สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๖

ปิยรัฐ จงเทพ หารือเรื่องการสร้างคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเกี่ยวกับสถานบันเทิงครบวงจร และเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือในการยับยั้งการฉ้อโกงจากการพนันในตลาดนัดกลางเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันการฉ้อโกงและหลอกล่อประชาชน

นายปิยรัฐ จงเทพ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพระโขนง เขตบางนา พรรคก้าวไกล ขอร่วม อภิปรายสนับสนุนและตั้งคำถาม รวมถึงพูดคุยในสภาแห่งนี้ในญัตติเรื่องการเสนอ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสถานบันเทิงครบวงจร ก่อนอื่นผมต้องบอก ก่อนว่าบ่อนการพนันที่เราเรียกกันอยู่ทุกวันนี้ หรือการพนันที่แล้วเล่นกันเป็นกลุ่ม เป็นคณะนั้น หลายครั้งไม่ได้อยู่ในที่มิดชิด ไม่ได้อยู่ในที่ปกปิด หรืออยู่ในเคหสถานอย่างที่ เราเข้าใจในทุกวันนี้ ฉะนั้นแล้วเราต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นก็มีการละเล่นแบบนี้ ตามประเพณี ตามความนิยมของสังคมในแต่ละภูมิภาค อย่างเช่นกรณีงานวัด หรือแม้กระทั่ง ตลาดนัดก็ตามแต่ อย่างที่เราทราบกันที่เป็นข่าวล่าสุด ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้มี การไปคัดค้าน แต่ไม่ได้คัดค้านเพราะว่ามันเป็นเรื่องของการผิดกฎหมายแต่อย่างเดียว แต่ปัจจุบันนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎหมาย หรือผิด พ.ร.บ. การพนัน แต่เป็นเรื่องของ การฉ้อโกงหรือต้มตุ๋นมากกว่าครับท่านประธาน มีเรื่องของการหลอกล่อ ต้มตุ๋น และอาศัย ช่องโหว่ทางกฎหมายใช้เพื่อการโกงพี่น้องประชาชน ขอ Slide ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

เรื่องนี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ของผมว่าพอเราคิดว่าเป็นตลาดนัด ข้างหน้าก็เป็นตลาดทั่วไปนะครับ เป็นร้านค้าร้านขาย เป็นการเล่นบันเทิง ผมจะเรียกว่ากาสิโนแบบ Open Air ก็ได้ท่านประธานครับ เปิดเผยเลยครับ เดินเข้าไปมีการละเล่น ค้าขาย สุดท้ายแล้วเข้าไปด้านไหนลึก ๆ ครับ เป็นวง เป็นซุ้มครับท่านประธาน ที่แน่ ๆ ก็คือว่าที่เห็นยืนล้อมวงอยู่นั่นนะครับ ยื่นเล่นกันอยู่ เปิดเผยโล่งโจ้งแบบนี้ในกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ประชาชนทั่วไปครับท่านประธาน แต่กลับ เป็นกลุ่มหน้าม้าที่ทำกันเป็นขบวนการ นี่คือผังที่ผมต้องยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปดูการเล่นนี้ หลายเดือน ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มลักษณะอย่างนี้ที่มีการจัดทุกเดือนครับ ก็จะมีที่เห็น สีส้ม ๆ ผมขอเรียกนายส้มก็แล้วกัน ส่วนนายเหลือง สีเหลือง ๆ นั่นก็คือเป็นหน้าม้านะครับ แล้วนายแดงเป็นเจ้ามือ ส่วนน้ำเงินนั้นเป็นตัวเล่นหลักครับท่านประธาน พอนายส้มเดินผ่าน เขาเรียกหมูครับ หมูมาแล้วจะทำอย่างไรให้หมูเข้าคอก นายเหลืองก็จะพยายามตะล่อม ให้นายส้มเข้าไปในวง สุดท้ายแล้วคนที่ชักชวนหลักก็จะเป็นนายน้ำเงิน ทั้งหมดนี้ก็จะร่วมกัน โกงนายส้มคนนี้ ทั้ง ๆ ที่นายส้มก็ไม่ได้มีเจตนาจะไปเล่นการพนันหรอกครับ เพราะเขาเข้าใจว่า นี่เป็นการเล่นอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากว่ามันมาเปิดกลางเมืองอย่างนี้ได้อย่างไร ที่สำคัญคือก่อนจะไปถึงซุ้มลักษณะอย่างนี้นะครับ ส่วนใหญ่ก็จะเจอปาเป้า ปาโป่ง ซึ่งแน่นอนครับ ปาเป้า ปาโป่งก็เป็นการพนัน ใน พ.ร.บ. การพนันนะครับ แต่ว่าอยู่ในส่วน ของหมวดของ ข. ก็คือต้องขออนุญาตนะครับ คราวนี้พอเราไปดูต่อไปครับจะเห็นว่าคุณไม่มีทาง ที่จะเล่นชนะเขาได้เลย เพราะสุดท้ายเจ้ากินรวบครับ เจ้ามือนะครับกินรวบ เพราะว่าอะไร เขาจะหลอกล่อคุณลงคุณเล่น สุดท้ายแล้วเจ้ามือกดสวิตช์ปุ่มเดียวครับ กล่องสีดำ ๆ ที่อยู่ ใต้โต๊ะนั่นละครับ จะทำหน้าที่พลิกเหรียญทันทีเลย ภาพที่เห็นอยู่นี้คือวงเขาเรียกว่าซาโป้ย ซาโป้ยก็คือ ๓ กับ ๘ เหรียญหมุน ๆ แล้วก็ครอบลง ออก ๓ ออก ๘ เจ้ามือก็จะให้เราลง เดิมพัน จบแล้วเขาก็กดสวิตช์พลิกเหรียญทันที นี่คือตัวอย่างครับ ผมไปยืนดูนานเลย ต่อไปครับ นี่คือเหตุผลที่ผมกำลังบอกว่าสุดท้ายแล้วเรามีกฎหมาย พ.ร.บ. การพนัน เรามีกฎหมายท้องถิ่นมากมายให้ขออนุญาต สุดท้ายแล้วก็ออกช่องโหว่ทุกเรื่อง ผมก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐกำลังหลับหูหลับตาช่วยเหลือ กันอย่างไร หรือไม่ และที่สำคัญก็คือว่าพอมีการขออนุญาตกลับกลายเป็นกฎหมายเพื่อเอื้อให้ เกิดส่วยใต้ดิน มากกว่าที่จะเป็นการยับยั้ง โดยเฉพาะการฉ้อโกงด้วยซ้ำไป มันไม่ใช่การพนัน อย่างเดียว การพนันยังเป็นการเสี่ยงดวง เสี่ยงโชคใช่ไหมครับ แต่นี่เป็นการฉ้อโกงต้มตุ๋น ผิดกฎหมายอาญาแน่นอนแต่กลับเปิดได้กลางเมือง นี่เป็นสิ่งที่เราเห็นประจักษ์กับตาตัวเอง

ฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมจึงขอเสนอ ถ้าหากว่าจะมีการสนับสนุน กมธ. ชุดนี้เข้าไป ดำเนินการต่อไป ก็ฝากให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยว่าการพนันหรือกิจกรรมที่เกิดขึ้น การเล่น ตามประเพณีนี้มีความละเอียดอ่อนและมีรายละเอียดมากมาย ไม่ใช่แค่เป็นกาสิโนอย่างเดียว ก็ฝากด้วยครับว่าต่อให้มีกาสิโนที่ถูกกฎหมาย การเล่นเหล่านี้ก็ยังถูกจัดอยู่ในลักษณะของ ประเพณี ซึ่งจะจัดอยู่ในหมวดหมู่ของการพนันเช่นเดียวกัน ฉะนั้นฝากท่านประธาน ไปสู่คณะกรรมาธิการต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน