นพพล ชี้อุบัติเหตุสารเคมีรุนแรง ขอทบทวนดูแลความปลอดภัยเร่งด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

นพพล เหลืองทองนารา หารือปัญหาความไม่ปลอดภัยในจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากอุบัติเหตุสารเคมีและวัตถุอันตราย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมการผลิต ขนส่ง และจัดเก็บ รวมถึงการดูแลโรงงานและอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำให้ทบทวนระบบการดูแลพื้นที่อย่างเร่งด่วน เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม และเรียนรู้จากเหตุการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณเพื่อน ๆ สส. หลาย ๆ พรรคที่วันนี้ได้ยื่นญัตติด้วยวาจาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นราธิวาส ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ที่สะเทือนขวัญสำหรับพวกเราคนไทยนะครับ พูดถึงในภาคใต้ในเขตจังหวัดนราธิวาสถือว่า เป็นเขตพิเศษ ทั้งกฎหมาย ทั้งการดูแล ทั้งงบประมาณ ทุกอย่างมากกว่าที่อื่น ผมเองก็ตั้ง ข้อสงสัยเหมือนกันว่าการหละหลวมนี่สงสัยจะต้องมีการยกเครื่องใหม่สำหรับการดูแลพื้นที่ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ นี่ขนาดอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ความเสียหายยังแบบนี้ ความหละหลวม ยังมีขนาดนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วอย่างที่เพื่อน ๆ สส. หลายคนได้พูดว่าในเรื่องของกฎบัตร กฎหมายในการดูแลสิ่งเหล่านี้มี พ.ร.บ. หลายฉบับที่คอยดูแลในสิ่งที่เกี่ยวกับวัตถุระเบิดพวกนี้ และแม้แต่การทำพลุดอกไม้ไฟ โดยฉบับที่ผมนี่ถือว่าเป็นฉบับหนึ่งที่ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ได้มีการออกมาแล้วก็ควบคุมทุกอย่างนั่นก็คือในตัวของ พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๗ ที่เป็น การประกาศร่วมกันของกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน แล้วก็กระทรวงอุตสาหกรรม ผมเองต้องขอบคุณท่านผู้ที่ออกกฎหมาย ในสมัยนั้น เพราะว่าเท่าที่ผมอ่านดูแล้วทางผู้มีส่วนรับผิดชอบในส่วนของข้าราชการ ผมว่าไม่ได้ทำตามในสิ่งที่กฎหมายนี้ได้เขียนไว้ เพราะกฎหมายนี้ได้เขียนไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลในด้านไหน ด้านแรงงาน ด้านการผลิต การขนส่ง การเก็บ มีแม้กระทั่งว่าประตู ๑ บานในโรงงานเหล่านั้นจะต้องกว้างเท่าไร สูงเท่าไร เปิดเข้า หรือเปิดออก แล้ววัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องมีจะต้องมีอะไรบ้างในนั้น ผมเองไม่ต้องอะไรมาก ในนี้มีอยู่ข้อหนึ่งก็ยังเขียนไว้ว่า จะต้องให้มีถังดับเพลิงแห้ง ก็ถังดับเพลิงเคมีของเรานี่ละครับ ต้องมีการตรวจสอบทุก ๆ ๖ เดือน อย่าว่าแต่โรงงานเหล่านั้นเลยเอาตามหน่วยงานราชการ ณ ปัจจุบันทุกหน่วยนี่ผมมั่นใจเลยว่าไม่มีหน่วยงานไหนที่ตรวจสอบสารเคมีในถังนั้นให้ เป็นไปตามมาตรฐานทุก ๆ ๖ เดือน ผมขอเรียกร้องผ่านสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปเลยนะครับ ขอให้หน่วยงานราชการ ทั้งหลายได้กลับไปตรวจสอบ ณ เวลานี้เลย เราป้องกันไว้ดีกว่าให้เกิดเหตุแล้วมันจะเสียหาย ท่านครับ พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ถ้าย้อนกลับมาถึงในอดีต ถ้าเป็นในส่วนของสถิติทางอุบัติเหตุ แล้วก็สาธารณภัยในส่วนของภัยที่เกิดจากสารเคมีแล้วก็วัตถุอันตรายตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปี ๒๕๕๒ ขอ Slide ที่เป็นตารางด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นทุกปี เรื่องสารเคมีนะครับ แต่เป็นอันว่าในตารางอันนี้มีการรวบรวมสถิติไว้มันเพิ่มขึ้นตลอดอันนี้ อย่างปี ๒๕๔๐ OK มีการเกิดอยู่ครั้งเดียว แต่พอมาปี ๒๕๕๒ มีการเกิดทั้งหมด ๗๕ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๒๐ ราย บาดเจ็บ ๓๐๐ กว่าราย ทรัพย์สินเสียหายอีกเกือบ ๖๐๐ ล้านบาท ที่จริงวันเวลาผ่านมาจากปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๕๒ ๑๒ ปี เครื่องไม้เครื่องมือทั้งหลาย อุปกรณ์ที่ จะ Safety ทั้งหลายก็มีมากขึ้น ความรู้ ความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ก็มีมากขึ้น แต่เหตุไฉน การเพิ่มขึ้นของสิ่งที่เป็นอุบัติเหตุ อุบัติภัยแบบนี้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนมันถึง ได้มากขนาดนี้ ผมเองอยากที่จะเรียกร้องให้หน่วยงานราชการได้มีการเข้มงวด ตรวจสอบใน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของพลุ ดอกไม้ไฟเหล่านี้นะครับ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสลด ใจถ้าพูดถึงเมืองนอกเมืองนานี่ที่กรุงเบรุต จำได้ใช่ไหมครับ เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ใครดูภาพ TV คงจะจำได้ครับ ขอภาพที่ระเบิด

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

คงจำกันได้นะครับ ผมเองหวังว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดในประเทศไทยของเรา เหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บร่วม ๘,๐๐๐ คน เสียชีวิตอีกนับร้อย ๑๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์อเมริกาเป็นสิ่งที่สูญเสียไป นี่ยังไม่นับรวมถึง ด้านของจิตใจ ด้านอะไรนะครับ ผมเองก็ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตระหนักให้ดีว่าถ้าสิ่งนี้ มันเกิดกับลูกหลานดันไปเกี่ยวข้องในสิ่งที่เป็นอุบัติเหตุเหล่านี้ด้วยนี่ท่านจะมาเสียใจ ในความที่ท่านละเลยเองนะครับ แล้วลำดับต่อมาผมอยากจะขอเร่งรัดให้รัฐบาลในส่วน ของการเยียวยานอกจากรวดเร็วแล้วนี่นะครับการเยียวยาจะต้องให้เหมาะสม อย่าให้เหมือน เรื่องภาคเกษตร ผมก็พูดหลายครั้ง น้ำท่วม ๑๐ ปีก่อนก็จ่ายเท่านี้ ๑๐ ปีต่อมาก็จ่ายเท่านี้ ปุ๋ยลูกหนึ่ง ๖๐๐ บาท พอวันหนึ่งปุ๋ยลูกหนึ่ง ๖๐๐ บาท เวลาน้ำท่วมก็จ่าย ๑,๓๖๐ บาท ต่อไร่ พอปุ๋ยมาเป็น ๑,๘๐๐ บาท ก็จ่าย ๑,๓๖๐ บาท มันถูกที่ไหน มันไม่ถูกหรอกครับ ถ้าใช้ตรรกะนี้นะครับ แล้วก็หลังจากนั้นแล้วการฟื้นฟู เยียวยาคือเฉพาะหน้า การฟื้นฟู สภาพทั้งหลายของประชาชนทั้งจิตใจแล้วก็ร่างกาย แล้วก็สุดท้ายทบทวนตัวเองหน่อย เถอะครับหน่วยงานที่รับผิดชอบเอาบทเรียนทั้งหลายที่เกิดขึ้น อย่าให้มันเกิดอีก ถ้าสุดวิสัย จริง ๆ เอาละเราก็เข้าใจ แต่ขออย่าให้มันเกิดจากความบกพร่องละเลยไม่ใส่ใจ ขอบคุณ มากครับ