พิมพ์ภัทรา แจงแหล่งลิเทียมไทย เผยศักยภาพดึงดูดนักลงทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุ polic ชี้แจงต่อที่ประชุมเกี่ยวกับศักยภาพแหล่งลิเทียมในประเทศไทย โดยอธิบายความแตกต่างระหว่างปริมาณหินที่มีลิเทียมกับปริมาณที่สามารถสกัดได้จริง พร้อมเน้นย้ำถึงคุณค่าทางเศรษฐกิจจากแหล่งลิเทียมที่สำคัญอย่างเรืองเกียรติและบางอีตุ้ม ซึ่งมีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันรับฟังความห่วงใยจากสมาชิกและขอความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลอย่างรอบด้านผ่านสื่อประกอบ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนอื่นต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกก่อนนะคะว่า วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ติดภารกิจต้อนรับผู้นำประเทศเยอรมัน เวลาเดียวกันกับประชุมสภา จึงไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้นี้ได้ แล้วเรื่องนี้ก็เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถตอบให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็สมาชิกที่ได้ถามได้ แล้วก็ ขอบคุณท่านร่มธรรม ขำนุรักษ์ ที่ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นมา ทราบดีค่ะว่าเรื่องนี้เป็นความห่วงใย แต่สำหรับรัฐบาลเอง เรื่องนี้ถือเป็นโอกาสของประเทศค่ะ ก่อนอื่นที่ดิฉันจะอธิบายคำถาม ที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเมื่อสักครู่ ขอทำความเข้าใจกับสมาชิกไปถึงพี่น้องประชาชนที่กำลัง รับฟังอยู่ เรื่องของที่มาที่ไป ตลอดจนเรื่องสำคัญที่สุด ก็คือหนีไม่พ้นเรื่องของลิเทียมค่ะ ขออนุญาตให้ทางสภาฉายกล้องทางด้านหน้าของดิฉันนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ขออนุญาตท่านประธานนะคะ นำสิ่งของมาในสภานิดหนึ่ง เป็นตัวหินตัวนี้ แล้วก็ตัวผงนะคะ ก่อนอื่นเดี๋ยวดิฉันจะเข้าไปถึงในรายละเอียด ลิเทียมทำไมถึงต้องสำคัญ เพราะวันนี้ทุกคน สนใจลิเทียมมาก เพราะลิเทียมเป็นแร่ที่จะต้องใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ค่ะ และที่สำคัญที่สุด ตัวลิเทียมเองมันไม่สามารถที่จะอยู่เดี่ยว ๆ ได้ มันประกอบไปด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน บางประเทศลิเทียมก็จะอยู่กับน้ำ อย่างน้ำเค็ม น้ำเกลือ อย่างประเทศต่าง ๆ ในอเมริกาใต้ แต่อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ก็จะแทรกตัวอยู่ในหิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ถ้าท่านสังเกตก้อนหินก้อนนี้ ก้อนนี้เราไม่ได้เรียกว่าก้อนลิเทียม แต่ลิเทียมมันจะแทรกอยู่ใน บริเวณผิวอยู่ข้างใน อยู่ในเนื้อนะคะ ซึ่งกว่าจะได้มาเป็นลิเทียม เราต้องไปผ่านกระบวนการ แต่ก้อน ๆ นี้ ตัวลิเทียมที่เรากำลังพูดถึงมันจะอยู่ด้านในนี้ เพราะฉะนั้นอยากทำความเข้าใจ ให้ตรงกันก่อนเรื่องของลิเทียมในเมืองไทย ลิเทียมในเมืองไทยจะอยู่ในก้อนหินแบบนี้นะคะ กว่าจะได้มาต้องไปผ่านกระบวนการต่าง ๆ ก่อนถึงจะได้มาเป็นแร่ลิเทียมตามที่ทุกคน อยากได้ แล้วตอนนี้ที่ท่านสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่ว่า มันมีไหม มันมีจริงไหม หรือมันเป็น อย่างไร ตั้งแต่เรามีเรื่องของ EV มา ทางกระทรวงอุตสาหกรรมเรามีนโยบายให้ทาง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ไปสำรวจดูว่า มีแปลงไหนบ้างที่มาขอ หรือมี แปลงไหนบ้างที่มาขออนุญาตทำการสำรวจ ก็ปรากฏว่าในประเทศไทยตอนนี้ เรามีแหล่ง ลิเทียมที่มาขอในการสำรวจ ๒ แหล่งด้วยกัน แหล่งแรกคือแหล่งเรืองเกียรติ และแหล่งที่ ๒ ก็คือแหล่งบางอีตุ้ม ซึ่งอยู่ในจังหวัดพังงา ทั้ง ๒ แหล่งนี้เป็นแหล่งที่มีการเข้าไปสำรวจแล้ว แล้วพบว่ามีหินที่มีลิเทียมเป็นองค์ประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ะ แหล่งแรกก็คือ แหล่งเรืองเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เข้าไปแล้วมีปริมาณ ทรัพยากรแร่ หรือตัวนี้ค่ะ ที่เราพูดถึงกว่า ๑๔.๘ ล้านตัน ดิฉันย้ำว่า ๑๔.๘ ล้านตัน ก็คือปริมาณหินที่มีลิเทียมแทรกอยู่ เข้าใจตรงกันก่อนนะคะ ปริมาณ ๑๔.๘ ล้านตัน คือปริมาณหินที่มีลิเทียมแทรกอยู่ ซึ่งไม่ใช่ตัวของโลหะลิเทียมค่ะ ส่วนพื้นที่ของบางอีตุ้ม อีกแหล่งหนึ่ง เรายังไม่ได้รับรายงานของผลการสำรวจว่ามีจำนวนปริมาณหินที่มีลิเทียม อยู่ปริมาณเท่าไร พอเราไปดูความสมบูรณ์ของลิเทียมที่อยู่ในแหล่งบางอีตุ้ม เราก็ได้รับการ รายงานในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่าความสมบูรณ์ของสารประกอบลิเทียมออกไซด์ที่ ร้อยละ ๐.๕ ซึ่งหากแปลงเป็น Lithium Carbonate ก็จะมีประมาณ ๑๖๔,๕๐๐ ตัน ซึ่งปริมาณดังกล่าวนี้หากออกแบบการทำเหมือง การแต่งแร่ แล้วก็การประกอบโลหะกรรม อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถแต่งแร่ออกมา คาดว่าจะผลิตแบตเตอรี่ Lithium Ion สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ขนาด ๕๐ กิโลวัตต์ได้ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านคัน ซึ่งข้อมูล ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลความจริงตามหลักการคำนวณ ตามกระบวนการถูกต้องนะคะ แล้วก็ สำหรับความสับสนที่เกิดขึ้น ดิฉันเข้าใจดีว่ามันมีความสับสนเรื่องของความมาก ความน้อย การติดอันดับ ลำดับ ๓ ของโลก ซึ่งก่อนอื่นเลยดิฉันก็ต้องยอมรับก่อนว่า ศัพท์เทคนิคของ เหมืองนี้มันมีความเข้าใจยากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า ปริมาณสำรองทาง ทรัพยากรธรณี ซึ่งหมายถึงหินที่มีลิเทียม ก็คือตัวนี้นะคะ นี่คือปริมาณสำรองทาง ทรัพยากรธรณี ซึ่งตอนที่ดิฉันบอกไปก็คือว่า ๑๔.๘ ล้านตัน มันหมายถึงตัวหินตัวนี้ ซึ่งยังไม่ผ่านกระบวนการสกัดถูกต้องนะคะ ถ้าสกัดแล้วลิเทียมก็จะมาอยู่เป็นผง ๆ แบบนี้ เพราะฉะนั้นการเข้าใจผิดแบบนี้ ดิฉันเอง ทางกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เราก็พยายามที่จะอธิบายกับพี่น้องประชาชน หลังจากมีเหตุขึ้นมาว่า มันจริงไหม มันใช่ไหม ดิฉันก็มีคำสั่งให้ทางอธิบดี กพร. ได้ออกไปสื่อสารภายใน ๒๔ ชั่วโมง ให้ออกไปทำความ เข้าใจ และอธิบายให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบว่าปริมาณสำรองนี้แท้จริงมันเป็นอย่างไร และจำนวนที่เราพยายามพูดถึง ๑๔.๘ ล้านตันมันมีจริงหรือไม่ ก็ย้ำว่ามีจริงนะคะ เพียงแต่ว่า วันนี้อาจจะมีความตื่นเต้น เพราะด้วยความที่มีเจตนาดี วันนี้ดิฉันเข้าใจค่ะ ทุกคนตื่นเต้นกับ ลิเทียม ทุกคนอยากทราบว่ามันมีมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดมันเป็นโอกาสค่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้การสื่อสาร ความเข้าใจในศัพท์เทคนิค แล้วก็การแปลนี้มันอาจจะไม่ได้ไป ในทางเดียวกัน แต่เมื่อเกิดความผิดพลาด อุตสาหกรรมเองเราออกไปแก้ไข และที่สำคัญที่สุด ดิฉันคิดว่ามันคือความเจตนาดี วันนี้ลิเทียมที่เกิดขึ้นที่พบขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศบ้าง มันสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เพราะนี่คือการที่เราจะเดินออกไปขายแค่พื้นที่ที่จะมา ตั้งฐานการผลิตคงไม่เพียงพอ การที่เรามีแค่พลังงานสีเขียว จูงใจนักลงทุนมา ก็ไม่เพียงพอ แต่วันนี้เรามีสารตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ จำนวนที่จะสามารถผลิตแบตเตอรี่ แค่เหมือง เหมืองเดียวเราสามารถทำได้ ๑ ล้านคัน อันนี้มากกว่าค่ะที่มันเป็นใจความสำคัญ และเป็นหัวใจของการที่เราจะเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชนชาวโลกรู้ว่าเรามีลิเทียมค่ะ วันนี้มันไม่มีทางที่ดิฉันคิดว่าคนไทยไม่ควรเข้ามาด้อยค่าว่า มีมากหรือมีน้อย แต่เราต้องภูมิใจ ว่าประเทศของเรามีค่ะ มีลิเทียม ขอบคุณค่ะ