อนุสรณ์ เปิดแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง ด้วยนวัตกรรมและระบบเตือนภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่ส่งผลกระทบกว้างทั่วประเทศ เรียกร้องให้เร่งบูรณาการแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืนโดยอ้างอิงตัวอย่างนานาชาติและวิพากษ์การจัดการในอดีตที่ยังไม่ได้ผล พร้อมเสนอแนวทาง 5 ข้อจากโมเดลที่ศึกษาไว้ รวมถึงการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานการจัดการน้ำ เช่น การเปลี่ยนพื้นที่รับน้ำเป็นธนาคารน้ำและการพัฒนาระบบเตือนภัย เพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจะได้รวบรวม ส่งให้กับรัฐบาลได้นำไปบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ แต่ผมอยากจะต่อว่า นอกจากเป็นระบบแล้วต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยครับ ท่านประธานครับ จนถึง ณ ขณะนี้ เรื่องของน้ำท่วมไม่ว่าท่านจะอยู่กรุงเทพฯ อยู่เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก จะเป็น สส. จะเป็นเกษตรกร ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ท่าน สส. วัชระพล ขาวขำ ฝากเรียนนะครับว่า สัปดาห์ที่แล้วบอกว่าน้ำท่วมบ้าน ตอนนี้น้ำได้ลดแล้ว นั่นแปลว่าอะไรครับ ทุกคนประสบ กับปัญหานี้ และต้องร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้ จนถึงขณะนี้มีจังหวัดที่เรียกว่าจมน้ำไป ประมาณ ๖ จังหวัด กระทบต่อพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๖,๐๐๐ ครัวเรือน อย่างไม่ เสียหายนี่นะครับ แต่ละปีหลักหมื่นล้านบาท เฉพาะปีที่แล้วปีเดียว ปี ๒๕๖๕ มีมูลค่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าทางการเกษตรเสียหายสูงถึง ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ความเสียหายที่กระทบต่อ GDP ประมาณร้อยละ ๐.๒๒ และสถานการณ์น้ำท่วมจนถึง ขณะนี้เริ่มที่จะคาดการณ์ได้ยาก ประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง เทคโนโลยีล้ำสมัย ก็ไม่ได้เป็น หลักประกันว่าจะไม่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม พูดถึงเรื่องน้ำท่วมทุกคนก็จะไปนึกถึง Model แบบที่เรียกว่าเนเธอร์แลนด์โมเดล เพราะคำว่า Nether แปลว่า ต่ำกว่า เนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เขามีเทคโนโลยีบริหารจัดการที่เรียกว่า Delta Works นั่นหมายความว่ามีเทคโนโลยีขนาดนั้นนะครับ แต่ ๗๐ ปีที่แล้ว เขาก็ประสบปัญหาได้รับ ความเสียหายจากน้ำท่วมชนิดที่เรียกว่าต้องหันกลับมาบูรณาการและผลักให้เป็นวาระ แห่งชาติ มาที่ใกล้ ๆ บ้านเราครับ ประเทศสิงคโปร์ขณะนี้ได้เตรียมการและตั้งคณะทำงาน อย่างเป็นระบบเพื่อบูรณาการแก้ปัญหาว่าภายในระยะเวลาไม่กี่ปีข้างหน้านี้สิงคโปร์อาจจะ เป็นประเทศที่จมน้ำ นั่นหมายความว่าประเทศไทยในวันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยง ไม่ได้ เราต้องหันกลับมาและร่วมกันหาแนวทางและทางออกในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างเป็นระบบ ถามว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีคิดแผนบูรณาการไหม ต้องตอบว่า มีครับ หลังปี ๒๕๕๔ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำเสนอโครงการ แผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปเชิญเอานักปราชญ์ ราชบัณฑิต องค์การ สถาบันชั้นนำระดับโลกมาคิด Module กันได้ทั้งหมด ๑๐ Module เสนอมา ๘ กลุ่มงาน คัดเหลือ ๖ กลุ่มงาน แต่น่าเสียดายว่าโครงการในวันนั้นไม่เกิดขึ้น และเราก็นึกเสียดายครับว่าถ้าวันนั้นโครงการบริหารจัดการน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเกิดขึ้น เราคงพ้นจากวังวนน้ำท่วม น้ำแล้ง วันนี้ถ้าเราไปดูการรายงานข่าวที่เรียกว่า Airtime ครับ เวลาของสื่อกระแสหลัก TV ช่องหลักวันนี้นำเสนอข่าวน้ำท่วมน้อยลง ๆ ทุกขณะ ช่องหลัก นำเสนอไม่เกิน ๑๐ นาทีครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะอาจจะเกิดภาวะคุ้นชิน มีการล้อกันในโลก TikTok ว่าเมื่อก่อนน้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา สมัยนี้ต้องบอกว่า น้ำท่วมขนของหนี น้ำลดขนของกลับแล้วรอรับเงินเยียวยา เราจะชินไม่ได้ครับ เราต้องลุก ขึ้นมาต่อสู้เพื่อเอาชนะและบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ผมไปถอด ๑๐ Module และไปถอด ๖ กลุ่มงาน ที่นักปราชญ์ราชบัณฑิตของพรรคเพื่อไทยได้คิดไว้ร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับโลก พรรคเพื่อไทยมีปรัชญาว่าพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน พรรคเพื่อไทยอ่านเรื่องน้ำรู้ ดูเรื่องน้ำเป็นครับ ผมจะได้เสนอ ๕ แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างเป็นระบบ

มาตรการที่ ๑ ถึงเวลาที่เราจะต้องนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงนำมา ปรับใช้และเอานวัตกรรมนี้มาใช้แก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างเป็นระบบ หลายโครงการ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งระดับหลายแสนล้านบาท เรายังกล้าลงทุน แต่ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบบูรณาการ ลาที่น้ำท่วม น้ำแล้ง ทำไมเราไม่กล้าลงทุน

มาตรการที่ ๒ ถึงเวลาที่เราต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะบริหาร จัดการน้ำแบบบูรณาการ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ใช้คำว่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ถ้าใช้ภาษาแบบผู้ว่าชัชชาติ ก็ต้องบอกว่าต้องเชื่อมสอดประสานบูรณาการระหว่าง เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย ถึงเวลาที่เราต้องบูรณาการโครงการระบบชลประทาน ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ต้องมาเป็นเส้น ต้องมาเป็น Package

มาตรการที่ ๓ น้ำต้องมีที่อยู่ น้ำต้องมีที่ไป เราต้องหาที่อยู่ให้น้ำ พื้นที่ใด ที่เป็นทุ่งรับน้ำต้องได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูเยียวยา และต้องพัฒนา มองไปถึงเรื่องของแหล่งกักเก็บน้ำจืด พื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติในวันนี้ถ้าเราเปลี่ยนมุมคิด ย้ายฝั่งคิดจะนำไปสู่มาตรการต่อไป

มาตรการที่ ๔ คือเรากล้าคิดนอกกรอบ หมายความว่าแทนที่เราจะปล่อยให้ เป็นพื้นที่รับน้ำซ้ำซาก เราเปลี่ยนเป็นระบบธนาคารน้ำ และเอาน้ำที่เกิดจากน้ำท่วมมาขาย ให้กับเกษตรกร ก็พัฒนาให้สามารถทำการเกษตรได้ ไปขายให้การไฟฟ้าก็สามารถ ผลิตเป็นไฟฟ้าได้ นี่คือการเปลี่ยนและลักษณะของการยกระดับพัฒนาการคิดแบบ นอกกรอบ

มาตรการที่ ๕ ถึงเวลาที่เราต้องพัฒนาระบบเตือนภัย หลายเรื่องประเทศไทย เราขาดการซ้อม เราไม่ได้ซ้อมครับ เฉกเช่นเดียวกันวันนี้น้ำท่วมเราก็ต้องซ้อม จะอพยพ ผู้ประสบภัยไปไหน หลายประเทศต้องซ้อม ประเทศไทยก็ต้องซ้อม

ท่านประธานครับ ผมกล่าวสรุปในตอนท้ายว่าน้ำท่วมไม่ใช่โชคชะตา และน้ำท่วมถ้าผลักดันเป็นวาระแห่งชาติเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ เราเสียเวลามากว่า ๑๐ ปี และเราจะเสียเวลาอีกต่อไปไม่ได้แล้ว กราบขอบพระคุณครับ