วรภพ วิริยะโรจน์ อภิปรายสนับสนุนการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพง โดยเสนอให้เปลี่ยนนโยบายก๊าซธรรมชาติและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี Heat Pump ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซ ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และต่อยอดศักยภาพการผลิตของประเทศสู่ตลาดโลก
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ก็ขออภิปรายสนับสนุนญัตติ การแก้ไขปัญหาค่าไฟราคาแพงด้วยครับ แน่นอนครับวันนี้ผมอาจจะขออนุญาตมาลงลึกในประเด็นเรื่องของนโยบายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก็เป็นประเด็นสำคัญที่ว่าจะเป็นต้นตอของเรื่องของค่าไฟนะครับ เพราะว่าในโครงสร้าง ค่าไฟฟ้าของประเทศไทย เราใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นต้นทุนถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นก๊าซธรรมชาติราคาถูกหรือแพงส่งผลโดยตรงกับตัวค่าไฟฟ้าของประเทศไทยนะครับ ซึ่งแน่นอนครับ นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราได้พูดมาตลอดว่าเป็นสิ่งที่สามารถช่วยลดค่าไฟ ได้เร็วที่สุดก็คือการเปลี่ยนนโยบายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็อาจจะได้ทำไปแล้วเป็น มาตรการชั่วคราวสำหรับงวดเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนนี้ ต้องมาดูกันต่อว่าจะเป็น มาตรการชั่วคราวหรือมาตรการถาวรนะครับที่ว่า เปลี่ยนให้โรงแยกแก๊สธรรมชาติของ กลุ่มทุน ปตท. ใช้ราคาเดียวกันกับที่โรงไฟฟ้า แล้วก็ภาคอุตสาหกรรมเขาใช้อยู่ หรือที่เรียก กันว่าเป็น Single Pull ก็เกริ่นอีกนิดหนึ่งก็คือจากเดิมก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยเราใช้ มาจาก ๓ ก้อน จากอ่าวไทยราคาถูกที่สุด แล้วก็พม่าแพงขึ้นนิดหนึ่ง แล้วก็นำเข้าจาก LNG ตอนนี้รวมมาเป็น Pull เดียวกัน แล้วผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแยกก๊าซ โรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็โรงไฟฟ้าก็ใช้ราคาเดียวกันแล้ว ทีนี้มันมามองต่อยอดอีกนิดหนึ่ง ว่าจากเดิมที่เกิดขึ้นแล้วจะไปสู่อนาคตเพื่อลดค่าไฟได้อย่างไรบ้าง มันก็หนีไม่พ้นครับ ผมคิดว่าทุกวันนี้อยากให้เห็นนโยบายภาครัฐที่จะจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรมเองเปลี่ยนจาก การใช้ก๊าซธรรมชาติไปใช้พลังงานอื่นทดแทนมากขึ้น เหตุผลก็คือว่ายิ่งโรงงานอุตสาหกรรม ภาคอุตสาหกรรมลดการใช้ก๊าซธรรมชาติใน Pull นี้เท่าไร นั่นหมายถึงอะไร หมายถึงว่า เราก็จะนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาแพง แล้วก็ผันผวนไม่แน่นอนลดลงไปได้ ดังนั้นหมายถึง ค่าไฟฟ้าที่ภาคประชาชนเองก็ตาม หรือแม้กระทั่งภาคธุรกิจใช้ก็ตามก็จะถูกลงนะครับ ซึ่งแน่นอนจะจูงใจอย่างไร ผมมองเป็นเรื่องเดียวที่ทำได้ประโยชน์ ๓ ต่อนะครับ แน่นอน คือจูงใจให้ภาคเอกชนไปใช้พลังงานอื่นแทนก๊าซธรรมชาติในการเผา ลดค่าไฟได้ด้วย บรรลุ เป้าหมายเรื่องของ Net Zero ได้เร็วขึ้นด้วยนะครับ เพราะว่าทุกการเผาก๊าซธรรมชาติ มันมาพร้อมกับคาร์บอนแน่นอน แล้วก็เป้าหมายที่ ๓ คือการพัฒนาอุตสาหกรรมไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นก็เลยเป็นที่มาที่ผมก็อยากจะสนับสนุนข้อเสนอของทางสภาอุตสาหกรรมด้วยนะครับ ที่อยากจะให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยี Heat Pump เข้ามาทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ ในการเผาเป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี Heat Pump นี้เป็นอย่างไรนะครับ ผมขอเกริ่นสั้น ๆ มันก็คือเหมือนกับเป็นแอร์บ้านเรานี่ละครับ แต่เป็นแอร์ที่กลับด้าน ก็คือ ใช้ด้านที่เป็น Compressor ปล่อยลมร้อนออกมา ไปใช้ให้ความร้อนแทนการเผาก๊าซ ธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ดังนั้นใช้เทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่พิสูจน์มาแล้วมากกว่าสิบปี มีประสิทธิภาพสูงนะครับ ก็คือใช้ไฟฟ้าตรงนี้เปลี่ยนจากเป็นการให้ความร้อนแทนการเผา ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งตรงนี้มันมีโอกาสในประเทศไทยอย่างไรนะครับ ก็ต้องบอกว่าประเทศไทย เราเองเป็นผู้ผลิตแอร์อันดับต้น ๆ ของโลก ประเทศไทยเราเป็นผู้ส่งออกแอร์อันดับ ๒ ของโลกรองจากประเทศจีน ดังนั้นเราจึงมีศักยภาพโดยตรงที่จะมาสนับสนุนเทคโนโลยี ให้จริงจัง ก็คือต่อยอดจากการเป็นผู้ส่งออกแอร์มาเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยี Heat Pump ไปทั่วโลกด้วย เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทยก็เป็นสิ่งที่จะเป็นความต้องการที่เกิดขึ้น ทั้งโลกในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในการลดเชื้อเพลิง การเผาเชื้อเพลิงเพื่อการให้ ความร้อนในภาคโรงงาน ภาคอุตสาหกรรม ก็เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าในการใช้เทคโนโลยี Heat Pump ตรงนี้แทน ซึ่งแน่นอนครับ ในส่วนนี้ผมก็ขออนุญาตเสริมลงไปเลยว่าวิธีการ มันจะเป็นอย่างไร เผื่อว่าในทางกรรมาธิการจะแต่งตั้งหรือตั้งเป็นข้อสังเกตเสนอต่อไปยัง รัฐบาลได้นะครับ อันแรกก่อนก็คือการสร้างความต้องการ ก็คือ Demand ซึ่งในตรงนี้สิ่งที่ มันเหมาะสมที่สุด ก็คือกองทุนอนุรักษ์พลังงานของกระทรวงพลังงานเอง ต้องมีมาตรการ จูงใจออกมา หรือที่เรียกว่าเป็น ESCO Model คือว่าให้มีภาคเอกชนไปช่วยกัน Co pay หรือไปช่วยกันลงทุน Heat Pump ในภาคโรงงานอุตสาหกรรม แล้วต้นทุนที่ประหยัดได้ก็จะ กลับมาคืนทุนให้กับกองทุนตรงนี้ อันนี้จะสร้างให้เกิดการ Demand แล้วก็ทำให้จูงใจให้ ภาคโรงงานก็เปลี่ยนจากการใช้ก๊าซธรรมชาติเผาเป็นเชื้อเพลิงไปใช้ Heat Pump เพื่อให้ ความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรมแทน แน่นอนครับ เมื่อ Demand มีความต้องการก็ไป สนับสนุนที่ภาคการผลิต หรือเรียกว่าเป็น Package DOI ควรจะตามต่อเนื่องมา แล้วก็ สุดท้ายก็คือการส่งออก อย่างที่เกริ่นไปว่า เรามีศักยภาพที่จะต่อยอดจากอุตสาหกรรมแอร์ เป็นอุตสาหกรรม Heat Pump เพื่อส่งออกไปได้ อันนี้ก็ต้องพึ่งกลไกภาครัฐในการขยาย ตลาดตรงนี้นะครับ ก็จะขอทวนกลับมาอีกทีหนึ่งว่า ยิ่งภาคอุตสาหกรรมไทยสวิตซ์ จากการเผาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงมาเป็นใช้ Heat Pump มากขึ้นเท่าไร เราก็จะมีค่าไฟ ที่ถูกลง เพราะว่าเราก็จะนำเข้าก๊าซ LNG น้อยลง แล้วก็เมื่อใช้ไฟฟ้ามากขึ้น แน่นอนครับ ตัวหารจาก เดิมที่โรงไฟฟ้า เรามีโรงไฟฟ้าจำนวนมากที่ไม่ได้เดินเครื่องนะครับ แต่ว่าได้เงินจากเรามันก็ เท่ากับว่าเขาจะได้ Run มามากขึ้นด้วย ดังนั้นมันจะเป็น ๒ ต่อ ที่เพิ่มขึ้นก็คือราคาก๊าซ ธรรมชาติถูกลงได้ แล้วก็มีการใช้ไฟฟ้าเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง เดินเครื่องมาก ขึ้นได้ ทีนี้เมื่อตัวหารมากขึ้นค่าความพร้อมจ่ายต่อหน่วยก็จะลดลงไปได้ นอกเหนือจากก๊าซ ธรรมชาติถ้าผมทวนอีกทีหนึ่งที่เราเสนอมาตลอดคือเรียกว่าเป็น ๕ ขั้น ก็เพื่อไม่ให้เป็น การเสียเวลาสภาแห่งนี้ ก็จะขอทวนสั้น ๆ ว่านอกเหนือจากนี้สิ่งที่ยังรออยู่ว่าให้เกิดการแก้ไข ปัญหาค่าไฟ ก็คือการเจรจากับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เดินเครื่อง แต่ก็ได้เงินจากเรา รวมถึงพลังงานไฟฟ้าทดแทนต่าง ๆ ที่ตอนนี้ก็เริ่มทยอยหมดสัญญา แต่ว่ายังมีสัญญาเก่า ที่ได้ค่าไฟที่มีราคาแพงอยู่ไปด้วยนะครับ ผมก็ต้องยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าการเจรจากับเอกชน เหล่านี้เป็นไปได้นะครับ ถ้าเรามองว่าในอนาคตโรงไฟฟ้าที่เราใช้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน มากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติปัจจุบันสามารถขยายอายุ สัญญา เพื่อเป็น Backup Plan ในอนาคตเพื่อให้ในอนาคตเองเราก็มีความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยที่ค่าไฟปัจจุบันลดลงได้ครับ ก็ขอเสนอเป็น ข้อเสนอแนะผ่านไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งหรือเป็นข้อสังเกตไปยังรัฐบาลต่อไป ขอบคุณครับ