กันต์พงษ์ เสนอโมเดล Forward Parliament ย้ำความเป็นธรรม-โปร่งใส-ตรวจสอบได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๖

กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ อภิปรายเสนอแนวทางการพัฒนาสภาก้าวหน้าภายใต้โมเดล FORWARD ที่เน้นความเป็นธรรม การเปิดเผยโปร่งใส การควบคุมตรวจสอบร่วมกัน การยอมรับในระดับโลก ความว่องไวในการดำเนินงาน ความสัมพันธ์กับประชาชน และการลดดุลพินิจโดยใช้กลไกการโหวตแทนการตัดสินใจส่วนตัว

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายเกี่ยวกับสภาก้าวหน้าใน Model ที่เรียกว่า Forward Parliament Forward มีตัวอักษร ๗ ตัวครับ F O R W A R D ขอเริ่มที่ตัวแรกครับ F คือ คำว่า Fair Fair ในที่นี้คือคำว่า เป็นธรรม หรือ ยุติธรรม ณ จุดนี้ถ้าเราไปดูในข้อมูลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเสนอ พ.ร.บ. แก้กฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะมาจากภาคประชาชน มาจากสภา ของเราเอง หรือ ครม. เอง ส่วนมากน้ำหนักจะไปอยู่ที่ ครม. เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะให้มี คำว่า Fair หรือเป็นธรรมกับภาคประชาชนมากขึ้นนะครับ จากสถิติเราไปดูได้ครับว่า กฎหมาย กี่ฉบับที่ผ่านโดยประชาชนนะครับ นี่คือตัว F แรกนะครับ ตัวที่ ๒ คือตัว O ย่อมาจากคำว่า Open นะครับ แปลว่าเปิดให้มีคำว่า Transparency หรือเปิดให้โปร่งใส เพื่อนหลายท่าน พูดไปแล้วครับว่าจะดีกว่าไหมถ้ามีการเปิดทางอิเล็กทรอนิกส์ มีการถ่ายทอดสดอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจะทำให้อย่างน้อย ๆ เราก็จะไม่เน้นคำว่า Security หรือคำว่าเป็นการ ป้องกันมากเกินไป เน้นคำว่า Prosperity ครับ ก็คือเปลี่ยนจากการว่า ป้องกัน เป็นคำว่า มั่งคั่ง นะครับ มั่งคั่งหรือร่ำรวยมากขึ้นทำให้เราสามารถจะเห็นข้อมูลได้ชัดเจน ทุกคนก็เห็น ข้อมูลได้ อันนี้ก็เป็นการเปลี่ยนจากคำว่า มั่นคง เป็น มั่งคั่ง นะครับ ต่อมาครับ ตัวที่ ๓ ตัว R for ตัวที่ ๓ คือคำว่า Regulate แปลว่า การควบคุมหรือการ สอดส่องดูแลก็ง่าย ๆ เลยครับ คนที่จะมาสอดส่องดูแลก็มีทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ถูกไหมครับ เราก็ควรจะทำไมครับ ให้ฝ่ายค้านได้มีหน้าที่บทบาทอาจจะไม่จำเป็นต้อง เป็นสมัยนี้หรือสมัยหน้า ก็คือขอให้ทำไมครับ เน้นว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลเป็นคนดูแลก็ให้ฝ่ายค้าน มาเป็นคนตรวจสอบดีไหม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ปปง. หรืองบประมาณต่าง ๆ อันนี้ เพื่อนสมาชิกพูดไปเยอะแล้ว ก็ขออนุญาตประมาณนี้นะครับ ตัวที่ ๔ ก็คือคำว่า W ในที่นี้ ขอใช้คำว่า Worry Recognize ก็คืออย่างที่ให้สภาของเราเป็นผู้นำไม่ใช่แค่เป็นผู้ตาม แต่อย่างเดียว เป็นผู้นำระดับโลกก็ได้ ไม่เอาแค่ AEC เอาระดับโลกเลยนะครับ ให้ทุกคน เขาเอาเราเป็นตัวอย่างบ้าง ตอนนี้เราเองจากการทดสอบภาษาอังกฤษที่ผ่านมา PISA ก็ตกต่ำไปเรื่อย ๆ แล้ว ก็อยากที่จะให้เราไม่ใช่แค่คิดจะตามหรือคิดจะเท่ากัน ขอให้เป็น ผู้นำบ้าง เพราะฉะนั้นคำว่า Worry Recognize ก็เป็นการเขาเรียกว่ายอมรับระดับโลก ทำให้เรามีข้อมูลที่เปิดเผยได้และข้อมูลก็อาจจะต้องมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย อันนี้ ก็ฝากเอาไว้ตามที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ตัวที่ ๕ คือคำว่า Agility ซึ่งก็แปลว่า ว่องไว คล่องแคล่ว ตอนนี้เหมือนเราแบบอืด ๆ นิด ๆ ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้ผ่านพระราชบัญญัติใด ๆ ทั้งสิ้นถูกไหมครับ ก็จะเป็นการอืดบ้างก็จากการดูแล ๖๐ วัน จาก ครม. เอาไปทำไม ไปศึกษาเมื่อมีการยื่นเข้าไปในสภาแล้ว แต่ก็ยังทำไมครับ เหมือนกับว่ามันยังไม่เร็วเท่าที่ควร หรือบางครั้งเป็นการทำไมครับ ให้นายกรัฐมนตรีของเราเอาไปดูแลจะเป็นงบประมาณไหม เกี่ยวข้องกับเงินไหม ๓๐ วันอีกอันนี้ก็เหมือนกับว่าจะดูโอเคนะครับ เพราะว่ามันต้องมีการ ทำไม ให้รอบคอบแต่สุดท้ายมันจะกลายเป็นว่า Against หรือการดองกฎหมายต่าง ๆ ที่ควรที่จะทำให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ตัวนี้ก็จะเป็นตัว Activate อยากที่จะเน้นย้ำ มากขึ้นนะครับ ตัวที่ ๖ ก็คือตัว R R ในที่นี้ย่อมาจากคำว่า Related แปลว่า การสร้าง ความสัมพันธ์ ในที่นี้ก็ตรง ๆ เราเป็นผู้แทนที่มาจากประชาชนก็ต้องมีความสัมพันธ์ กับประชาชนและต้องมีการดูแลพี่น้องประชาชนให้สูงสุด เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะไม่ใช่แค่ ปัจจุบันนี้ครับ ประชาชนอยากจะเสนอก็แค่จะยื่น ยื่นเสร็จก็รอ รอเสร็จก็ยื่น ประธานสภา ให้ผ่าน ไม่ผ่านถูกไหมครับ ก็อยากที่จะให้เขาอย่างน้อยครับ ไม่ใช่แค่ยื่นครับเข้ามามีส่วนร่วม ในการรับฟังหรือจะมีข้อเสนอต่าง ๆ ให้ได้มากขึ้นในทุกขั้นตอนในสภาบ้างก็ได้ หรือจะเป็น ในคณะกรรมาธิการก็ว่าได้ประชาชนทั่วไปกันเลยนะครับ ตัวที่ ๗ ก็คือ F O R W A R D ตัว D สุดท้ายถ้าเกิดจะให้เดาก็อาจจะยากครับ เขาใช้คำว่า Discretion ซึ่งตัวนี้แปลว่า ดุลพินิจ ตัวนี้เมื่อสมัยที่ผ่านมาเราค่อนข้างที่จะมีการถกเถียงกันมากเลยว่า เอ๊ะ อะไรด่วน อะไรเร่ง อะไรไม่เร่ง สุดท้ายก็อาจจะมีฝ่ายหนึ่งที่บอกว่า เอ๊ะ Flavour อีกฝ่ายหนึ่งหรือเปล่า ว่าทำไมคุณไม่ยอม ทำไมเห็นอกเห็นใจฝ่ายนั้น ฝ่าย ก มากกว่าฝ่าย ข หรือเปล่า ก็คือ ใช้ดุลพินิจของใครครับ ก็ของประธานสภาบ้างหรือของใครก็แล้วแต่ อันนี้ก็เลยอยากที่จะ เปลี่ยนแปลงบ้างว่าเราอาจจะมีกฎระเบียบที่ลดเรื่องของ Discretion หรือดุลพินิจให้น้อยลง โดยการใช้การโหวตกันเสียอย่างเดียวก็อาจจะเป็นอีกกฎระเบียบหนึ่งที่เสริมสร้างให้สภา ของเรา Worry Recognize หรือจำได้จากทั่วโลกมากขึ้นนะครับ นี่คือ ๗ ตัวอักษร Forward และสุดท้ายนี้ก็อยากที่จะเห็นสภาผู้แทนของเราใช้คำว่า Kaizen คำว่า Kaizen ไม่ได้แปลว่า ใครเซ็น ก็คือนายกรัฐมนตรีเซ็นคนเดียวแล้วก็จบไม่ใช่นะครับ คำว่า Kaizen ในที่นี้เป็น ภาษาญี่ปุ่น แปลว่า Keep on Continuous หมายถึงว่าเราจะไม่หยุดยั้งความพึงพอใจ เราจะค่อยพัฒนาไปเรื่อย เพราะฉะนั้นแน่นอนครับกฎข้อบังคับทุกข้อ เราควรจะมีการ พัฒนาทุก ๆ ปีไปเรื่อย ๆ นี่คือภาษาญี่ปุ่นของเรานะครับ ขอบพระคุณครับ ด้วยความเคารพ Respect