พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ หารือปัญหาน้ำท่วมซ้ำในอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำหลายสาย ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียพื้นที่เพาะปลูก จึงเสนอให้มีการสร้างประตูระบายน้ำและระบบกักเก็บน้ำเพิ่มเติม พร้อมผลักดันโครงการปรับปรุงระบบชลประทานในลุ่มน้ำยม การขยายเขตการจัดการน้ำ การส่งน้ำเพื่อการเกษตร การพิจารณาสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ และการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทั้งในภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ถ้าพูดถึงอำเภอบางระกำคนก็จะถามว่าน้ำท่วมไหม ปีนี้น้ำท่วมไหม เราพี่น้องชาวอำเภอบางระกำเราไม่ชอบน้ำท่วมเพราะเราเดือดร้อน และเราก็ไม่มีความสุข พื้นที่อำเภอบางระกำเป็นพื้นที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำยมตอนล่างค่ะ ท่านประธาน ภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ในฤดูน้ำหลากหรือฤดูฝนของทุกปี อำเภอบางระกำก็จะประสบปัญหาอุทกภัยเป็นจำนวนมาก พื้นที่ของอำเภอบางระกำ เปรียบเสมือนสะดือซึ่งสะดือในช่วงของฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลเข้าก่อน แล้วก็จะไหลออกไป ทีหลังสุด เมื่อสิ้นฤดูน้ำหลากน้ำที่ท่วมขังก็จะระบายออกได้ทีหลังพื้นที่อื่น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ก็จะเป็นเกิดขึ้นทุกปี ท่านประธานคะ น้ำในแม่น้ำยมนี่ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตามพื้นที่ อำเภอบางระกำ ลุ่มน้ำยมฝั่งซ้ายก็จะเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยมาโดยตลอด พื้นที่ บางระกำเป็นพื้นที่พิเศษที่จะรับน้ำทั้งหมด ๓ ลุ่มน้ำ ได้แก่ น้ำยม น้ำน่าน และน้ำปิง จากโครงการท่อทองแดง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทั้ง ๓ ลุ่มน้ำนี้ ในช่วงฤดูฝนจะมีปัญหาบางจุด น้ำล้นตลิ่งคันดินแล้วก็ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ ข้ามถนนท่วมพื้นที่การเกษตร ทำให้พืชผลทาง การเกษตรได้รับความเสียหาย ชาวบ้านก็จะต้องอพยพขึ้นสู่ที่สูง ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพราะน้ำที่ไหลบ่ามานี้มีมวลมหาศาลทำให้การแก้ไข ปัญหาและการบริหารจัดการน้ำเกินศักยภาพของท้องถิ่นที่จะดำเนินการเองได้ ยกตัวอย่าง เห็นได้ชัดเจนก็คือในกรณีที่แม่น้ำยมเหนือจากจังหวัดสุโขทัยมีมาปริมาณมากทำให้เกิน ขีดความสามารถที่แม่น้ำยมไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยรับได้ ก็จะผันน้ำจากแม่น้ำยม สายปัจจุบันที่อำเภอสวรรคโลกเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า โดยจะไหลผ่านพื้นที่อำเภอ พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลกและเข้ามาท่วมอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำของอำเภอบางระกำซึ่งมีพื้นที่ ประมาณ ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ และสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะคะ ท่านประธาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในตัวเมืองสุโขทัย ซึ่งเป็น พื้นที่เศรษฐกิจและมีความสำคัญในระดับหนึ่ง ซึ่งข้อมูลปัจจุบันพบว่าตอนนี้ ขณะนี้ เมื่อเช้านี้ พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำได้ท่วมขังที่อำเภอบางระกำไปแล้ว ๑๖๔,๓๕๙ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๖๒ ปริมาณน้ำทั้งสิ้นขณะนี้อยู่ที่อำเภอบางระกำ ๒๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของทั้งหมดที่เราสามารถรับได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเกษตรกรของอำเภอบางระกำจึงเป็น ผู้ที่เสียสละอย่างแท้จริง แล้วก็เป็นผู้ที่ยอมเสียพื้นที่การเกษตรเพื่อให้เป็นที่รองรับน้ำ ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดสุโขทัยไม่ให้เกิดอุทกภัย และเป็นการชะลอน้ำให้กับ พื้นที่ตอนล่าง ซึ่งเราเรียกการบริหารจัดการน้ำนี้ว่าบางระกำโมเดล เมื่อครั้งรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการ น้ำในพื้นที่ลุ่มของอำเภอบางระกำไว้สองมาตรการ มาตรการแรก ก็คือไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง โดยการจัดปฏิทินการเพาะปลูกให้มีความเหมาะสมกับในฤดูน้ำหลาก โดยเกษตรกรจะเก็บ เกี่ยวผลผลิตให้เสร็จก่อนที่น้ำจะเข้ามา มาตรการที่ ๒ ใช้สิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ กับระบบชลประทานเดิมซึ่งในพื้นที่เดิมมีอยู่แล้ว และสร้างมานานแล้วค่ะ โดยได้จัดสรร งบประมาณลงมาขุดลอกคลอง สร้างประตูระบายน้ำตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ มาโดยตลอด อีกทั้งยังให้บางระกำโมเดลเป็นต้นแบบกับการใช้ในพื้นที่อื่น ๆ นอกจากนี้ค่ะ ท่านประธานคะ อำเภอบางระกำมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงแค่ ๓ แห่ง ได้แก่ บึงตะเครงเก็บน้ำ ได้ ๑๓.๕๔ ล้านลูกบาศก์เมตร บึงระมาณเก็บได้ ๑๖.๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตร บึงขี้แร้งได้ ๑.๔๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งรวมทั้ง ๓ แห่ง จุน้ำได้ทั้งสิ้น ๓๑.๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประธานคะ คิดเป็นร้อยละ ๘ ของน้ำทั้งหมด ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ชาวอำเภอ บางระกำรับน้ำไว้ แล้วน้ำอีก ๓๖๙ ล้านลูกบาศก์เมตร ยังไม่มีพื้นที่กักเก็บ จะต้องถูกปล่อย ทิ้งเสียเปล่าแล้วนำมาเก็บไว้ให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อที่จะใช้ในช่วงฤดูแล้งในต่อไป ดิฉันจึง ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ช่วยพิจารณาความเหมาะสมทางด้าน วิศวกรรม เพื่อก่อสร้างประตูกักเก็บน้ำไว้เป็นช่วง ๆ ในลักษณะขั้นบันไดในลำคลอง ธรรมชาติของอำเภอบางระกำ เพราะตลอดฤดูฝนน้ำในคลองมีปริมาณมาก แต่ไม่สามารถ พักน้ำเก็บไว้เป็นช่วง ๆ ได้ เพราะเนื่องจากขาดอาคารชลประทานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ในการบริหารจัดการน้ำ การก่อสร้างอาคารชลประทานในแต่ละแห่งขอเรียนให้ทราบว่าจะมี ความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่เพื่อให้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้งเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังประโยชน์ทางอ้อมให้กับพี่น้อง ที่ไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น ถ้าหากมีน้ำอยู่ในพื้นที่และเกษตรกรก็อยู่กับครอบครัว เป็นการแก้ไขปัญหาสังคมให้ลดน้อยลงและคุณภาพชีวิตดีขึ้นค่ะ โครงการชลประทาน มีความประสงค์ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่าติดตามเร่งดำเนินการดังนี้
โครงการที่ ๑ ปรับปรุงของกรุงกรักพร้อมอาคารประกอบ โดยก่อสร้างประตู ระบายน้ำที่บ้านนิคมพัฒนา บ้านทุ่งอ้ายโห้ และระบบระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบ ที่วัดพรหมเกษร บ้านหนองบัวนา บ้านพรสวรรค์ บ้านทุ่งใหญ่ บ้านหนองอ้อ คลองบึงแหง บ้านท่ามะเกลือ บ้านหนองไผ่ คลองพระรถ ซึ่งมีงบประมาณกว่า ๖๕๐ ล้านบาท ขอให้ กรมชลประทานได้ช่วยขยายพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำยมฝั่งขวาของอำเภอบางระกำ และขอให้ ชลประทานพิจารณาส่งน้ำจากแม่น้ำปิงเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกของอำเภอบางระกำ โดยขยาย เขตพื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดงจังหวัดกำแพงเพชร ให้อยู่ในการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ในระยะยาว และขอให้เยียวยาชดเชยพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที ขอให้ รัฐบาลเร่งการแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำยมอย่างยั่งยืน โดยการพิจารณาสร้างเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำให้ทั่วถึงในทุกภูมิภาคค่ะ และสุดท้ายนี้เราควร ช่วยเหลือประชาชนให้ดีที่สุด อย่าให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยต้องรับผิดชอบเพียงลำพัง อย่าให้น้ำท่วมได้สร้างน้ำตาให้กับประชาชนของเราอีกเลยค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ