ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ หารือประเด็นการเสริมสร้างศักยภาพ ป.ป.ช. ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการแก้ไขช่องว่างกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 98 และ 100 เพื่อให้สามารถลงโทษทางวินัยข้าราชการที่พ้นจากราชการเกิน 3 ปี ได้ รวมถึงเสนอให้มีการฝึกอบรมข้าราชการท้องถิ่นเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตทั้งจากเจตนาและข้อบกพร่องด้านความรู้กฎหมาย เรียกร้องความเสมอภาคในการพักปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารท้องถิ่น และเร่งรัดการพิจารณาคดีของ ป.ป.ช. จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อความชัดเจนและเป็นธรรมในการบริหารราชการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดกาญจนบุรี ขอกราบเรียนท่านประธานว่าหน่วยงาน ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่สำคัญยิ่งในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตของข้าราชการ นักการเมือง และยังดูแลทรัพย์สินของทางราชการ ที่เป็นภาระอันยิ่งใหญ่ของประเทศ หน่วยงาน ป.ป.ช. นั้นได้รับงบประมาณในปี ๒๕๖๔ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งไปใช้จ่ายในการปกป้องทรัพย์สินเงินทองหรืองบประมาณแผ่นดิน จำนวนมหาศาล ในส่วนตัวผมไม่ติดใจหรอกว่างบประมาณแค่ ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ที่ไปใช้จ่าย กลับมองเห็นว่าอาจจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำ น่าจะได้มากกว่านี้นะครับ ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. มีข้าราชการหรือบุคลากรเกือบ ๓,๐๐๐ นาย ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค วันนี้หน่วยงาน ป.ป.ช. มีสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัด ใน ๗๖ จังหวัดมีข้าราชการเท่าที่ผมสืบทราบมาประมาณ ๑๕ นายบวกลบ บางจังหวัด ต้องดูแลพื้นที่อย่างกว้างใหญ่มหาศาล อย่างจังหวัดกาญจนบุรีที่ผมเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรอยู่มีข้าราชการอยู่ประมาณ ๑๕ นาย ซึ่งดูแลหน่วยงานมากมายครับ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คนที่จะไปตรวจสอบและจับผิดเขาผมมองดูแล้วว่า น่าจะมีข้าราชการหรือมีเครื่องไม้เครื่องมือให้ได้มากกว่านี้ ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านเลขา ว่าเราต้องช่วยกันส่งเสริมให้หน่วยงานของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานผมเชื่อว่าพวกเรา ที่อยู่ในห้องนี้ทั้ง ๕๐๐ ท่านก็ต่างเกรงกลัวมาตรา ๘๗ ของพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. คือมาตราเกี่ยวกับจริยธรรมของนักการเมือง เพราะฉะนั้นเราก็อยากให้หน่วยงานนี้เข้มแข็ง กับการทุจริตในภูมิภาคด้วยนะครับ แต่ผมมีประเด็นที่จะฝากท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการอยู่ ซึ่งมันเกิดขึ้นจริงแล้วผมคิดว่า ท่านเลขาธิการอาจจะทราบมาแล้วบ้างก็ได้ว่ามาตรา ๙๘ หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนและสอบสวนเสร็จสิ้นกระบวนความแล้ว ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ข้าราชการหรือพนักงานกระทำความผิดอยู่ หน่วยงานนั้นจะต้องลงโทษทางวินัยภายใน ๓๐ วัน หลังจากที่ ป.ป.ช. ชี้มูล โดยไม่ต้องสอบสวนกระบวนการของข้าราชการอีก ให้ลงโทษเลย แต่ประเด็นมันมีปัญหาอยู่ว่าถ้าข้าราชการท่านนั้นเกษียณหรือลาออกไปก่อน มีอายุมากกว่า ๓ ปี ไม่มีกฎหมายใด ๆ ที่จะไปลงโทษข้าราชการผู้นั้นที่พ้นราชการไปมากกว่า ๓ ปี แต่ถ้าน้อยกว่า ๓ ปี คือ ๒ ปี ๑ ปี หรือยังอยู่ ลงโทษได้ครับ ตามพระราชบัญญัติ ข้าราชการพลเรือน มาตรา ๑๐๐ ลงโทษได้ทันที แต่ถ้าเกิน ๓ ปีลงโทษไม่ได้ วันนี้ ความไม่เป็นธรรมมันเกิดขึ้น เพราะถ้ามี นาย ก นาย ข ไปร่วมกันกระทำความผิด นาย ก พ้นไปก่อนมากกว่า ๓ ปี ก็ไม่ต้องถูกลงโทษทางวินัยครับ ส่วนคดีอาญาผมไม่ติดใจ เพราะเรา ส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีอาญา อันนี้มันแยกกัน ผมเข้าใจว่าทาง สำนักงาน ป.ป.ช. อาจจะเร่งรัดเพื่อจะแก้ไขมาตรานี้อยู่ ผมอยากจะฝากท่านช่วยดำเนินการ เพราะมันเป็นปัญหาของระบบราชการอยู่เกี่ยวกับเรื่องการลงโทษนะครับ
ประเด็นที่ ๒ หน่วยงานที่ถูกลงโทษมากที่สุดในการชี้มูลของสำนักงาน ป.ป.ช. พวกเราก็ทราบดีคือหน่วยงานท้องถิ่น อบต. กับเทศบาลทำไมเขาถึงถูกชี้มูลมาก เพราะเขา กระทำผิด การกระทำผิดของหน่วยงานหรือบุคคลท้องถิ่นมีอยู่ ๒ กรณีเท่านั้น ตั้งใจ กระทำความผิดหรือทุจริตต่อหน้าที่ อันนี้ผมก็ไม่ติดใจครับ เพราะว่าท่านตั้งใจจะกระทำ แต่บางคนกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ได้ตั้งใจ ขาดองค์ความรู้ นายก อบต. นายก เทศบาล หรือนายกเทศมนตรีในต่างจังหวัด ผมว่าเขาขาดองค์ความรู้ด้านกฎหมาย ผมอยากจะเสนอทางสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าถ้าเรามีการฝึกอบรม หรือให้ความรู้ หรือใช้วิธี การป้องปราม เราจะลดการสูญเสียงบประมาณ ลดการสูญเสียของการทุจริต แล้วภาระหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่อยู่ในต่างจังหวัดและส่วนกลางผมเชื่อว่างานท่านจะน้อยลงครับ คดีท่านจะไม่ค้าง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คดีที่ค้างอยู่ ณ ทุกวันนี้ อันนี้ผมก็ขอฝากประธาน ไปยังท่านเลขาธิการด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๓ มีคดีที่ผมพบเห็นในช่วงหาเสียง บางเทศบาลถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ภายใน ๑ เดือนหรือ ๒ เดือนทันทีเลย แต่บางเทศบาลที่อยู่ติดกันผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลไป ๒-๓ ปีแล้ว เห็นไหมประชาชนเขาไม่เข้าใจกฎหมายหรอกว่านายกตำบล A ไม่ถูกชี้มูล นายกตำบล B ถูกชี้มูล เขาจะมองว่ามีการวิ่งเต้น มีการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน อันนี้ผมก็อยากจะ ฝากท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการว่าทำอย่างไร ผมเข้าใจว่ามีเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย เกี่ยวกับศาลปกครองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทำอย่างไรให้มันเสมอภาค ผมเชื่อว่าทำได้นะครับ ถ้าเราเลือกปฏิบัติอย่างนี้สังคมมันจะไม่เป็นธรรมครับ
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการครับ ในเขตการเลือกตั้งผม คือเขต ๔ จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบไปด้วยอำเภอบ่อพลอย อำเภอหนองปรือ อำเภอเลาขวัญ และอำเภอห้วยกระเจา ก่อนที่ผมจะไปลงสมัครผู้แทน มีการร้องเรียนหรือมีการตรวจสอบคดีความของ สำนักงาน ป.ป.ช. ผมไม่แน่ใจว่าของ ป.ป.ช. จากส่วนกลางหรือเขต หรือของ ป.ป.ช. จังหวัดอยู่หลายคดี แต่คดีช้าอยู่นะครับ ถ้านายก อบต. หรือเจ้าหน้าที่ถูกไต่สวนจากสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนใหญ่แล้วจะเกียร์ว่าง จะหยุด ปฏิบัติหน้าที่ จะทำงานไปวันต่อวันเลย ไม่ได้ขวนขวายที่จะทำอะไร เพราะว่ามีเรื่อง รอการตัดสินของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังเลขาธิการ ช่วยเร่งรัดคดีให้ด้วยครับ เพื่อจะได้รู้ว่าเขาถูกหรือเขาผิด ขอบคุณครับ