ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ขอหารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำประปาทั้งระบบ และเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเร่งแก้ไขปัญหาน้ำประปาเพื่อให้ชุมชนได้น้ำสะอาดอย่างพอเพียงและมีมาตรฐาน เธอระบุปัญหาความเก่าแก่ของระบบน้ำประปา และปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาน้ำขุ่นแดงและน้ำน้อย เธอเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาอุดหนุนเงินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างระบบน้ำประปาที่มีประสิทธิภาพ และอาจให้การประปาส่วนภูมิภาคเข้ามาบริหารจัดการ นอกจากนี้ยังเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบริหารจัดการระบบน้ำประปาด้วยตนเองโดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะขออภิปรายในวาระพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำประปาทั้งระบบ ท่านประธานคะ ตามที่นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ได้กล่าวไว้ว่าการบริหารจัดการน้ำ มีเรื่องที่สำคัญอยู่ด้วยกัน ๔ ส่วน ส่วนที่ ๑ คือภาคการเกษตร ส่วนที่ ๒ คือภาคอุตสาหกรรม ส่วนที่ ๓ คือการรักษาระบบนิเวศ และส่วนสุดท้ายที่มักมองข้ามก็คือน้ำเพื่อการอุปโภค และบริโภค หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบควบคุม และดูแลรักษาทรัพยากรน้ำสาธารณะ รวมถึงมีอำนาจในการออกระเบียบและข้อบังคับ ท้องถิ่น แต่กรณีน้ำประปาถือเป็นปัญหาเร่งด่วนพื้นฐานที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ควรเร่งผลักดันและแก้ไข เพราะว่ามันเป็นอำนาจหน้าที่ที่จะต้องจัดหาให้มีน้ำสะอาด ให้กับชุมชนอย่างพอเพียงและมีมาตรฐาน ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากกองน้ำประปาเทศบาลนครพิษณุโลก
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ดิฉันต้องการอภิปราย ในญัตตินี้เพื่อแสดงให้เห็นภาพต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่าน้ำประปาที่ชาวพิษณุโลกใช้ บ้านเกิดที่ดิฉันเกิดและเติบโตนั้นมีปัญหาอย่างไร นี่คือสภาพน้ำประปาที่เกิดขึ้นในเขต เทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนของผู้อยู่อาศัยกว่า ๓๓,๒๔๕ ครัวเรือน ปัจจุบันนี้ท่อน้ำประปาที่ใช้กันอยู่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกมีอายุเก่าแก่เกือบ ๘๗ ปี และเป็นระบบน้ำประปาที่มีการบริหารจัดการมานานเกือบ ๗๐ ปี ปัญหาน้ำประปา ในจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก จึงเป็นปัญหาเรื้อรังที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้ง ๆ ที่ พิษณุโลกแม้อาจไม่ใช่เมืองหลักด้านการท่องเที่ยว แต่เราเป็นเมืองรองที่เป็นยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของภาคเหนือตอนล่าง พิษณุโลกเป็นเมืองแห่งการบริการ มีศูนย์ราชการระดับภาค ตั้งอยู่มากมาย มีสถานพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ และมีโรงพยาบาลเอกชนถึง ๕ แห่ง รวมถึงมีสถานศึกษา มหาวิทยาลัยหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีโรงแรมอีก ๑๑๔ แห่ง แหล่งน้ำ ที่เราใช้ก็คือจากแม่น้ำน่าน ทำให้ปัญหาน้ำประปาในจังหวัดไม่ใช่การขาดแคลนน้ำ แต่เป็น ปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะปัญหาน้ำขุ่นแดงและน้ำในช่วง ฤดูฝน และปัญหาน้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากมีปริมาณการรั่วไหล ท่อแตกที่เกิดจาก แรงดันน้ำ ทำให้สูญเสียน้ำปริมาณกว่าร้อยละ ๕๐ มีมูลค่าความเสียหายกว่าปีละ ๒๐ ล้านบาท ทำไมปัญหาเหล่านี้ถึงไม่ได้รับการแก้ไข เพราะเทศบาลมีอำนาจหน้าที่เพียงการบริหารจัดการ และการจัดเก็บจากการประปาเพียงแค่ ๔.๕๐ บาท จึงขาดแคลนงบประมาณในการนำมา จัดสรรเพื่อวางระบบน้ำประปาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพได้ค่ะ ท่านประธานคะ น้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในการรองรับให้เมืองเติบโตค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตในมิติด้านการท่องเที่ยว มิติด้านอุตสาหกรรม มิติด้านเกษตร และการดำรงชีวิต แต่ถ้าเราไม่สามารถทำให้เมืองเจริญเติบโตในมิติใด ๆ ได้เลย ถ้าน้ำประปา อันเป็นปัจจัยพื้นฐานยังไม่สามารถได้รับการแก้ไข ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงอยากจะประมวล วิธีการแก้ไขที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไว้ ดังนี้
อย่างแรก อยากให้รัฐบาลพิจารณาอุดหนุนให้เงินกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจัดสรรในเรื่องของการสร้างระบบน้ำประปา ทั้งสถานที่ผลิต โรงผลิต รวมถึงถังพักน้ำ และระบบเส้นท่อที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างที่ ๒ อาจให้มีการโอนย้ายให้การประปาส่วนภูมิภาคเข้ามาบริหาร ในการจัดเก็บ และสร้างระบบน้ำประปาใหม่ของเทศบาลนครพิษณุโลก แต่ปัญหาที่อาจจะ เกิดขึ้นตามมาก็คือภาระของค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น อาจจำเป็นต้องมีการทำประชาคม เพื่อสำรวจความต้องการว่าประชาชนอยากได้น้ำประปาจากภูมิภาคหรือไม่
อย่างที่ ๓ อันนี้เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ คือการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริหารได้ด้วยตนเองโดยการกู้ยืมเงินจากธนาคารออมสินออกมาบริหารจัดการระบบน้ำประปา ที่มีประสิทธิภาพด้วยการวางระบบท่อใหม่ทั้งระบบ แต่ต้องขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย สิ่งเหล่านี้เป็นแนวเสนอที่ดิฉันอยากนำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ ต่อนายกรัฐมนตรี รวมถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สุดท้ายแล้ว ดิฉันอยากให้นำเสียงของพี่น้องคนพิษณุโลกเรียนถึงท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการในการแก้ไขตามดำริของนายกรัฐมนตรี เพื่อนำน้ำอุปโภคบริโภคกลับมาให้มีความใสสะอาด คนเราขาดอาหารได้ ๓๐ วัน ๖๐ วัน แต่ถ้าเจอน้ำขุ่น ๆ น้ำไม่ไหลแค่วันเดียวใจจะขาดแล้ว ดังนั้นทุกนาทีที่ท่านจะดำเนินการ ต่อจากนี้จะมีคุณค่าต่อน้ำประปาของพี่น้อง และเป็นความคาดหวังที่คนไทยทุกคนมีต่อ รัฐบาลชุดนี้ ขอบคุณค่ะท่านประธาน