ธีระชัย แสนแก้ว หารือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจและรายจ่ายที่ล้นรายได้ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนทั้งด้านนโยบายและทักษะทางการเงินเพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องหนี้ จริง ๆ ไม่อยากได้ยินเลย คำว่า หนี้ เพราะว่ามันอดที่จะเป็นความทุกข์ในใจของตัวเองไม่ได้ ก็มีความจำเป็นที่จะพูด เรื่องหนี้ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้กรุณายื่นญัตติ ๓-๔ ท่านก็ได้พูดเรื่องหนี้ไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้ ยุคข้าวยากหมากแพง ซึ่งมันแพงมายาวนานติดต่อกัน ๑๐ ปีแล้ว พี่น้องประชาชนมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องก่อหนี้เพื่อชดเชย ส่วนที่ขาดหายไป แม้กระทั่งพวกเราเองก็แล้วแต่ ก็ยกตัวอย่างผมนี่ละ และเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็เป็นหนี้เช่นเดียวกัน ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูรายงาน ป.ป.ช. ก็ได้นะครับ การเป็นหนี้ ของประเทศนี้มันเป็นหนี้ตั้งแต่หัวยันท้ายเลย ประเทศไทยยังเป็นหนี้สิบ ๆ ล้านเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปตกอกตกใจเลย เพราะจะต้องมีคนแก้หนี้ให้อยู่แล้ว มีคนสร้างหนี้ก็ต้องมี คนแก้หนี้เราก็แก้กันไป ปัจจุบันนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าจากการคิด ตัวเลข ๘๐๐,๐๐๐ บัญชี ครึ่งหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ บัญชี มันเป็น Gen เกิดมาเป็น Gen ตั้งแต่ Gen Y Gen X Gen Z เป็นหนี้หมด พอดูตัวเลขตกใจเลย จากข้อมูลบริษัทเครดิต แห่งชาติหรือ Credit Bureau Gen Y มีหนี้รวมถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นหนี้เสีย NPL ถึง ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท รองลงมาก็คือกลุ่ม Gen X มีหนี้ ๓.๗ ล้านล้านบาท โดยมีหนี้เสียอยู่ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้ Baby Boomer มีหนี้ คงค้าง ๑.๒ ล้านล้านบาท NPL อีก ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท Gen Z มีหนี้อีกเยอะแยะไปหมดครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานว่ารายได้ไม่พอกับรายจ่ายเกิดจากความเปราะบาง ยังหลงเหลืออยู่ในวิกฤตโควิดที่ผ่านมา แม้พวกเราผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมีมุมมองต่อความฟื้น จะดีขึ้นในระยะข้างหน้าตามการฟื้นของเศรษฐกิจ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าการฟื้นของรายได้ เป็นไปอย่างช้า ๆ ยังไม่สามารถกลับไปเท่าเดิมได้ เพราะวิกฤติเศรษฐกิจในระยะเวลา อันใกล้นี้กล่าวอย่างง่าย ๆ ว่าที่เราคาดหวังว่าจะกลับมาเหมือนเดิมก่อนวิกฤติโควิด มันก็ไม่ง่ายครับ แล้วยังต้องเผชิญกับรายจ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นทำให้ปัญหารายได้โตไม่ทัน กับรายจ่าย ปัญหาการออมก็ยังอยู่ในท่ามกลางระบบเงินเฟ้อสูง และดอกเบี้ยก็สูง ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ แต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูงครับ โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องประชาชนมีรายได้น้อย ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มลดลงไปอย่างช้า ๆ หนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ เป็นความเสี่ยงสำคัญของครัวเรือนไทย โดยพบว่าก่อนวิกฤติโควิดพี่น้องประชาชนเป็นหนี้ มากถึงร้อยละ ๖๓ และยังเป็นหนี้นอกระบบอีกร้อยละ ๓๑ สัดส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น แต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจกลุ่มหนี้นอกระบบยังมีแนวโน้มที่จะกู้เพิ่มมากขึ้น ท่านประธานครับ แล้วยังพบว่าลูกหนี้จำนวนมากในระบบมีแนวโน้มจะเข้าสู่วงจรนอกระบบมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าวัตถุประสงค์ในการกู้เงินตั้งแต่วิกฤติโควิดส่วนใหญ่เป็นเงินเพื่อใช้จ่ายค่าอาหาร เรื่องนี้กู้มาก็เป็นค่าอาหาร ไม่มีรายได้มา กู้มาก็ค่าอาหาร ไม่มีรายได้ที่จะเสริมขึ้นมา ลูกหนี้กลุ่มนี้ระยะเวลาอีก ๖ เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มที่จะกู้เพิ่ม กู้ไปทำอะไรครับ กู้มาใช้หนี้ ก้อนเดิม ที่เรากู้มาซื้อของอุปโภคบริโภค ก็คือเขามีนี้ก้อนหนึ่งแล้ว พอถึงกำหนดชำระ ไม่มีเงินมาชำระ จึงต้องหันไปกู้เงินอีกก้อนหนึ่งมาปิดบัญชีเดิม มันวนเวียนอย่างนี้ มันเป็นวัฏจักร ถ้ากู้ธนาคารไม่ได้ ก็ต้องกู้นอกระบบเอามาใช้หนี้อันเก่า และอันใหม่ก็ไปเรื่อย ๆ หนี้ครัวเรือนจึงมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องทักษะ และความสามารถทางการเงินกับการเป็นหนี้ครัวเรือน ทาง SCB EIC ได้วิเคราะห์ถึงทักษะ และความสามารถทางการเงินมีองค์ประกอบ ๑. ความรู้ทางการเงิน พฤติกรรมทางการเงิน และทัศนคติทางการเงิน เรื่องนี้พบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่มีคะแนนทัศนคติไม่ค่อยดีมากนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นหนี้นอกระบบแม้ส่วนมากจะมีความรู้ทางการเงินที่ดี แต่ลูกหนี้กลุ่มนี้ อาจจะมีความจำเป็นฉุกเฉินเฉพาะหน้า เช่นเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาลกู้หนี้ยืมสิน แม้กระทั่งกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ ต่อเดือน เล่นการพนันโน่นนี่นั่นอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมดก็แล้วแต่ เรื่องหนี้มันพูดได้เยอะทั้งวันทั้งคืนก็ได้ เพื่อรักษาชีวิต และคนในครอบครัว เรื่องอย่างนี้ก็ต้องเอาตัวรอดในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคครัวเรือน ภาครัฐมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือทางด้านนโยบายและความรู้ทักษะทางด้านการเงิน อย่างทุกมิติ โดยเฉพาะทัศนคติการเงินสร้างความเข้าใจและปัญหาเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ เพื่อให้พี่น้องประชาชนหยุดจากวงจรนอกระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจาก พี่น้องประชาชนมีจำนวนมากที่ยังพึ่งพิงหนี้นอกระบบครับ พึ่งพิงนายทุน ภาคธุรกิจ ก็มีความจำเป็น ต้องติดตามกฎ ระเบียบนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนและภาครัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาครัฐโดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน มีนโยบาย ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจังมากขึ้นกว่ารัฐบาลชุดก่อน ๆ อีกทั้งภาคธุรกิจ ควรเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา หากเกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนมีความรุนแรงมากขึ้น ภาคครัวเรือนต้องผ่อนชำระหนี้ให้มากกว่ารายจ่ายขั้นต่ำนะครับ ปลูกฝังวินัยการออมเพื่อรองรับวิกฤติเกิดขึ้นและควรเพิ่มปรับทักษะให้สอดคล้อง กับหลังวิกฤติโควิดเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางกระแสรายได้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์เกี่ยวกับ หนี้สินครัวเรือน ปัญหาหนี้นอกระบบ และปัญหาค่าครองชีพจะเกิดขึ้นกับสังคมไทย และพี่น้องประชาชนอย่างยาวนานก็ตาม หลายยุคหลายสมัยทำให้เกิดปัญหาความยากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากเย็นแสนเข็ญกับพี่น้องประชาชน และยังทำให้ ประเทศไทยเราขาดความพร้อมในการที่จะเติบโตอย่างเต็มศักยภาพแต่ภายใต้การบริหาร แผ่นดินและการทำงานไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อยของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน เป็นรัฐบาลของประชาชน และเพื่อประชาชน ภายหลังจากการแถลงนโยบายชุดนี้เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ใช้ระยะเวลา ๑ เดือน ๑ สัปดาห์เท่านั้น รัฐบาลชุดนี้ก็มีผลงานในการแก้ไขปัญหา หนี้ครัวเรือน ปัญหาค่าครองชีพ เริ่มต้นสามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่นลดราคาน้ำมัน ลดราคาแก๊สหุงต้ม ลดค่าไฟ ลดค่ารถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสายครับ แล้วยังมีนโยบายดี ๆ และกำลังจะคลอดออกมาเพื่อดูแลแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอีกมากมายหลายนโยบาย กระผมขอให้พี่น้องประชาชนจงเชื่อมั่นรัฐบาล มีนโยบายสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้อง ของพี่น้องประชาชนอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เราจะแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน สร้างความพร้อม วางรากฐาน สร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่วันนี้ จนถึงอนาคต รวมทั้งพวกเราฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งกำลังจะต้องเร่งออกกฎหมายที่ทันสมัย และปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน ผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ผมขอให้พี่น้องประชาชนจงเชื่อมั่นรัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรของเราต้องอยู่ให้ครบ ๔ ปี และจะอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ ในสภา ชุดของเรานี้ ใช้ความมุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเทสรรพกำลังด้วยการพัฒนาช่วยกันทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล และสังคมตลอดจนคุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และมีรายได้เพิ่มขึ้น ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน