ปรเมษฐ์ ชี้ปัญหายาเสพติดต้องปรับแนวทาง เสนอนวัตกรรมแก้ไขตามบริบทท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖

ปรเมษฐ์ จินา หารือการแก้ปัญหายาเสพติดที่ต้องปรับรูปแบบใหม่ โดยเสนอให้แยกประเภทผู้เสพตามระดับความรุนแรง สนับสนุนนวัตกรรมการบำบัดที่เหมาะสมแต่ละพื้นที่ และเน้นคุณภาพแทนการยึดตัวเลขเป้าหมาย รวมถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ต้องขอขอบคุณทาง ป.ป.ส. ที่ได้ให้ข้อมูล นำเข้า แล้วก็จากประสบการณ์ จะได้นำมาผนวกกันแล้วก็เป็นข้อเสนอแนะที่จะให้มี การปรับปรุงรูปแบบใหม่ ๆ ในเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด สืบเนื่องจากว่าหลายกิจกรรม ที่เราทำมา ๓๐ ปี แต่ว่าเราก็ยังทำแบบเดิมมาตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถ ที่จะแก้ไข ปรับปรุง แล้วก็หานวัตกรรมที่คิดว่ามันเหมาะสมแต่ละพื้นที่ได้ ก็น่าจะเป็นการดี ในเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งก็คงจะไม่ง่ายเช่นกัน ก็มองว่าปัญหาการพนัน ปัญหายาเสพติด แล้วก็ปัญหาเรื่องโสเภณีมันอยู่คู่กับสังคมมานานช้านาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทำอย่างไรให้เราสามารถที่จะ Console ในส่วนของยาเสพติดไม่ให้เป็นพิษเป็นภัยกับ ลูกหลานของเรานะครับ ทีนี้มาดูในเรื่องของมาตรการที่ผ่าน ๆ มา เหมือนที่หลาย ๆ ท่าน ได้นำเรียนเมื่อสักครู่ว่าไม่ว่าจะเป็น ๖ มาตรการหลัก หรือว่า ๔ ด้าน ด้านป้องกัน ด้านปราบปราม แล้วก็ด้านบริหารจัดการ ด้านบำบัดรักษา อันนี้เราก็ทำมาโดยตลอดนะครับ แต่ที่สำคัญที่สุดนั้น ณ วันนี้ที่ผมเข้าไปในพื้นที่ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผ่านมา เนื่องจากว่า อดีตก็เป็นหมออนามัย แล้วก็เป็นรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเขาก็จะไว้ใจ เวลามีปัญหา ในพื้นที่เขาก็จะแจ้งตรงมา เพราะว่าบางครั้งเขาแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบปกติ เขาเอาแต่ รับฟังนะครับ ไม่ได้รับไปแก้ไขปัญหา เนื่องจากว่าจุดอ่อนของทางราชการก็ต้องรองบประมาณ แล้วก็รอในส่วนของหนังสือสั่งการหรือว่าแนวปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าไปแจ้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในเรื่องของการปราบปราม บางครั้งเราก็คงจะได้ยินคำว่าในเรื่องของการเรียกผลประโยชน์ ในเรื่องของการยัดยา ก็เลยทำให้เขามีความกังวล ปัญหาก็ลงมาที่ผู้แทนอย่างพวกเราที่จะต้องรับปัญหาเข้ามา นำเสนอเพื่อที่จะปรับปรุงรูปแบบวิธีการให้เหมาะสม ทีนี้ถ้าเรามาดูว่าในเรื่องของการบำบัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบำบัดที่ผ่านมาเราจะใช้วิธีการแจ้งไปที่ผู้นำในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอำเภอว่าจะต้องเข้าบำบัดค่ายละ ๕๐ คน ทีนี้ด้วยความที่เป็นระบบบังคับบัญชาก็ต้องหาให้ได้ค่ายละ ๕๐ คน ทำให้มีการปะปนกัน ในแต่ละระดับ ไม่มีการแยกระดับว่าคนไหนเป็นผู้เสพ คนไหนเป็นผู้ติด คนไหนเป็นผู้ที่มี ปัญหาทางจิต ไม่มีการแยกแยะตรงไหน เหมือนมะเร็งก็เช่นกัน มะเร็งเรามี ๔ ระยะ อันนี้ ยาเสพติดเราก็ต้องมีการคัดกรอง ผู้ที่เสพทำอย่างไรที่จะไปเข้าค่ายที่เป็นในส่วนของการที่จะ หลีกมาจากสังคมปกติของเขา ในส่วนของผู้ที่ติดมันก็จะมีระบบการบำบัด ในส่วนของผู้ที่มี ปัญหาทางจิตอันนี้ก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหาเช่นกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของพื้นที่ ในจังหวัดเขาจะไม่มีโรงพยาบาลจิตเวชโดยเฉพาะ ทีนี้โรงพยาบาลจิตเวชโดยเฉพาะก็จะมี ปัญหาเช่นกัน เพราะเขาจะต้องให้ผ่านโรงพยาบาลประจำอำเภอรักษาโรคทางกายก่อน แล้วก็จึงจะมารักษาโรคทางจิต ทำให้มีปัญหากับผู้ปกครอง แล้วก็ผู้ป่วยที่จะบำบัด เกิดความสับสน เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะทำนวัตกรรมด้านนี้ โดยการสนับสนุนงบ แบบ Lump Sum ให้แต่ละพื้นที่ ให้แต่ละจังหวัดเขาไปพิจารณาเองว่าเขาจะทำอะไร ในพื้นที่จังหวัดเขาให้มันเหมาะสม แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือการที่จะใส่องค์ความรู้ในเรื่องของ การแก้ปัญหายาเสพติด แต่ละวัยมันก็ไม่เหมือนกัน เช่น วัยเด็กอาจจะให้พ่อแม่แนะนำ เพราะว่าเขายังเชื่อผู้ปกครอง แต่พอมาในวัยรุ่นเขาเชื่อเพื่อนแล้ว มันก็ต้องมีกิจกรรม ในส่วนของการที่จะ Young Smart Camp หรือว่าในส่วนของการที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในกลุ่มของวัยรุ่นนะครับ ในส่วนของผู้ใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าเขาผ่านระดับเด็กมาได้ ผ่านระดับวัยรุ่นมาได้ เขาก็รอดปากเหยี่ยวปากกามาแล้ว เพราะว่ายาเสพติดส่วนมาก มันอยู่ที่วัยคน เป็นเรื่องของความคึกคะนอง ถ้าทะลุวัยที่เขาเป็นผู้ใหญ่มาแล้วมันก็หมดปัญหา ในเรื่องของการที่จะเข้าไปทดลองในส่วนของยาเสพติดนะครับ ทีนี้ในส่วนของการที่เรา จะแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องอันนี้ก็สำคัญเช่นกัน ผมมองว่า ป.ป.ส. ก็คงจะมีข้อมูล ยกตัวอย่าง เท่าที่ประสบการณ์ที่เขาไม่มีทางไปแล้ว เขาให้ผมพาไปบำบัดรักษาที่เขาเรียกว่าฟ้าใหม่ แถวสวนผึ้ง ผมต้องพาวัยรุ่นที่ติดยาจากสุราษฎร์ธานีแล้วก็เข้ามาบำบัดของเอกชน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้รูปแบบแต่ละจังหวัด ป.ป.ส. ลองดูระเบียบ ไม่จำเป็นที่จะต้อง ให้ส่วนราชการ เราต้องยอมรับว่าบางทีเอกชนเขาทำได้ดี แล้วก็ทำในเรื่องของคุณภาพได้ผล เราก็ต้องสนับสนุนในส่วนของเอกชน เพื่อมองเป้าหมายด้านคุณภาพ อย่ามองเฉพาะปริมาณ อย่างเดียว ปริมาณอย่างเดียวเราก็ทำมาทุกปี ทำมาทุกปี ทำมาทุกปี แล้วก็ที่จะเสนออีกส่วนหนึ่ง ก็คือในเรื่องของการเข้าค่ายบำบัด ๙ วัน ๘ คืนที่เราทำกันมาเยอะ แล้วก็ทำมาไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี ผมมองว่าย้อนหลังไปสัก ๕ ปี หรือว่า ๑๐ ปี เราลองติดตามแล้วก็ดูว่าเขามีปัญหา อะไรบ้าง มีปัญหาในเรื่องของการประกอบอาชีพ ก็จะต้องมีการติดตามแล้วก็สนับสนุน มีหลายหน่วยงานที่เขามีงบประมาณในการที่จะติดตามสนับสนุน เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถ ที่จะเปิดโอกาสให้มีนวัตกรรม เปิดโอกาสให้มีการป้องกันตั้งแต่ตอนต้นนะครับ ครู D.A.R.E. แบบนี้ที่เขาเป็นตำรวจสนับสนุนเลยงบประมาณ ครู D.A.R.E. นี้รับรองว่าเขาไม่เป็นการหา ผลประโยชน์ ไม่มีการยัดยาอยู่แล้ว เพราะว่าจิตใจเขาอยากเป็นครู และเขาอยากจะไป แนะนำ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถป้องกันได้ แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การสร้างเวทีให้กับวัยรุ่น กิจกรรม To Be Number One มองว่าอยากจะให้มีการสนับสนุน งบประมาณ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่ประสบปัญหามาก็คือในเรื่องชุดตรวจสารเสพติดนะครับ ท่านต้องสนับสนุนตำรวจ ท่านต้องสนับสนุนกับเรือนจำให้เขาทำงานได้อย่างคล่องตัว อันนี้ ก็ฝากในเรื่องของนวัตกรรม แล้วก็ในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้ปรับไป ในส่วนของการแก้ปัญหาในอนาคตข้างหน้าด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ