สรรเพชญ บุญญามณี แถลงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น พร้อมเสนอให้มีการทำประชามติสองครั้งเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่แตะต้องหมวดหนึ่งและหมวดสอง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายเพื่อแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ในการสนับสนุนให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ผ่านญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เห็นชอบ และแจ้งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถาม ความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่ที่เรามีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ประเทศของเรา ปัจจุบันเรามีรัฐธรรมนูญมาถึง ๒๐ ฉบับ เคยผ่านการแก้ไขมาแล้ว ๒๒ ครั้ง สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าในแต่ละยุค แต่ละสมัย รัฐธรรมนูญของเรายังไม่มีความเป็น ประชาธิปไตยที่มากพอ หรือรัฐธรรมนูญบางฉบับยังไม่ถูกใจผู้กุมอำนาจในการบริหาร ประเทศที่มากพอจึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกันบ่อยครั้ง ตั้งแต่ผมจำความได้ เติบโตมา ผมก็ได้ยินเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีปัญหาทั้งเรื่องของที่มาและกระบวนการรับรอง โดยอาศัยกระบวนการ จัดทำประชามติ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยตามครรลองที่ควรจะเป็น เนื่องจาก ในตอนนั้นมีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นการรณรงค์ที่จะเสนอเนื้อหาว่ารัฐธรรมนูญ มีจุดบกพร่องอย่างไร จนมาถึงสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ที่ผ่านมาก็มีการเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีส่วนร่วมในการเสนอแก้ไข และได้ยื่นให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา จำนวน ๖ ฉบับ ได้แก่ ๑. เสนอให้มีการแก้ไข มาตรา ๒๕๖ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒. เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่งเสริมให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ๓. เรื่องการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีบทบาท มากขึ้น ซึ่งเรื่องการกระจายอำนาจนั้น ตัวกระผมเองและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวย้ำเรื่องนี้มาโดยตลอด เราเห็นว่าถ้าท้องถิ่นสามารถดูแลตัวเองได้ นั่นหมายความว่า ประเทศชาติของเราก็จะมีความเจริญทัดเทียมกันมากยิ่งขึ้น ๔. เรื่องการแก้ไขมาตรา ๒๗๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขอำนาจของ สว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ๕. เรื่องการจัดตั้ง สสร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องไม่แตะหมวด ๑ และหมวด ๒ ๖. เรื่องระบบ เลือกตั้งจากบัตร ๑ ใบให้เป็น ๒ ใบ ตามที่เราทุกคนเพิ่งใช้กันมาในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ ซึ่งจากที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอไป ๖ เรื่องก็ได้ผ่านแค่เรื่องเดียว เพราะติดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หลายประการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่าต้องมี การทำประชามติ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจและหน้าที่ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้แต่ต้องทำประชามติ ๒ ครั้ง ครั้งแรก ให้ประชาชนลงมติว่า ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่ ๒ เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องให้มีการลงมติว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากรัฐบาลยังดึงดันไม่รับการทำ ประชามติก็เหมือนกับว่าเป็นการเตะถ่วงเวลา ผมคิดว่าอันที่จริงแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรจะเป็นวาระแรก ๆ ที่ท่านจะดำเนินการเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้วยซ้ำ ท่านตั้งคณะกรรมการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา ผมเองก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ของท่านว่าท่านมีความต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ท่านเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะศึกษาเสร็จเมื่อไร ท่านอย่าเอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกัน แล้วให้เป็นระเบิดเวลาของตัวท่านเองเลยครับ นี่ผมยังไม่ยกตัวอย่างนโยบายอย่างอื่นที่ท่าน บอกว่าเร่งด่วนนะครับ แต่คนของรัฐบาลเองก็ยังตอบไม่ได้เลยว่าที่เร่งด่วนจะทำอย่างไร ผมยกตัวอย่างเงินดิจิทัล เป็นต้น เราไม่ต้องย้อนกลับไปไกลครับ เอาช่วงเวลาล่าสุดที่พูดถึง จากบรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมือง เห็นพ้องกันว่ารัฐธรรมนูญควรจะต้องได้รับการแก้ไข ผมว่าวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่เพื่อนสมาชิก จะได้ทำตามที่เคยรับปากไว้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญผมและพรรคประชาธิปัตย์เรามีจุดยืน ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดว่าการแก้ไขปัญหานั้นจะต้องไม่แตะหมวด ๑ และหมวด ๒ ที่จะทำให้เกิดความแตกแยกมากยิ่งขึ้นในสังคม กระผมและพรรคประชาธิปัตย์จึงเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จำเป็นจะต้องแก้ไขในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มี ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญก็มีความสำคัญไม่แพ้กว่าเรื่องปากท้องหรอกครับ ผมเห็นหลายท่านในฝ่ายรัฐบาล บอกว่าท่านเป็นรัฐบาล สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือแก้ไขเรื่องปากท้อง แล้ววันนั้นท่านสัญญา กับพี่น้องประชาชนทำไมครับ นโยบายด้านเศรษฐกิจดีครับ ทำเถอะครับ ทำไปเลย พวกกระผม ในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของท่านอย่างเต็มที่ แต่ท่านระวัง อย่าให้มันเกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่ผ่านมาทำให้เป็นปม เป็นอุปสรรค เป็นชนวนเกิดเหตุ ทำให้เรามีปัญหาทางการเมืองมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นเองวันนี้ผมขอท่านประธานว่า ขอให้สภาชุดนี้ได้ผ่านญัตติที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้เสนอ และขอให้ท่านได้ทำตามที่ ท่านได้รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ตอนหาเสียง ว่าท่านจะนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นวาระระดับประเทศชาติกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ