จารุลักษณ์ แจงผลดำเนินงาน-การเงิน กอช. เดินหน้ายุทธศาสตร์ส่งเสริมการออม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ รายงานผลการดำเนินงานและสถานะการเงินของกองทุนการออมแห่งชาติในปี 2558 พร้อมเสนอภาพรวมยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรและการส่งเสริมการออมอย่างเป็นระบบ โดยชี้แจงความคืบหน้าทั้งในด้านการรับสมัครสมาชิก การพัฒนาระบบบริหารจัดการ การลงทุนตามกรอบกฎหมาย และผลการตรวจสอบบัญชี รวมถึงเน้นย้ำการสื่อสารและขยายความเข้าใจกับประชาชนผ่านเครือข่ายในพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นคงและธรรมาภิบาลในระยะยาว

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ ขอสรุปเสนอรายงานประจำปี ๒๕๕๘ และรายงานประจำปี ๒๕๕๙ ดังต่อไปนี้

สาระสำคัญของรายงานประจำปี ๒๕๕๘ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีการตรวจสอบงบการเงิน ประกอบไปด้วยงบแสดงฐานะทางการเงิน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ และงบรายได้ค่าใช้จ่าย งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิสำหรับ สิ้นสุดวันเดียวกัน รวมถึงหมายเหตุประกอบงบ สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญและหมายเหตุอื่น ๆ โดยมีสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

กอช. มีสินทรัพย์รวมจำนวน ๑,๑๘๓ ล้านบาท หนี้สินรวม ๗.๐๘ ล้านบาท มีสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ ๑,๑๗๖ ล้านบาท ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่ประเภทเงินฝากธนาคาร จำนวน ๙๖๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๘ กอช. มีสมาชิกสะสมในปีแรกอยู่ที่ ๓๙๐,๐๐๐ กว่าคน โดยมีการนำส่งเงินสะสมของสมาชิกรายบุคคล และผลประโยชน์จำนวน ๗๓๔ ล้านบาท กอช. มีรายได้รวมทั้งหมด ๑๔.๔๙ ล้านบาท เป็นรายได้จากดอกเบี้ยและการลงทุน กอช. มีค่าใช้จ่ายรวมจำนวน ๕๔ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร งานทะเบียนที่สำคัญในตอนจัดตั้งกองทุน ระยะเริ่มแรกของการจัดตั้ง กอช. ได้ให้ ความสำคัญยุทธศาสตร์ ๓ ด้าน ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ คือยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาองค์กร เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐาน อันประกอบไปด้วยด้านระบบบัญชี ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านจัดหาพื้นที่สำนักงาน อุปกรณ์ สำนักงาน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการออม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านระบบงานในการรองรับสมาชิก ประชาสัมพันธ์ในช่วง เปิดตัวด้วยการสร้างเครือข่ายในการรับสมัครสมาชิก

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน เพื่อให้เงินที่นำไปลงทุน ในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคง ในระยะแรก กอช. ได้รับอนุมัติโครงสร้างองค์กร จำนวน ๖๐ อัตรา ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้บริหารจัดการกองทุนในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ จำนวน ๗๒๕ ล้านบาท ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ กอช. ได้มีการรับสมัครสมาชิกในวันแรก มีสมาชิกมาสมัคร ๑๕๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นเงินรวมที่ประชาชนส่งมาอยู่ที่ ๑๓๗ ล้านบาท ณ สิ้นปี ๒๕๕๘ มีสมาชิกทั้งสิ้นคือ ๓๙๑,๐๐๐ กว่าคน มีเงินสะสม จำนวน ๔๘๕ ล้านบาท ในทิศทางการหา สมาชิก กอช. ได้เน้นการลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยกลุ่มเป้าหมายโดยตรงเปิดโอกาส ให้มีการสื่อสาร ๒ ทาง เนื่องจาก กอช. เป็นหน่วยงานใหม่ เป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องใช้ ความเข้าใจในการพูดคุยกับสมาชิก พึ่งพาการแลกเปลี่ยน อาศัยกลไกเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อจะต่อยอดและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ในระยะ ๔ เดือนแรกจึงเน้นการประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อเป็นการสื่อสารในวงกว้าง ด้านระบบทะเบียนสมาชิกได้มีการพัฒนา ระบบทะเบียนสมาชิกเพื่อสามารถรองรับในการบริการประชาชนในกลุ่มเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ ด้านการลงทุนได้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดลงทุน หลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ณ สิ้นปีธันวาคม ๒๕๕๘ มีเงินลงทุน จำนวน ๑,๑๕๔ ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในเงินฝากธนาคาร

สาระสำคัญในรายงานประจำปี ๒๕๕๙ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบงบการเงิน ประกอบด้วยงบแสดงฐานะทางการเงิน ณ สิ้นปีวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ เป็นงบรายได้ค่าใช้จ่าย งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ งบกระแสเงินสด และประกอบรายละเอียดเงินลงทุนสำหรับสิ้นสุดในวันเดียวกัน รวมถึงหมายเหตุสรุป นโยบายการบัญชีที่สำคัญ โดยสรุปสาระสำคัญดังต่อไปนี้

กอช. มีสินทรัพย์รวมจำนวน ๓,๒๙๒ ล้านบาท หนี้สินรวม ๑๘.๒๐ ล้านบาท มีสินทรัพย์สุทธิรวมอยู่ที่ ๓,๒๘๙ ล้านบาท ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นประเภทเงินฝากประจำ และพันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๓,๑๖๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๙ มีสมาชิกจำนวนสะสมอยู่ที่ ๕๒๔,๐๐๐ กว่าคน เพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๕๘ จำนวน ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคน โดยที่มีการนำส่งเงิน สะสมของสมาชิกรายบุคคลอยู่ที่จำนวน ๑,๑๐๙ ล้านบาท

กอช. มีรายได้รวมอยู่ที่ ๔๐.๑๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี ๒๕๕๘ จำนวน ๒๕ ล้านบาท ซึ่งในส่วนใหญ่จะเกิดจากรายได้ จากดอกเบี้ย และการลงทุน

กอช. มีค่าใช้จ่ายรวมจำนวน ๗๓ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่าย กับบุคลากร ค่าใช้จ่ายกับสมาชิก ซึ่งประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายจากการออม ประชาสัมพันธ์ และค่าสมาชิกเป็นสำคัญ โดยมีผลขาดทุนสุทธิจากการวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร ขาดทุน หรือ Mark to Market หลักทรัพย์ซึ่งไม่เกิดขึ้นจริง จำนวน ๑๒ ล้านบาทเศษ

กอช. ได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ ในปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ ประกอบ ยุทธศาสตร์หลัก ๔ ด้าน ได้แก่

อันที่ ๑ ผลักดันและสร้างสมาชิกการออมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มสมาชิกและให้เกิด การออมอย่างต่อเนื่องด้วย

อันที่ ๒ การบริหารเงินลงทุนที่มีผลประโยชน์อย่างมั่นคง เพื่อการบริหารเงินลงทุน ให้ผลตอบแทนเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด

ข้อที่ ๓ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ พัฒนาองค์กรให้มีการจัดการที่มีความทันสมัย ระบบเครือข่ายเชื่อมโยงให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

ข้อที่ ๔ ส่งเสริมการธรรมาภิบาลในองค์กร พัฒนาองค์กรให้มีการบริหาร จัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีความทันสมัย สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้

ด้านสมาชิกในปี ๒๕๕๙ มีสมาชิกทั้งสิ้น ๕๒๔,๐๐๐ กว่าคน เพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๕๘ อยู่ที่ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคน เงินสะสมจากสมาชิกอยู่ที่ ๑,๓๐๐ ล้านบาทเศษ ด้านปัญหาสมาชิกเน้นขอความร่วมมือสำหรับชุมชน แล้วก็มีธนาคารของรัฐ ๓ แห่ง ที่ช่วยดูแล กอช. คือ ธ.ก.ส. ออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์

ทั้งนี้ ข้าพเจ้าเองก็มาทำหน้าที่เลขาธิการ กอช. เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๑ แล้วก็ได้มีการนำเสนอรายงานประจำปีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ขอบพระคุณท่านค่ะ