ทรงยศ ชี้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ. บูรณาการพัฒนาพื้นที่ป่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖

ทรงยศ รามสูต ชี้ปัญหาการจัดการน้ำในภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดน่านที่มีฝนตกมากแต่การเก็บกักน้ำต่ำ จึงเสนอร่าง พ.ร.บ. บูรณาการพัฒนาพื้นที่ป่ากรณีพิเศษ เพื่อเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำและแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม งบประมาณ และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายเฉพาะและกรอบชดเชยที่ชัดเจนจากกระทรวงการคลังเพื่อให้การเยียวยาเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ก็จะขออภิปรายในส่วนของการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งแต่เช้ามานี้ผมก็ฟัง เพื่อนสมาชิกให้ข้อมูลการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคเหนือ ผมจะโฟกัสเฉพาะภาคอีสานนะครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะอภิปราย เป็นต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในฐานะที่ผมเป็น สส. จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นต้นน้ำซึ่งแม่น้ำยม บางส่วนก็มาจากพะเยาและน่าน แล้วก็ลงสู่แพร่ สู่สุโขทัย แต่หลัก ๆ ของน้ำน่าน จะลงสู่ อุตรดิตถ์แล้วก็ลงสู่กรุงเทพมหานคร ถึงเจ้าพระยา ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์มาจากแม่น้ำน่าน แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกสู่จังหวัดน่านเฉลี่ยปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่จังหวัดน่านสามารถเก็บกักน้ำได้เพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะอะไรครับ เพราะจังหวัดน่านเป็นพื้นที่ป่า พื้นที่เขาเยอะ ทำยากนะครับ พื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดน่านนะครับ ๗,๕๘๑,๐๓๕ ไร่ เป็นพื้นที่ป่า ๔,๖๔๐,๗๔๗ ไร่ เรามีหมดนะครับ ทั้งอุทยาน ป่าสงวน ป่าต้นน้ำ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า มีลุ่มน้ำ A1 A2 A3 A4 A5 ครบนะครับ แถมเป็นเมืองประวัติศาสตร์อีก อยู่กันมากว่า ๖๐๐-๗๐๐ ปี พอ พ.ร.บ. ป่าสงวนประกาศปุ๊บชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้น เวลาจะลงมือทำอะไรต่าง ๆ ยากมากนะครับ การจะทำเขื่อนแต่ละเขื่อนถึงแม้เราจะมี เทือกเขาเยอะ เนื่องจากความลาดชันของภูเขาไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกจุด มันจะต้องดูจุดที่ทำเวิ้ง ที่จะสามารถรับน้ำได้เยอะ อย่างเช่นผมยกตัวอย่างอ่างน้ำกิ จุน้ำได้ ๕๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ตอนนี้ทำ EIA เสร็จแล้ว ทางกรมชลประทานกำลังกันพื้นที่นะครับ ท่านก็หวังว่าทางรัฐบาล จะให้งบกันพื้นที่เยอะหน่อยนะครับ เพราะส่วนใหญ่งบกันพื้นที่จะกระจายกันไปทั่วประเทศ ถ้าทำช้าอาจจะล่าช้าออกไปก็ฝากไว้ ก็จะเป็นอ่างน้ำกองที่จะจุน้ำได้ ๗๓ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็อ่างน้ำยาวตอนเหนืออีก ๓๓ ล้านลูกบาศก์เมตร ปัญหาใหญ่ในการที่จะทำเขื่อน ส่วนใหญ่ก็คือในเรื่องของกระบวนการที่ล่าช้า ต้องทำ EIA ก่อน ๕๐๐ วันนะครับ ต้องดู ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของปีนี้กับปีที่แล้วมันต่างกันอย่างไร ทำเสร็จปุ๊บก็ต้องไปขอกันพื้นที่ ถ้ากันไม่เสร็จ เพราะต้องขออนุญาตกลับไปกลับมาเกิน ๕ ปี นับ ๑ ใหม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ กินเวลามาก แล้วพอตกลงกันได้เสร็จปัญหาใหญ่ที่สำคัญที่สุดไปเจรจากับผู้ได้รับผลกระทบ คือชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ รัฐก็ไม่สามารถที่จะจ่ายค่าชดเชย ค่าเยียวยาได้ จ่ายได้แต่ว่าค่าต้นไม้ที่เขาปลูก ปลูกมากี่ปี ชาวบ้านก็จะไม่ค่อยชอบนะครับ เพราะส่วนใหญ่ ที่เหนือน้ำที่ได้รับผลกระทบเขาไม่ค่อยได้ประโยชน์ เงินชดเชยก็ไม่ได้ คนได้รับประโยชน์อยู่ที่ ปลายน้ำ ตรงนี้มีปัญหาเยอะนะครับ ผมยกตัวอย่างเขื่อนน้ำยาวที่จังหวัดน่าน ท่าน สส. สิรินทร รามสูต ภรรยาผมสมัยเป็น สส. น่าน กว่าสิบปีกว่าจะผลักดันสำเร็จ เชื่อไหมครับกว่า จะสำเร็จพอชลประทานมีสตางค์ไปประชาคมชาวบ้าน จุดที่สูงที่สุดที่อยากจะทำ ชาวบ้าน บอกทำไม่ได้ เพราะกระทบน้ำท่วม รัฐไม่มีเงินมาเยียวยา จุดกลางก็ทำไม่ได้ สุดท้ายไปจุดที่ ต่ำที่สุด มันเป็นการเสียดายงบประมาณของประเทศเพราะความล่าช้า เพราะฉะนั้น เราจะแก้ไขอย่างไร โชคดีท่าน สส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ท่านบอกว่าที่พะเยาก็มีปัญหาเหมือนกัน ต้องแก้ไขด้วยกฎหมาย ต้องมีกฎหมายเฉพาะเหมือนอย่างที่ท่าน สส. วรวัจน์ ได้กล่าวไป เมื่อเช้า เมื่อคืนผมก็เลยไปยกร่างมาฉบับหนึ่งเผื่อทางรัฐบาลจะนำไปใช้ เป็นตุ๊กตานะครับ พ.ร.บ. บูรณาการพัฒนาพื้นที่ป่ากรณีพิเศษ ทำอย่างไรครับ ในหลักการก็คือว่าหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ อย่างเช่นกรมชลประทานตรงไหนจะทำกันพื้นที่ไว้ให้ขออนุมัติโดยมติ คณะรัฐมนตรี แล้วก็มีคณะกรรมการระดับชาติมาจากตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการคลัง ระดับจังหวัดก็มีระดับผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ มีหน้าที่มาทำอะไร อันดับแรกมาบูรณาการในการประสานงานในพื้นที่ การจัดการพื้นที่ที่ใช้ ระยะเวลา ๓ ปี ๕ ปี ๗ ปี ให้มันเหลือสัก ๖ เดือน ปีหนึ่ง ปีครึ่งได้ไหมเป็นกรณีพิเศษ ในพื้นที่พิเศษ แล้วเวลาทำ EIA ๕๐๐ วัน ผ่านไปสัก ๑ ปี ถ้ามีแนวโน้มจะทำก็สามารถ เริ่มกันพื้นที่ได้ มันจะได้เจรจาได้อย่างเต็มที่

ประเด็นสำคัญที่สุดต้องเพิ่มนะครับ ที่สำคัญคือจะต้องกำหนดว่ารัฐสามารถ ที่จะจ่ายเงินค่าเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐนี้ ที่เขาไม่มีเอกสารสิทธิ ที่อยู่ในพื้นที่ป่า โดยกระทรวงการคลังก็จะกำหนดหลักเกณฑ์ว่า ครอบครองไม่เกิน ๕ ปีได้ เท่าไร ๑๐ ปีได้เท่าไร ๑๕ ปีได้เท่าไร เพราะฉะนั้นถ้า พ.ร.บ. นี้ประกาศออกมาได้ฝากให้ รัฐบาลไปนำเสนอ ผมว่าทุกฝ่ายก็จะพอใจ รัฐก็จะทำป่าได้อย่างเต็มที่ชาวบ้านที่อยู่ต้นน้ำ ที่อยู่เหนือน้ำเขาก็จะได้ประโยชน์ ถ้ารัฐบาลไม่มีเวลาผมยกร่างมาให้ก็ได้จะเริ่มจากกฎหมายนี้ เป็น พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเงิน ถ้าส่งไปที่กระทรวงการคลังฝากรีบส่งกลับมาให้ด้วยนะครับ และที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ผมจำได้ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ท่านบอกว่าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้ามัน ติดขัดที่กฎระเบียบก็แก้ไขที่กฎระเบียบ ติดขัดที่กฎหมายก็แก้ที่กฎหมาย เรื่องนี้มันติดขัด ในเรื่องของกระบวนการในการประสานงานบูรณาการร่วมกันของฝ่ายรัฐ แล้วก็ปัญหา อีกอย่างก็คือมันไม่มีกฎหมายเฉพาะที่จะมาดูแลเยียวยาพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ ของภาครัฐ ในเขตพื้นที่ป่าสงวนเพราะเขาไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องแก้ กฎหมายออกมาเป็นกฎหมายพิเศษ ผมเชื่อว่าถ้าเรามีกฎหมายพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา ประเทศชาติก็จะได้มีโอกาสได้แก้ไขเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่นะครับ ก็หวังว่ารัฐบาลจะนำ เรื่องนี้ไปพิจารณาต่อไป ขอขอบคุณครับ