แนน ชี้แก่งสะพือกักเก็บน้ำธรรมชาติ วอนฟื้นฟูแก้มลิงอุบลฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖

แนน บุณย์ธิดา สมชัย หารือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อุบลราชธานี โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำมูลก่อนถึงเขื่อนปากมูล พร้อมแสดงภาพประกอบเพื่อชี้ความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำที่เปลี่ยนจากวิกฤตแล้งมาเป็นน้ำท่วมอย่างฉับพลัน ชี้ให้เห็นความสำคัญของแก่งสะพือและแก่งธรรมชาติ 13 แห่งพร้อมเกาะกลางน้ำ 4 เกาะ ที่ทำหน้าที่เป็นปราการกักเก็บน้ำตามธรรมชาติในช่วงฤดูแล้ง ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงการสูญเสียพื้นที่รับน้ำจากการพัฒนาของเอกชน และเรียกร้องให้มีแผนฟื้นฟูแก้มลิงและการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่การรับมือกับน้ำท่วมและการเก็บกักน้ำสำหรับฤดูแล้ง

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทยค่ะ ท่านประธานคะ ญัตติในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม ถ้าดิฉัน ไม่พูดก็คงจะไม่ได้เพราะวันนี้มีการกล่าวถึงจังหวัดอุบลราชธานีบ่อยครั้ง และโดยเฉพาะ ที่สำคัญที่สุดพื้นที่ที่ดิฉันดูแลรับผิดชอบนี่เป็นพื้นที่สุดท้ายก่อนที่จะเจอแก่งต่าง ๆ ในลำน้ำมูล ก่อนที่จะไปถึงเขื่อนปากมูลที่เป็นปัญหาถกเถียงกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับลำน้ำมูลนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่ ที่น่าแปลกใจคือสัปดาห์ที่แล้วสภาเราเพิ่งคุยกันเรื่องน้ำแล้งนะคะ El Nino สัปดาห์นี้เราคุยกันน้ำท่วมแล้ว และที่ต้องพูดต่อมาค่ะท่านประธาน รบกวนห้องโสตช่วยขึ้น ภาพแรกนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ที่ต้องคุยเรื่องในเขตพื้นที่ ดิฉันค่ะ ภาพนี้คือภาพปัจจุบันของวันนี้ ที่ตรงนี้คือบริเวณที่เรามองเห็นไปตรงขาว ๆ นั่นค่ะ นั่นคือจุดที่แก่งสะพืออยู่ค่ะ ถ้าท่านมองจากริมตลิ่งถือว่าระดับน้ำ ณ วันนี้ของอำเภอ พิบูลมังสาหารปกตินะคะ ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่ว่าจะมีเหตุการณ์ที่ใกล้น้ำท่วม เพราะดูจากหลัก ตลิ่งแล้วนี่หลายเมตร ขออนุญาตรูปต่อไปค่ะ ซึ่งดิฉันมีแค่ ๒ รูปเท่านั้น รูปต่อไปนี้ เป็นรูปบริเวณบ้านท่าเสียว ตำบลทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหารค่ะ ที่ดิฉันเอารูปนี้ขึ้นมา ถ้าท่านจะสังเกตนะคะว่าระดับแม่น้ำมูลนี่ต่ำกว่าเมื่อสักครู่มากกว่าบริเวณที่แก่งสะพือด้วยซ้ำ เพราะเนื่องจากตรงนี้ถ้าท่านมองไกล ๆ ท่านจะเห็นตรงนั้นเป็นเหมือนเกาะกลางน้ำค่ะ ดอนตาดไฮและเป็นแก่งที่มีอีกประมาณ ๑๓ แก่ง นับจากแก่งสะพือลงมาก่อนถึงเขื่อนปากมูล เพราะฉะนั้นที่ดิฉันพูดถึงข้อมูลนี้พูดเพื่ออะไรคะ เพื่อที่จะให้ทุกคนทราบว่าเหตุการณ์ ปัจจุบัน ณ วันนี้ ๒ รูป ที่ดิฉันโชว์ขึ้นมาเอารูปลงได้นะคะ ๒ รูปที่โชว์ขึ้นมาเป็นรูปของวันนี้ ดิฉันให้เลขานุการดิฉันไปถ่ายให้เลยว่าอยากทราบระดับน้ำปัจจุบันใน Zone ที่เขาบอกว่า น้ำท่วมเยอะ ๆ เป็นอย่างไร ในเขตพื้นที่ดิฉันน้ำปกติ น้ำไม่ได้ถึงขั้นวิกฤติที่จะบอกว่าน้ำท่วม แต่พวกเราก็เฝ้าระวังเพราะว่าปีที่แล้วที่เรามีปัญหาเพราะเนื่องจากพายุเข้าจังหวัด อุบลราชธานีเต็ม ๆ ทำให้เรื่องน้ำนี่สำคัญที่สุดมันก็เลยท่วม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นข่าว อยู่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ตรงไหนก็ตามแต่ของอุบลราชธานีที่ท่วม เราต้องย้อนกลับไปด้วย ย้อนกลับไปว่าเหตุการณ์ที่น้ำท่วมนี่มันเป็นบริเวณตรงไหน เกิดเพราะอะไร เป็นบริเวณ น้ำท่วมซ้ำซากหรือเปล่า เพราะอะไร ทำไมเราถึงจะต้องมาโทษในสิ่งที่เป็นปลายน้ำที่ขณะนี้ น้ำไม่มี มีเป็นปกติยังไม่ถึงขั้นระดับวิกฤติของน้ำท่วม ถามว่าปัจจุบันนี้ค่ะในระยะเวลา ๑๐ ปี ที่ผ่านมา การก่อสร้างบ้านเรือน การก่อสร้างชุมชน การก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ที่เป็นที่ของ เอกชนที่ที่จังหวัดเคยใช้เป็นพื้นที่รับน้ำต่าง ๆ ของจังหวัดมันได้หายไปเกือบหมดแล้ว กลายเป็นพื้นที่ที่เขาพัฒนา เพราะมันเป็นสิทธิของเขา เป็นพื้นที่ของเขาในการพัฒนา ของจังหวัด เมื่อเป็นแบบนี้การที่พื้นที่รับน้ำของจังหวัดลดน้อยลง แต่ดิฉันก็ยังไม่เห็นแผน ดิฉันเคยอภิปรายในสภานี้ไม่ต่ำกว่า ๓ รอบค่ะ เรื่องแก้มลิงของจังหวัดอุบลราชธานีที่มัน หายไป หายไปเพราะอะไรคะ อย่างที่บอกเมื่อสักครู่ที่เอกชนที่เขาพัฒนาเป็นบ้านเรือนเขา ที่ทุกอย่างเมื่อหายไปปุ๊บนี่เรายังไม่ได้เห็นโครงการที่จะพัฒนาเพื่อกักเก็บน้ำ เรามีแต่จะบอก ว่าให้ผันน้ำออกเอาน้ำไป เรามีแต่จะเทน้ำทิ้งค่ะ เราไม่คิดถึงว่าผ่านแค่หน้าฝน ๒ เดือนนี้ แล้วอีก ๑๐ เดือนที่เหลือ เราจะใช้น้ำอะไรกันคะ ถ้าเราบอกว่าแก่งสะพือต้องมีการทำอะไร สักอย่าง แก่งต่าง ๆ จะบอกเลยว่าแก่งสะพือแตะต้องไม่ได้ค่ะ ทำไมถึงบอกแบบนั้น บอกได้เลยนะคะว่าถ้าไม่มีแก่งสะพือน้ำในจังหวัดอุบลราธานีไม่เหลือจะทำอะไรทั้งสิ้นในช่วง หน้าแล้ง ไม่ต้องพูดถึงการเกษตร แม้แต่น้ำประปาก็ทำไม่ได้ค่ะ เพราะนี่คือปราการ ด่านธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดที่สามารถกักเก็บน้ำให้ชาวอุบลราชธานีมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี แต่ถามว่าถัดจากแก่งสะพือไปอีก ๑๓ แก่ง ที่ต้องบอกว่าไม่ใช่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็เป็นเหมือนแก่งธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว และนอกจาก ๑๓ แก่งแล้ว เรายังมีดอนก็คือเกาะนี่ค่ะ เกาะกลางน้ำในแม่น้ำมูลขนาดใหญ่อีก ๔ เกาะ นี่ก็เป็นปราการด่านธรรมชาติทั้งหมด ทำไม เราไม่หาวิธีว่าทำอย่างไรที่น้ำจะไหลเร็วขึ้น ส่วนที่กักน้ำได้ท่านก็เก็บเอาไว้ ส่วนที่เราจะทำ ท่านก็ต้องดูไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกท่านก็จะบอกแค่ว่าจะผันน้ำทิ้ง ผันน้ำทิ้ง ไม่เหลือน้ำไว้ใช้ หน้าแล้งหรือคะ อันนี้ต้องคิดนะคะ ไม่ใช่พอตอนหน้าแล้งเดี๋ยวพวกเราก็มาตั้งญัตติคุยกัน เรื่องน้ำแล้งอีก พอคุยกันเรื่องน้ำแล้งแป๊บหนึ่งเรามาคุยน้ำท่วมอีก สัปดาห์เดียวคุยกัน ๒ เรื่องเลยแล้งกับท่วม เพราะฉะนั้นถึงอยากจะบอกว่าเรื่องต่าง ๆ เราต้องมองย้อนกลับไป ว่าเหตุการณ์และเหตุผลต่าง ๆ เกิดอะไรขึ้น แก้มลิงของจังหวัดที่เราเคยมี ที่เราหายไป เราสามารถใช้ตรงไหนได้ การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าหน้าฝน จะบอกว่าเราเปิดเขื่อน ช้าไหม จะบอกว่าปีนี้ก็ไม่ช้านะคะ ปีนี้เปิดเขื่อนจนกระทั่งบริเวณรูปที่ ๒ ดิฉันโชว์เมื่อสักครู่ บริเวณตรงนั้น Zone อำเภอตรงนั้น ๒ ฝั่ง เขาถึงขั้นบอกว่าปิดเขื่อนได้ไหม เพราะน้ำตรง เขาคือลดลงมากจนแทบจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว แต่น้ำเหนือขึ้นไปไหนเขาก็ลงมาเรื่อย ๆ มา เอื่อย ๆ แบบช้า ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องเขื่อนก็คือว่าเป็นปกติของเขา แต่ถามว่าการบริหาร จัดการก่อนที่จะเข้าหน้าฝน การขุดลอกคูคลองต่าง ๆ การเตรียมทางน้ำต่าง ๆ การสำรวจ ล่าสุดว่าทางน้ำที่เคยใช้ในอดีตที่ผ่านมาอยู่ตรงไหนบ้าง โดนรุกล้ำหรือเปล่า มันตื้นเขิน หรือเปล่า หรือได้เตรียมความพร้อมอะไรหรือเปล่า น่าจะเป็นอย่างนั้นมากกว่า แล้วอีกอย่างหนึ่ง จะไปบอกว่าให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งดูก็คงจะไม่ถูกต้องเสมอไป ในเมื่อประเด็นปัญหา ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผังเมือง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พื้นที่ในปัจจุบันที่ขยายเมืองมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละปี เราเตรียม ความพร้อมขนาดไหน ดิฉันได้ยินคำว่าบูรณาการมาหลายปีมาก แต่พูดตรง ๆ แทบจะไม่เห็น โครงการไหนที่ใช้คำว่า บูรณาการได้อย่างสมบูรณ์ ที่แก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ ดิฉัน เจอเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่นั่งอยู่บริเวณนี้ ๒ เดือนที่แล้ว อยุธยาปวดหัวมากเพราะว่าแล้ง แต่ตอนนี้ปวดหัวหนักกว่าเดิมเพราะจะท่วม นี่ค่ะถึงบอกว่าหน่วยงานราชการจะบอกว่า ทำงานหรือเตรียมงานเป็นฤดูคงไม่ได้ ท่านต้องเตรียมล่วงหน้า แล้วคงต้องบอกให้ได้ว่า ต้องเตรียมอย่างไร พื้นที่ที่เคยเป็นรับน้ำเคยมีอยู่หรือไม่ หายไปหรือเปล่า ที่ตรงไหนเคยเป็น ที่ผันน้ำตามปกติ ช่องทางปกติยังอยู่ดีอยู่หรือเปล่า หรือมันหายหมดแล้ว หรือมันตื้นเขิน หมดแล้วจนเป็นเหตุให้น้ำทุกอย่างมันไหลเร็วและไหลมารวมกันอยู่ที่แม่น้ำสายหลัก แล้วก็ เป็นเหตุให้น้ำท่วมอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ต้องขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าแยกกันทำ ช่วยบูรณาการ จริง ๆ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ