ฐิติกันต์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการถ่ายโอนธุรกิจกองทัพ ยันโปร่งใสเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗

ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพไปยังหน่วยงานที่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสและความเหลื่อมล้ำในการบริหารสนามกอล์ฟราชนาวีทับละมุ ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปและชาวต่างชาติใช้บริการในอัตราต่ำกว่าเอกชนอย่างมาก จึงเรียกร้องให้ทบทวนความเหมาะสม ความโปร่งใส และผลต่อความมั่นคงของชาติอย่างรอบด้าน

นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ภูเก็ต

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต อำเภอถลาง ตำบลกะทู้ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจต่าง ๆ ของกองทัพ ให้ไปอยู่ในความดูแลของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต้องพิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติความมั่นคงของรัฐและ ความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐต้องจัดให้การทหารที่มี ประสิทธิภาพ พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตรา ๒๐ กำหนดให้กองทัพเรือมีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือ การป้องกันราชอาณาจักร และการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังของกองทัพเรือตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวง กลาโหม ข้อมูลจาก Website กองทัพเรือสรุปภารกิจของกองทัพไว้ ดังนี้ ๑. เตรียมกำลัง กองทัพเรือและป้องกันราชอาณาจักร ๒. รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ๓. พิทักษ์ รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ๔. สนับสนุนการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ ๕. สนับสนุนการพัฒนาประเทศและการช่วยเหลือประชาชน จากที่กล่าวไป แล้วข้างต้น ไม่ว่าในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติ จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช ๒๕๕๑ หรือแม้แต่ข้อมูลของกองทัพเรือเอง ที่ได้ระบุชัดเจนว่ากองทัพเรือมีหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจ ด้านความมั่นคงเป็นสำคัญ มิใช่เป็นองค์กรธุรกิจที่ประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด ท่านประธานครับ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ากองทัพไม่ได้เพียงแต่ทำภารกิจในการปกป้อง ต่างประเทศ ปกป้องประเทศตามที่ระบุไว้ในกฎหมายเท่านั้น แต่ยังประกอบธุรกิจต่าง ๆ อีกมากมายทั้งธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน สนามกอล์ฟ สถานีวิทยุโทรทัศน์ สถานที่พักตาก อากาศ โครงการจัดการที่ดินต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนแต่ไม่ใช่ภารกิจหน้าที่หลักของ กองทัพทั้งสิ้น จึงเห็นควรที่จะต้องมีการพิจารณาศึกษาแนวทางในการถ่ายโอนธุรกิจต่าง ๆ ของกองทัพให้ไปอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง จึงจะถูกต้อง และเหมาะสมมากกว่า ธุรกิจต่าง ๆ ของกองทัพมีมากมายหลายประเภท ตามที่เพื่อนสมาชิก ของผมได้อภิปรายไปแล้ว การให้หน่วยงานของกองทัพประกอบธุรกิจเช่นนี้ได้ เป็นการเปิด โอกาสให้การนำทรัพยากรของรัฐ เช่น ที่ดินราชพัสดุของกองทัพ ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาจัดสรร ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการอันเป็นภารกิจหลักของกองทัพในการป้องกันประเทศ แต่กลับ ถูกนำมาใช้เพื่อทำธุรกิจหารายได้เข้ากองทัพเอง อีกทั้งการที่กองทัพมีทรัพยากรของรัฐ อยู่ในมือ เป็นต้นทุนอย่างที่ดินราชพัสดุนี้ ย่อมทำให้เกิดการได้เปรียบในการแข่งขันทั้งราคา และทำเลที่ตั้ง ซึ่งไม่เป็นธรรมกับเอกชนที่ประกอบธุรกิจในกลุ่มประเภทเดียวกัน การที่ หน่วยงานของรัฐนำทรัพยากรของรัฐ ทั้งเงิน ที่ดิน บุคลากรมาใช้ทำธุรกิจเพื่อหารายได้เข้า หน่วยงานของตนเอง อีกทั้งยังทำให้มีการตรวจสอบได้ยาก ขาดความโปร่งใส ภาคใต้เอง ก็ไม่น้อยหน้าเพื่อน ๆ สมาชิกทั้งในกรุงเทพมหานครและภาคอีสานต่อไป

ผมจะมาพูดถึงกรณีสนามกอล์ฟราชนาวีทับละมุ จังหวัดพังงา สนามกอล์ฟ ราชนาวีทับละมุ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๕ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นสนาม กอล์ฟของกองทัพเรือที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของกองทัพเรือ บริหารงานโดยกองทัพเรือรายได้ จากธุรกิจจัดเก็บเข้ากองทัพเรือ เมื่อเปรียบเทียบราคาสนามกอล์ฟอื่นของเอกชนในจังหวัด พังงา ปรากฏว่าราคาในการเข้าใช้สนามกอล์ฟแตกต่างกันอย่างมาก โดยค่าบริการสนาม กอล์ฟของทับละมุราคาต่ำกว่าสนามอื่นของเอกชนกว่า ๕ เท่า มีค่าปิดสนามทั้งวันเพียง ๔๐,๐๐๐ บาท ราคามันถูกไปไหม ค่ากินฟรี สนามกอล์ฟของทหารเรือบุคคลทั่วไปในวันหยุด ราคา ๖๐๐ บาท ค่า Caddy ๒๗๐ บาท ค่ารถกอล์ฟ ๖๐๐ บาท รวมกันประมาณ ๑,๔๗๐ บาท แต่ในส่วนของสนามกอล์ฟเอกชนอยู่ที่ ๓,๘๐๐ บาท รวมค่าแคตดี้และรถกอล์ฟ จะเห็นได้ว่าราคาต่างกันเท่านี้ ศักยภาพในการทำธุรกิจของกองทัพก็ไม่ได้ดีเด่นไปกว่าเอกชน แต่อย่างใด ในส่วนของอัตราค่าสมาชิกสนามกอล์ฟครับท่านประธาน ในส่วนของข้าราชการ ทหารเรือทายสิครับว่าเรียกเก็บกันกี่บาท ๑๐๐ บาท ใช่ครับ เก็บเพียง ๑๐๐ บาทเป็นค่าแรก เข้าเท่านั้น ไม่ต้องจ่ายรายปีในขณะที่บุคคลทั่วไปค่าแรกเข้า ๑,๐๐๐ บาท รายปี ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท สำหรับคนไทยและคนต่างชาติค่าแรกเข้า ๑,๐๐๐ บาท รายปี ๒๐,๐๐๐ บาท ฟังไม่ผิดครับ เพราะว่ามีให้ต่างชาติเข้ามาใช้สนามกอล์ฟในพื้นที่ของทหารได้ด้วย นี่หรือครับ ความมั่นคงของประเทศที่มีนักกอล์ฟจากนานาชาติมาออกรอบในเขตพื้นที่ทหารที่สมควรจะ เป็นพื้นที่เขตปลอดภัย ที่ปกติแล้วประชาชนคนไทยแม้จะเข้าไปใช้อย่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่วันนี้เราก็กลับเปิดอ้าซ่าให้ชาวต่างชาติเข้ามาถ่ายรูป Selfie กับ Caddy สวย ๆ ในสนาม กอล์ฟราชนาวีทับละมุ หากกองทัพอยากทำธุรกิจหารายได้ ผมแนะนำให้ไปทำในสิ่งที่ควรทำ เช่น ต่อเรือรบ ผลิตอาวุธ ขายให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยครับ การที่กองทัพใช้ที่ดินและ งบประมาณของกองทัพมาสร้างสนามกอล์ฟเพื่อทำธุรกิจแข่งขันกับเอกชนเช่นนี้ ย่อมไม่ เป็นธรรม เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐมาประกอบธุรกิจแข่งขันกับเอกชนที่ต้นทุน ต่ำกว่า ตั้งราคาได้ต่ำกว่าทำให้สามารถแข่งขันกับเอกชนในพื้นที่ที่ทำธุรกิจแบบเดียวกัน หากมีการถ่ายโอนภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในมือของกองทัพให้ไปอยู่ในความรับผิดชอบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะทำให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินกิจการ การแก้ไขปัญหา ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและจัดเก็บรายได้เพื่อมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเองได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนภารกิจต่าง ๆ ของกองทัพให้ไปอยู่ในความดูแลของ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ