ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม แสดงความคัดค้านการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภา โดยเห็นว่าการปรับบทบาทระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารขัดหลักการปกครองระบอบรัฐสภาและรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งแสดงความเห็นใจเพื่อนสมาชิกที่ถูกตัดสินคดี และเน้นย้ำความจำเป็นในการพิจารณากฎหมายนิรโทษและประชามติอย่างรอบคอบ พร้อมเตือนรุ่นใหม่ให้รอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสมในการมีส่วนร่วมต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ผมลุกขึ้นมาเพื่อแสดงเหตุผลในการอภิปรายวันนี้อย่างน้อย ๆ ท่านประธานก็ดีหรือ เพื่อนสมาชิกแล้วก็ผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านเพราะเป็นการถ่ายทอดอยู่แล้ว ได้เข้าใจในฐานะที่ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาล แน่นอนที่สุดครับท่านประธานนั่งฟังมาก็มี ประเด็นหลายประเด็นที่อยากออกมาแลกเปลี่ยนให้กับทั้งผู้ที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน ได้ทราบว่าคนชื่อครูมานิตย์มันคิดอย่างไรกับร่างฉบับนี้ จริง ๆ แล้วท่านประธานที่เคารพครับ เราอยู่ในสภาแห่งนี้ เรามีข้อบังคับ เรามีรัฐธรรมนูญ เรามีข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เรามี ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔ เล่มท่านประธานครับ มีข้อบังคับเขียนไว้ เยอะแยะ แล้วก็พอไปพอมากับการทำงานได้อยู่แล้วครับ อยู่ ๆ อีกซีกหนึ่ง ผมใช้คำว่า ฝ่ายค้านดีกว่ายื่นขึ้นมาให้แก้ เมื่อเดือนที่แล้วเราก็แก้ไปแล้ว มาวันนี้ก็จะแก้กันอีก แล้วผู้เสนอ ผมก็แล้วแต่คุณจะคิดผมก็พยายามนั่งฟังถือว่าเป็นน้องนุ่งเป็นลูกหลาน บอกว่าข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก้าวหน้า เอาเถอะถ้าจะพูดกัน แต่ว่าผมอาจจะเป็นคนแก่ ที่ไม่ก้าวหน้า เพราะดูจากการแต่งตัวท่านประธานเห็นไหมครับ ใส่สูท ผูก Necktie มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ครับ มาในสภาแห่งนี้ แล้วก็ไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง ที่ไปกราบยกมือไหว้ ท่านรองประธานที่ชื่อคุณหมอว่าท่านครับ เวลาท่านขึ้นนั่งบนบัลลังก์ท่านผูก Necktie ใส่สูท เหมือนพวกผมเถอะครับ ผมนั่งอยู่ข้างล่างอย่างน้อย ๆ ท่านก็เป็นประธานผมครับ ท่านประธานคงไม่กล้าปฏิเสธนะครับคำนี้ และผมก็ชื่นชมประธานตลอด นี่คือความเก่า ความล้าสมัยของผมครับท่านประธาน ท่านประธานประเทศไทยปกครองโดยระบอบนิติรัฐ เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เรามี เสาหลักอยู่ ๓ เสา อันนี้ผมท่องมาตั้งแต่ผมเรียนหนังสือ คือ ฝ่ายตุลาการก็คือเรื่องของศาล เรื่องของกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ฝ่ายบริหารและก็ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการผมคงจะ ไม่ก้าวล่วงไม่พูดถึงนะครับ แต่ฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติมันหนีกันไม่ได้ครับ ที่มันจะต้อง ผูกพันกันทั้ง ๆ ที่ว่าเขาจัดให้เป็นคนละเสา เพราะฝ่ายบริหารออกไปจากฝ่ายนิติบัญญัติ ก็คือสภาแห่งนี้ ถ้าสภานี้เลือกตั้งเสียงไปได้ข้างมากเขาก็ไปเป็นฝ่ายบริหารไม่ได้ ฉะนั้น หลายเรื่องที่เขียนลงมาในการแก้ไขนี้ ผมไม่ทราบว่าคิดกับผมตรงกันข้ามแน่นอน ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นที่ผมรับเรื่องนี้ไม่ได้ เช่น เรื่องของกฎหมายการเงิน กฎหมาย การเงินถ้าสภาแห่งนี้ยื่นไปให้นายกภายใน ๑ เดือน ทาง ครม. ไม่ตอบกลับไปยังสภาถือว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดเจนจะต้องได้รับอนุมัติจากนายก เพราะอะไรครับท่านประธานกฎหมายการเงิน เพราะว่ารัฐบาลเป็นคนฝ่ายหาสตางค์มา บริหารประเทศแล้วเราออกกฎหมายให้คนอื่นหาสตางค์ เขาจะออกให้หรือครับ แล้วกฎหมาย ที่ออกเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงินถามว่าทำไมจะต้องเป็นกฎหมายจาก ครม. เพราะ ครม. เขาจะต้องไปทำตามนโยบายที่เขาประกาศไว้ท่านประธาน เขาประกาศนโยบาย ว่าอย่างไรเขาต้องทำอย่างนั้น นี่เขาเรียกว่าการปกครองโดยระบอบรัฐสภา ถ้าเราไปคิด ระบอบใหม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง นี่ผมยกตัวอย่าง เรื่องกระทู้นายกรัฐมนตรี ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ใครจะมามองอย่างไร คือกระทู้มันมีอยู่ ๓-๔ อย่างอยู่แล้วท่านประธาน กระทู้ถามด้วยวาจา กระทู้ถามสด ก็ถามสิครับ นายกรัฐมนตรีเศรษฐาไม่ใช่ไม่มาตอบ ท่านก็มาตอบ แล้วสภาก็ปิด แล้วรัฐบาลก็เพิ่งตั้งท่านประธานก็รู้ แต่จะให้ท่านมาตอบสมัยหนึ่งทุกสัปดาห์ ๆ ไม่ได้ ให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นคนเสนอ ผู้นำฝ่ายค้านไม่ใช่ฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เขาต้องทำการจัดการบริหาร แก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ฝ่ายคิดถาม ถามได้ทุกวัน มันต่างกันครับ นี่เขาเรียกว่าระบบรัฐสภาอีกล่ะครับท่านประธาน ฉะนั้นมันมีกระทู้ถามสด ด้วยวาจา มันมีญัตติ มันมีกระทู้แยกเฉพาะ มีทุกอย่างท่านประธาน แถมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้อีก รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน สมัยละ ๒ ครั้ง อภิปรายลงมติกับไม่ลงมติ มันเขียนไว้ เยอะแยะแล้วนี่ครับในรัฐธรรมนูญ ฉบับพุทธศักราช ๒๕๖๐ แล้วก็ข้อบังคับการประชุม ประธานกรรมาธิการมันบังคับไม่ได้หรอกครับ ว่าคนที่มาจากฝ่ายนั้นจะต้องเป็นเลขานุการ ประธานกรรมาธิการ แสดงว่ามีเจตนาจะแยกปลาแยกน้ำครับ ถ้าแยกปลาแยกน้ำมันทำงาน ไม่สนุก เขายังเขียนไว้เลยว่าการเป็นประธานกรรมาธิการให้เลือกจากถัวเฉลี่ยของทุกพรรค ก็เป็นกันหมด กรรมาธิการบางคนเป็น ๒ คณะ ก็ไม่เป็นอะไรเพราะกฎหมายเขาเขียนไว้ ข้อบังคับเขาเขียนไว้ไม่เกินคนละ ๒ คณะ มันเป็นสิทธิในระบบรัฐสภานี้เมื่อเราไปนั่งในห้อง แล้วก็มีการเลือก เลือกประธาน เลือกรองประธาน เลือกที่ปรึกษา เลือกเลขานุการ ก็เลือก กันไปสิครับ ไม่ใช่ว่าเราเป็นรองประธานเราทำอะไรไม่ได้ เราเป็นเลขานุการแล้วทำอะไร ไม่ได้ เพราะกรรมาธิการไม่ได้แยกฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล มีความรักความผูกพัน ในสมัยก่อน ๆ ท่านประธานรู้ไหม ไปอยู่กรรมาธิการเดียวกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลแต่งงานกันก็มี ก็รักชอบกัน ไปทำงานด้วยกัน ประชุมทุกอาทิตย์ ไปดูงานในประเทศไปต่างประเทศ นี่คือ ความผูกพันถึงขนาดนั้นนะครับท่านประธาน ก็ไม่เห็นมีอะไรที่จะเสียหายท่านประธานครับ หลายคนบอกว่าต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ ทุกวันนี้ตรงไหนไม่เพิ่มประสิทธิภาพ ผมก็สงสัยเหมือนกันละครับ สื่อถ่ายทอดไป อันนี้ผมไม่เห็นด้วยท่านประธาน วันนี้ผมนั่งเป็น ประธานกรรมาธิการคมนาคม เวลาเขาฟ้อง เขาแจ้งความ ผมเป็นคนไม่ชอบขึ้นศาล เพราะผม ไม่อยากดังที่จะไปขึ้นศาลในบางเรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ฉะนั้นการที่เราประชุมกัน แล้วถ่ายทอดบางเรื่องในห้องใหญ่ที่ถ่ายทอดได้ เพราะมีประธานติง เพราะใช้ข้อบังคับ ในห้องนี้มันไม่ได้ แม้กระทั่งว่าไปยืนแถลงข่าวก็ยังจะต้องโดนฟ้องร้อง สมัยที่แล้วฟ้องร้องกัน ระเนระนาดเลย แล้วก็ยื่น ๕,๐๐๐ คน อันนี้ผมยังสงสัยเพราะผมไม่ได้จบกฎหมายข้อบัญญัติ อะไร ภาคประชาชนยื่นข้อบัญญัติมาไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ คนให้เอาเข้าเลย ผมถามประธาน ระหว่างข้อบัญญัติกับ พ.ร.บ. มันต่างกันตรงไหน เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนว่าต้อง ๑๐,๐๐๐ คน พ.ร.บ. ฉะนั้นถ้าเราไปแก้ข้อนี้ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ ใจเย็น รัฐธรรมนูญกำลังจะแก้ อยู่แล้ว เข้าไปร่วมแก้กันเลย ผมว่าหลายเรื่อง แล้วสิ่งหนึ่งนะครับท่านประธาน กดออดแล้ว ผมเคารพในท่านประธานนะครับ ตั้งแต่ท่านผูก Necktie ใส่สูท ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังจะแก้เราก็เห็นด้วย เรื่องข้อบังคับนี้เราบอกว่าใจเย็นนิดหนึ่ง อะไร ที่มันไม่ดีก็จะนำมาแก้ แต่มันไม่จำเป็นต้องรีบก่อน ให้ดูจากรัฐธรรมนูญแก้มาก่อน แล้วเรา ก็เอาข้อบังคับค่อยไปล้อตามกันมา เพราะอันนี้ข้อบังคับเปรียบเสมือน พ.ร.บ. เป็นกฎหมายลูก ฉบับที่ ๑ ถึงแม้ว่าไม่ได้เขียนเป็นพระราชบัญญัติข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทน ก็ถือว่า เป็น พ.ร.บ. ไม่ใช่เราไม่ช่วยกันคิด เราช่วยกันคิดครับ แต่อย่าเร็วเกินไป อย่าบอกว่าก้าวหน้า ก้าวไปตรงโน้น ก้าวไปตรงนี้ ใจเย็น ๆ ช่วยกันทำ ผมก็อยากเห็นว่าช่วยกันทำจริง ๆ นะครับ เพราะสภาแห่งนี้เราก็โดนเลือกมาจากประชาชน โดยเฉพาะพวกผมไม่ได้อาศัยจิตวิญญาณ ใครเข้ามาเป็นผู้แทนนะครับ ยกมือไหว้แม้กระทั่งเมียตัวเองนะครับกว่าจะได้เป็นเพราะ ไปเดินหาเสียง พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ก็ต้องรีบกลับบ้าน มีงานบวช งานแต่งงาน งานผ้าป่า งานอะไร เยอะแยะ จนกระทั่งว่าบางคนเรียกว่าผมผู้แทน Grade 2 ผู้แทนชั้นล่างนั่นละครับ ไม่ได้ แขวนใครมานะครับ ไม่ได้อาศัยใครมานะครับ เป็นผู้แทนยืนอย่างภาคภูมิใจจนทุกวันนี้ เอาละครับท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลาค่อนข้างจำกัด ผมก็เคารพท่านประธาน จริง ๆ ก็อยากจะเล่าอะไรให้ฟังเยอะ เพราะการปกครองโดยระบบนิติรัฐ โดยกลไกรัฐสภา เสียงข้างมากเป็นผู้ได้รับฉันทานุมัติในการบริหารจัดการกับประเทศ ท่านประธานก็เห็น ถ้าในสภาแห่งนี้ไม่มีเสียงข้างมาก ในกรรมาธิการก็เหมือนกัน เราเห็นใจนายกเถอะครับ เรามีช่องว่าง ผมไม่ได้เข้าข้างนายกครับ วันหนึ่งเศรษฐาก็ไม่ได้เป็นนายก อาจจะเป็นใคร ผมก็ไม่รู้ แต่ให้เขาไปนั่งคิดสมองบริหารจัดการกับประเทศ แล้วเราก็ตั้งกระทู้เอา เราก็ อภิปรายไม่ไว้วางใจเอาท่านประธานครับ
ท้ายที่สุดผมก็ได้ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ว่าจะค้านจะขวาง จะอะไร หรอกครับ แต่วันนี้บ้านเมืองกำลังจะเปลี่ยนไหนกฎหมายนิรโทษเข้ามา ไหนเรื่องประชามติ เข้ามาเราก็ต้องดู นิรโทษก็พร้อมจะอภิปรายอยู่ท่านประธาน เราก็เห็นใจ น้อง ๆ ตอนเช้า รู้ว่าโดนตัดสินคดีเห็นใจมาก ๆ ด้วยเพราะว่าเราเป็นผู้แทนด้วยกัน ไม่ใช่ว่าจะซ้ำเติม เห็นใจครับ เพราะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน ผมเข้าใจแล้วผมให้เกียรติตลอด แต่ว่า บางเรื่องบางราวเราไม่ใช่ว่ายกเอาจะบอกคนรุ่นคร่ำครึ รุ่นใหม่ไม่พัฒนา รุ่นโน้น รุ่นนี้ รุ่นนั้น ใจเย็นไอ้หนู รอวันเธอมาเป็นใหญ่เธอจะทำอะไรเธอก็ทำเอา ขอบพระคุณครับท่านประธาน