รอมฎอน เปิดแนวทางรับมือน้ำท่วม-เสนอตั้งองค์กรอิสระ-เรียกร้องคดีเป็นอิสระ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

รอมฎอน ปันจอร์ หารือสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนราธิวาสและปัญหาการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเสนอแนวทางรับมือทั้งระยะสั้น กลาง และยาว รวมถึงการตั้งองค์กรอิสระเพื่อประกันภัยภัยพิบัติ การติดตามวัตถุอันตราย และการดำเนินคดีอย่างเป็นอิสระ พร้อมทั้งหยิบยกประเด็นสินบนและส่วยในพื้นที่ชายแดนที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางการเมืองและสิทธิของประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการดำเนินการและให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเป็นธรรม

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ก็คงต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย เพราะว่าเราก็ดึกแล้ว แต่ว่าวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการอภิปรายญัตติที่มีหลากหลายแง่มุม มีหลากหลายมิติ ที่น่าสนใจคือเรามีทั้งเพื่อนสมาชิกจากภาคใต้ เรามีเพื่อนสมาชิก จากแทบจะทุกภาค แทบจะทุกพรรคการเมือง สะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ชายแดนใต้สุด ที่นราธิวาส แล้วก็ย้อนคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในหลากหลาย พื้นที่เลยทีเดียว เรามีจุดร่วมเดียวกัน เรามีจุดร่วมที่ว่าเรายังอยู่ในสังคมการเมืองที่ชีวิตของผู้คนธรรมดา สามัญยังไม่ได้ถูกให้ค่ามากพอจากบรรดากฎหมาย เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิก List มาให้ดูตั้ง ๗-๘ ฉบับ แต่ว่าการบังคับใช้ภายใต้สังคมอุปถัมภ์นี่มันมีปัญหาอย่างไร ผมคงสรุปสั้น ๆ อย่างนี้นะครับน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งรัฐบาลอาจจะยังรักษาการอยู่ แต่ว่าข้อเสนอที่เป็น ข้อเสนอระยะยาวน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ด้วยเหมือนกัน การรับมือระยะสั้นที่น่าสนใจมีหลายเรื่องทีเดียวครับ เรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุด แล้วก็ เป็นเรื่องที่ในพื้นที่ตอนที่ผมลงพื้นที่ไม่เห็น คือเรื่องการรับมือกับน้ำที่เริ่มเป็นพิษ อันนี้ ผมคิดว่าหน่วยงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ แล้วก็ถ้ายังมีเจ้าหน้าที่บางท่านได้ฟังพวกเรา อภิปรายกันหลายชั่วโมงน่าจะมีการดำเนินการให้เร็วที่สุด การรับมือกับที่พักอาศัย การจัดการกับเรื่องระยะสั้นตรงนี้นะครับ ข้อเสนอในระยะกลางก็มีเรื่องที่ต้องเตรียมคิด เรื่องการเยียวยาในด้านจิตใจ การคิดเรื่องการสร้างบ้าน ฟื้นฟู เพราะว่าสิ่งนี้แตกต่างกับที่ ชาวมูโนะเจอ ชาวมูโนะรับมือบ่อยครั้งกับน้ำท่วม การที่น้ำท่วมเมื่อน้ำลดก็จัดการได้ง่าย แต่นี่คือบ้านพังทั้งแถบ ชุมชนพังทั้งแถบ การสร้างและฟื้นชุมชนขึ้นมาใหม่ การฟื้นตลาด ขึ้นมาใหม่เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยแรงจากทั้งภาครัฐ ภาคสังคม อย่างที่มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านตั้งข้อสังเกต แล้วก็ทำข้อเสนอเอาไว้ มีเรื่องการจัดการศึกษาในสภาวะที่มี วิกฤติการณ์แบบนี้ด้วย ผมคิดว่าเรื่องระยะยาวที่น่าสนใจมากที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านเสนอ ขึ้นมา ผม List มาบางประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ พูดถึงเรื่องการจัดตั้งสถาบัน อิสระ เป็นองค์กรอิสระในการรับมือสาธารณภัย อันนี้ก็เป็นข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกที่จะ เป็นอิสระมากพอ และสามารถมีทรัพยากรที่มากพอในการทำงาน การพูดถึงประกันภัย สาธารณภัย ซึ่งในระบบของเรายังไม่มีอยู่ ซึ่งอาจจะต้องมาพูดถึงการบัญญัติกฎหมาย เพิ่มเติมนะครับ การพูดถึงมาตรฐานเยียวยาที่ต้องยืดหยุ่นปรับตัวต่อสภาพความเป็นจริง มากขึ้น มีการพูดถึงระบบติดตามวัตถุอันตราย Tracking ซึ่งก็เป็นเทคโนโลยีที่น่าจะทำให้ รองรับต่อสิทธิของประชาชนในการที่จะรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับอันตรายจากบรรดา สารเคมี บรรดาอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร แน่นอนครับ ก็มีเรื่องคดีความ ซึ่งหลายท่านก็ใช้เสียงที่แข็งกร้าวพอสมควรในการผลักดันให้มีการแสวงหาคนผิดมาลงโทษ มีการพูดถึงคณะกรรมการกลางที่เป็นอิสระด้วย ผมทราบว่าองค์กรภาคประชาสังคม ในพื้นที่ มูลนิธิทนายความมุสลิมก็เสนอให้การจัดการคดีนี้เปลี่ยนมือไปสู่ DSI ด้วย ก็มีความกังวลเกิดขึ้นว่าถ้าเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำเนินคดีอยู่ ที่ทำงานอยู่ในเวลานี้น่าจะมี ความลำบากใจ ทั้งลำบากใจ แล้วก็ความไม่เป็นอิสระมากพอนี่นะครับ ก็มีข้อเสนอ ในทำนองนี้เกิดขึ้นด้วยนะครับ

สุดท้ายผมคิดว่าควรต้องพูดถึงเรื่องสินบน เรื่องส่วยที่เป็นเรื่องที่อยู่ใต้พรม ที่เราเห็น ที่เรารู้จัก ที่เราได้ยินจริง ๆ หลังจากที่มีการระเบิดเปิดพรมขึ้นมา สิ่งนี้สัมพันธ์ อย่างยิ่งกับสถานการณ์ความมั่นคงอย่างที่ผมได้อภิปรายเปิดไป ความซับซ้อน ความซ้อนเหลื่อมกันกับมิติด้านความมั่นคงชายแดน กับความมั่นคงของการเมืองว่าด้วยเรื่อง สิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง และการพิทักษ์รักษาอำนาจอธิปไตยของรัฐไทย เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความกระจ่างระหว่างลักษณะพื้นฐานของเมืองชายแดนอย่างมูโนะ กับการเมืองของความขัดแย้ง สิ่งนี้อาจจะต้องอาศัยรัฐบาล และภาวะการนำที่เอาจริงเอาจัง ต้องการเจตจำนงในทางการเมืองที่มากพอที่จะแก้ไขปัญหาที่ดูซับซ้อนอย่างนี้ ซึ่งก็คาดหวังว่าการทำงานร่วมกันของรัฐบาลใหม่ และสภาผู้แทนราษฎรในอนาคตจะทำให้ เราสามารถคลี่คลายเรื่องนี้ได้ด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน อยู่หน้างานในเวลานี้นะครับ ต้องให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอยู่ในเวลานี้ด้วย เช่นกันนะครับ ผมคิดว่าข้อเสนอที่พวกเราพูดกัน ๒-๓ ชั่วโมงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล แล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐนะครับ แล้วก็คิดว่าเราน่าจะมีงานที่จะต้องทำร่วมกันหลังจากนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่จะต้องทำงานในระยะยาวต่อจากนี้นะครับ และสำหรับวันนี้ก็คง ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านในการที่จะร่วมแลกเปลี่ยนกับเรา และร่วมแลกเปลี่ยน กับญัตตินี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน