ซาการียา เปิดผลสำรวจพื้นที่ระเบิดนราธิวาส ชี้เยียวยาล่าช้า-เรียกร้องมาตรการด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

ซาการียา สะอิ หารือเหตุระเบิดโกดังพลุที่บ้านมูโนะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมรายงานความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้น โดยแบ่งพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นสองโซนตามความรุนแรง และเปิดเผยถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงทีจากข้อจำกัดด้านกฎหมาย เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทบทวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะการควบคุมวัตถุระเบิดและพลุในพื้นที่ที่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน รวมถึงแสดงความห่วงใยต่อการริดรอนเสรีภาพที่ยังไม่สามารถนำมาซึ่งความสงบสุขและความปลอดภัยที่แท้จริงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายซาการียา สะอิ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ตอนเช้าผมก็ได้หารือ นำเสนอข้อมูลปัญหา และความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโกดังพลุระเบิดที่บ้านมูโนะ เป็นการหารือคร่าว ๆ โดยไม่ได้ลงถึงรายละเอียด ครั้งนี้ผมขออนุญาตลงรายละเอียด เพื่อให้ เพื่อนสมาชิกได้นำข้อมูลเชิงลึก ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น ความสนใจตรงนี้ จะไปถึงสื่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่ให้ความสนใจลงในพื้นที่เช่นกัน เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย และในฐานะเป็นตัวแทนของคนนราธิวาส ขอขอบคุณท่านประธานสภา และเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ลงไปช่วยเหลือในพื้นที่ ผมรู้สึก ซาบซึ้งใจ และหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนให้เรื่องนี้ผ่านไปด้วยดี ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบเหตุระเบิด มีจำนวน ๖๘๑ หลังคาเรือน ๑,๙๓๕ คน มีผู้เสียชีวิต ๑๒ ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๒๐๙ ราย โรงเรียน ๓ แห่ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินเสียหายอีกมากมายครับ ท่านประธาน ขอ Slide ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาผมและทีมงาน พร้อมด้วยข้าราชการท้องถิ่น ทีมเพื่อนช่าง อบต. เทศบาล โยธาและผังเมือง ๓ จังหวัด อาจารย์ นักศึกษา ช่างก่อสร้างโยธา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราช นครินทร์ได้เข้าไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่รัศมี ๙๐๐ เมตร โดยแบ่ง Zone ออกเป็ น ๒ โซน ด้วยกันนะครับ Zone แรกจะเป็ น Zone เรียกว่า Zone ไข่แดง ซึ่งมีรัศมี ๑๐๐ เมตร ใน ๑๐๐ เมตร จากภาพเมื่อสักครู่จะเห็นได้ว่า บ้านเรือนราบเป็นหน้ากลองครับท่านประธาน ส่วน Zone ที่ ๒ จะเป็น Zone ไข่ขาว Zone นอก ๑๐๐ เมตรนั้นนะครับ Zone รอบนอก ซึ่งมีความเสียหายบางส่วนครับ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้ชาวบ้านผู้ประสบภัยกลางวันต้องเฝ้าบ้าน เพราะยังมี ทรัพย์สินอยู่ในบ้านครับท่านประธาน ส่วนตอนกลางคืนต้องนอนน้ำตาเคล้ากับน้ำฝน ครับท่านประธาน เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากหลังคาบ้านยังไม่ได้มุงครับท่านประธาน ความเป็นอยู่ของเขาลำบากมาก จนถึงตอนนี้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบล่าช้ามากครับ ซึ่งเกิดมาจากหลายปัจจัย หลายสาเหตุด้วยกัน แต่ประเด็นสำคัญที่ไม่สามารถทำการเยียวยา ได้เร็วก็เนื่องจากเรื่องคดีความครับ ส่วนประเด็นเรื่องคดีความที่ยังไม่ได้สรุป ที่ยังสรุป หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ดังนั้นเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏผมอยากจะเรียกร้อง และเสนอแนะ ทางออก เพื่อให้การเยียวยาทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนะครับ โดย ๑. ก็คือ ให้ ครม. มีมติ ด้านการให้ความช่วยเหลือนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ระเบียบกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะ เรื่องบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด เนื่องจากปกติสามารถช่วยเหลือ ได้เฉพาะบ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำเท่านั้น ส่วนอาคารพาณิชย์ไม่ได้รวมด้วยครับท่านประธาน ๒. ให้มีมติ ครม. เยียวยาผู้ประสบภัยทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้ชาวบ้านตั้งคำถาม และตัวผมเองก็ตั้งคำถามอีกเช่นกัน ทางหน่วยงานของรัฐ ท่านเอากฎหมายทุกอย่างมาให้กับ ๓ จังหวัด มีทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. ความมั่นคง เอาไว้มาใช้กับประชาชนธรรมดาใช่หรือไม่ คนทั่วไปมีแค่พลุผ่านด่านก็โดน เจ้าหน้าที่จับแล้วครับ โดนเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแล้วครับ เจ้าหน้าที่ควรมีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเป็นธรรม และเสมอภาค มีการตั้งข้อสังเกตว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัด การที่จะมีวัตถุระเบิด หรือวัตถุที่ทำให้เกิดระเบิดนั้นทำได้ยากมาก ยกตัวอย่างเช่น การระเบิดภูเขาทำเหมืองหิน ต้องขออนุญาตระเบิดเป็นรายวันครับท่านประธาน และต้องเบิกที่กองร้อย กองพัน ถึงจะสามารถระเบิดหินได้ แต่ทำไมการมีพลุจำนวน ๕-๖ ตัน ทำได้ง่ายกว่าครับ ไม่ต้อง มีการตรวจสอบใบอนุญาตหรือแหล่งเก็บหรืออย่างไร หรือว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคอยสนับสนุน Support หรือไม่ อย่างไร ดังนั้นจึงอยากเห็นการเก็บพลุให้มีความยุ่งยากเหมือนกับการทำระเบิดหินครับท่านประธาน เพื่อให้มีความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ การอนุญาตให้ ครอบครองวัตถุไวไฟประเภทพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ทั้ง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. ความมั่นคง จะต้องได้รับอนุญาต เป็นกรณีพิเศษจาก กอ.รมน. ใช่หรือไม่ ทำไมกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ร.บ. ความมั่นคงเอาไว้ใช้กับกลุ่มชาวบ้านตาดำ ๆ เท่านั้นหรือครับท่านประธาน เรียนท่านประธานครับ ในวันสำคัญของศาสนาอิสลาม เช่น วันอีดิ้ลฟิตรี วันอีดิ้ลอัฎฮาจะมีเด็ก จำนวนไม่น้อยที่ประสบอุบัติเหตุจากการใช้ประทัด บ้างก็นิ้วขาด มือขาด บ้างก็ตาบอด ตัวผมเอง และผู้นำชุมชนก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไรครับ เพราะยังมีผู้ลักลอบขายอยู่ ดังนั้น ผมอยากฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเถอะครับ พวกเราไม่อยากได้ยิน เสียงปืน หรือแม้กระทั่งเสียงประทัดอีกต่อไปครับ แล้วเราจะมีกฎหมายพิเศษไว้ทำไม

สุดท้ายผมขออนุญาตฝากข้อคิดกับทุกท่านที่กำลังฟังผมอยู่ในตอนนี้ ในฐานะ ที่ผมเป็นคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้พี่น้อง ๓ จังหวัดถูกบังคับใช้กฎหมาย ทุกอย่าง ควบคุมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต ควบคุมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น การแสดงออกอย่างเสรี ควบคุมเสียไปทุกอย่างเลยครับท่านประธาน แต่มีอยู่อย่างเดียว ที่ควบคุมไม่ได้คือความสงบสุข และความปลอดภัยของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณครับท่านประธาน