางพารา ๓. ไม้สัก และ ๔. ดีบุก แค่นี้ที่เป็นสินค้าส่งออกของประเทศไทย เพราะฉะนั้น ไม้สัก ไม้ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สมัยก่อนมีไว้เพื่อการให้สัมปทาน จังหวัดแพร่ก็ตั้งเป็น โรงเรียนป่าไม้แพร่ขึ้นเพื่อฝึกผู้ที่มีความชำนาญการในกรมป่าไม้เอาเข้าไปฝึกรุ่นแรก หลังจากนั้น ก็เริ่มรับเด็กที่จบมัธยมปลายเข้าไปเรียนต่อหลักสูตร ๒ ปี ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน ๑ ปี ใช้ชีวิต อยู่ที่ในป่า ๑ ปี เพื่อฝึกความพร้อมในการออกปฏิบัติหน้าที่ ป่าไม้รุ่นแรก ๆ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๙ ส่วนใหญ่ป่าไม้ออกไปสำรวจป่าเพื่ออนุญาตสัมปทานให้กับเอกชน เรามีการปิดป่าครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๓๑ กรณีเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็มีไม้ซุง ไหลลงมา ประชาชนล้มตายไปเกือบ ๓๐๐ คน บ้านเรือนทั้ง ๒ หมู่บ้านหายไปในพริบตา รัฐบาลยุคนั้นประกาศปิดป่า หยุดสัมปทานป่าไม้ทั้งหมด ตั้งแต่วันนั้นมาเราก็เริ่มคุยกัน เรื่องป่าไม้ในเรื่องการบำรุงรักษา เรื่องอนุรักษ์ป่าไม้ ในเรื่องการปลูกป่าเพิ่มขึ้นมา แต่ท่าน เชื่อไหมครับว่าวันนี้เราต้องการป้องกันป่าที่จะให้ไม่ถูกรุกรานจากกลุ่มทุนที่ยังจะแสวงหา ประโยชน์จากการโค่นไม้ทำลายป่าซึ่งมีอยู่ทุกวัน เราใช้กำลังเจ้าหน้าที่แบบที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าเจ้าหน้าที่ ๑ คนในระดับปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างเหมา อัตรา เงินเดือนตกเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท มีหน้าที่ในการสำรวจต่อคน รับผิดชอบพื้นที่คำนวณป่า ทั้งหมดของประเทศไทยแล้ว อย่างเพื่อนสมาชิกว่า ๕,๐๐๐ ไร่ ท่านทราบไหมว่าคนเหล่านี้ ไม่ได้ผ่านโรงเรียนป่าไม้เลย โรงเรียนป่าไม้เราปิดไปตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เพราะฉะนั้นผมบอกว่า จะเกิดวิกฤติวันข้างหน้า เราไม่มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระดับปฏิบัติการเหลือในประเทศนี้ครับ เราจะมีนักวิชาการที่จบวนศาสตร์ จบปริญญาตรี แล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องป่าไม้ และเกินครึ่ง เป็นสุภาพสตรี อันนี้ผมไม่ได้ว่าสุภาพสตรีจะเก่งหรือไม่เก่งกว่า แต่เรียนท่านเก่งกว่าแน่ แต่ในการปฏิบัติการจริง ๆ โรงเรียนป่าไม้แพร่ที่ก่อตั้งมา ๖๐ กว่าปีที่แล้ว ที่ปิดไปเมื่อ ๓๐ ปี ที่แล้ว ใช้นักเรียนชายทั้งหมด และใช้ชีวิตฝึกอยู่ในป่าเพื่อเตรียมความพร้อม เหลือเวลาอีกสัก ๔-๕ ปี นักเรียนป่าไม้แพร่รุ่นสุดท้ายเกษียณหมด คราวนี้เราก็จะมีพวกลูกจ้างซึ่งจะได้รับ ค่าจ้างเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ท่านออกป่าปีละ ๑๕ วัน อยู่ในป่าใช้ชีวิต ๑๔-๑๕ วัน ก็จะได้ เงินช่วยเหลืออยู่ ๒,๐๐๐ บาท คนเหล่านี้จะทำหน้าที่ดูแลป่าทั้งหมด ส่วนนักวิชาการซึ่งจะ มีอยู่อุทยาน ๑ คน ๒ คน จบปริญญาตรีที่เป็นข้าราชการคน ๒ คน ก็เริ่มทยอยหมด ผู้เชี่ยวชาญป่าไม้อย่างนักเรียนป่าไม้แพร่จริง ๆ ผมต้องการพูดเรื่องนี้เพื่อผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยกลับไปดูพื้นที่ หน่อยครับ เพื่อนสมาชิกเราจากจังหวัดแพร่เขาก็อยู่ตรงนี้ โรงเรียนป่าไม้แพร่ถูกทิ้งร้างมา ๓๐ ปี กลายเป็นพื้นที่ทำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เรื่องโรงเรียนป่าไม้ไปแล้ว โรงเรียนป่าไม้แพร่ มีพื้นที่ตัวเองในส่วนภาคสนามที่ใช้ในการฝึกงาน เตรียมพร้อมอยู่หลายพันไร่ ผมเคยไปดูมาครับ ความจำเป็นจริง ๆ ผมคิดว่าวันนี้เราสร้างนักเรียนนายร้อยอย่างเดียว ไม่พอครับ โรงเรียนนายร้อยผลิตนักเรียนนายร้อยให้ตายก็ปราบอาชญากรรมไม่หมดถ้าไม่มี นักเรียนนายสิบ กำลังรบกำลังราบจริง ๆ คือนักเรียนระดับนายสิบที่ถือว่าเป็นกำลังหลัก ของตำรวจไทย ป่าไม้ก็เช่นเดียวกัน ถ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีไม่ปัดฝุ่น ท่านเตรียมตัวเลยว่าอีก ๕ ปีข้างหน้าจะไม่เหลือนักเรียนป่าไม้แพร่ อยู่ในกระทรวงนี้แม้แต่คนเดียว มันไม่ใช่เรื่องยาก เรายุบโรงเรียนป่าไม้แพร่วันนั้นไปเพราะ นโยบายคณะรัฐมนตรีบอกว่าทุกกรมที่มีหน่วยงานการผลิตการศึกษาเล่าเรียนที่อยู่ประจำกรม เพื่อบรรจุในกรมตัวเองให้ยุติทั้งหมด แต่ถามว่ายุติไปหมดไหมครับ ไม่มีครับ ยังไม่ได้ยุติหมด วิศวกรรมชลประทานยังเปิดอยู่ โรงเรียนไปรษณีย์ยังมีอยู่ แล้วทำไมป่าไม้แพร่ ซึ่งเพื่อน สมาชิกกำลังเรียกร้องการดูแลป่าอย่างครบถ้วน อย่างมีวิชาการและพิทักษ์รักษาป่า จริง ๆ กระทรวงถึงไม่คิด น่าจะถึงเวลาในการที่จะทบทวนดูว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่ดูแลกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะต้องไปปัดฝุ่น โรงเรียนป่าไม้ แล้วก็ยกโรงเรียนป่าไม้ขึ้นมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบุคลากรในระดับล่าง ที่จะลุยรักษาป่าอย่างผู้มีวิชาการจริง ๆ เราพูดกันเรื่องรักษาป่า แต่ถ้าเราไม่มีคนที่จะลงไป รักษาป่าจริง ๆ ก็ลำบาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญถ้าใครจะ ศึกษาต่อ รัฐบาลจะรับไปก็ตาม ช่วยไปคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยว่าคืนโรงเรียนป่าไม้ให้กับป่าไม้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ