รภัสสรณ์ ชี้น้ำท่วมลำปางบกพร่องจัดการ ท้วงเตือนภัยล่าช้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖

รภัสสรณ์ นิยะโมสถ หารือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยเฉพาะในอำเภอเกาะคาและแม่เชียงราย ที่เกิดขึ้นซ้ำทุกปีจากปัญหาระบบระบายน้ำไม่เพียงพอและท่อคอร์ตติดขัด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนภัยที่คลาดเคลื่อน และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ไม่ทันท่วงที ส่งผลให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญภาระหนักอย่างต่อเนื่อง จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบเตือนภัย บูรณาการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ พัฒนาทุ่งรับน้ำพร้อมชดเชยเกษตรกร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อป้องกันและลดความเสียหายในอนาคต

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องลำปาง เขต ๔ อำเภอเกาะคา อำเภอเสริมงาม อำเภอสบปราบ อำเภอเถิน และอำเภอแม่พริก อย่างที่ทราบกัน พี่น้องลำปาง โดยเฉพาะลำปาง Zone ใต้บ้านดิฉันได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม บ้านเรือนเสียหายหนักทุกอำเภอที่กล่าวมา ดิฉันจึงขอร่วมอภิปรายในวันนี้ค่ะ แต่ก่อนอื่น ที่จะอภิปรายดิฉันต้องขอชื่นชมพ่อเมืองแม่เมืองจังหวัดลำปางนะคะ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านชัชวาลย์ ฉายะบุตร และท่านตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ได้เข้าพื้นที่ประสบภัยเป็นหน่วยงานแรก ๆ และนอกจากนี้ยังมีผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น รวมไปถึง ปภจ. หน่วยงานอาสากู้ภัยต่าง ๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน้างานที่ปฏิบัติงาน อย่างเต็มความสามารถเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบค่ะ แต่กระนั้นแล้ว ดิฉันก็ยังเล็งเห็นการบริหารจัดการน้ำที่ขาดประสิทธิภาพ จึงทำให้ภาระงานที่หนักหนาสาหัส ต้องมาตกอยู่กับผู้ที่ปฏิบัติงานหน้างาน

ประเด็นแรก เรื่องของการแจ้งเตือนภัยของศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่แม่นยำ ขออนุญาตยกตัวอย่างจากพื้นที่ของดิฉันจากที่สังเกตได้ และเชื่อว่าข้อสังเกตนี้จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ คือศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประจำจังหวัดลำปางมีหอแจ้งเตือนภัยเพียง ๒ หอ ซึ่งขั้นตอนการแจ้งเตือนภัย ก็คือให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ เมื่อข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ส่งมาเจ้าหน้าที่ก็จะส่งผ่านไปยังระบบ Next Gen และหัวหน้า ปภ. จังหวัดก็จะต้องนำเสนอ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ขั้นตอนเหล่านี้มันช้านะคะท่านประธาน การแจ้งเตือนที่ล่าช้า น้ำมาตอนตีสอง ตีสาม แต่กว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปที่พื้นที่เกิดเหตุก็ปาเข้าไป ๑๐ โมง ๑๑ โมงแล้วค่ะ สุดท้ายบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายหลายร้อย หลังคาเรือนท่วม บางตำบลท่วมทุกหมู่บ้าน แล้วอย่างไรคะประชาชนจะต้องเผชิญ ชะตากรรมจากการรอสัญญาณเตือนภัยที่ล่าช้าแบบนี้หรือคะ นอกจากล่าช้าแล้วยังไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง ศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่มีการประกาศเตือนแจ้งต่อประชาชนให้ทราบ ล่วงหน้าเลย

จากข้อมูลของ Page ในวันที่ ๒๙ กันยายนที่ผ่านมา น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ตั้งแต่เวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา ที่ตำบลแม่มอก และตำบลแม่ปะ อำเภอเถิน ที่ตำบลสบปราบ ตำบลสมัย อำเภอสบปราบ แต่รายงานหน้า Page ยังแจ้งว่าสถานการณ์น้ำอยู่ในภาวะปกติดี แม้กระทั่งรายงานตอนเย็น เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ก็ยังไม่รายงานตรงกับความเป็นจริง ยังรายงานว่าน้ำขึ้นสูงเล็กน้อย แต่ท่วมไปแล้ว ๓ อำเภอ คืออำเภอเสริมงาม อำเภอสบปราบ และอำเภอเถิน ประชาชนไม่ได้รับการแจ้งเตือนว่าแย่แล้ว อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ต่าง ๆ ไม่ได้รับการแจ้งเตือนเช่นเดียวกัน ทำให้หน่วยงานที่ต้อง เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือกลับกลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง ควรแล้วหรือไม่ที่เราควรจะต้อง ปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าเหล่านี้ให้มันดีขึ้นกว่านี้

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของพื้นที่ที่ท่วมซ้ำ ๆ ซาก ๆ ในอำเภอเกาะคา ที่ตำบลลำปางหลวงได้รับน้ำระบายมาจากลำแม่น้ำตาล จากตำบลปงยางครก อำเภอห้างฉัตร ไหลมาเพื่อรอการระบายลงสู่แม่น้ำวัง น้ำจากลำน้ำเข้ามา ๖-๗ เมตร ขนาดของลำน้ำ แต่มาเจอท่อระบายน้ำที่เป็นคอคอดอยู่ที่ตำบลลำปางหลวงขนาดเพียง ๑.๕ เมตร ไม่พอ ในท่อเต็มไปด้วยทรายและเศษขยะแล้วน้ำจะไปไหน เข้าท่อไม่ได้ก็เอ่อล้นท่วมเข้าหมู่บ้าน บ้านม้าทั้ง ๓ หมู่บ้าน และอื่น ๆ อีก แล้วท่วมไม่ใช่เพียงแค่เขตดิฉันยังท่วมย้อนกลับไปที่ อำเภอห้างฉัตรอีก อีกบริเวณหนึ่งที่มีเทศกาลน้ำท่วม ก็คือที่แม่เชียงรายบนเขตติดต่อ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ตรงนี้ก็เป็นลุ่มน้ำที่รับน้ำจากแม่น้ำวัง พื้นที่เหล่านี้ท่านประธาน ไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐเลย ท่วมก็ท่วมทุกปีจนชาวบ้านบอกดิฉันว่า มันท่วมเป็นเทศกาลแล้วค่ะ สส.

ประเด็นสุดท้าย เรื่องของการเยียวยา การอพยพ การหาแหล่งพักพิง และการช่วยเหลือในเรื่องของอาหาร ตลอดจนเรื่องของการเดินทางของราษฎร ไม่มีเลยค่ะ กว่า ปภ. จะเข้ามา เมื่อเวลาน้ำท่วมท่วมในหลายพื้นที่เขตของดิฉันมี ๕ อำเภอ ท่วมทุก อำเภอ การช่วยเหลือเข้าไปไม่ทัน ไม่มีการเตรียมการทำงานเชิงรุกเลย ตลอดจนโรคระบาด ที่มากับน้ำตอนนี้ก็ยังไม่เห็นทางสาธารณสุขออกมาเคลื่อนไหวใด ๆ เลย การเยียวยาต่าง ๆ มีขั้นตอนมากมายล่าช้าและไม่ทันต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง ตามระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองจ่ายราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินจะต้องมีขั้นตอนให้ อปท. ส่งเรื่องขึ้นไปให้อำเภอ ถ้ามีเงิน ก็ช่วยเหลือเยียวยากันไป ถ้าไม่มีก็ต้องส่งให้ ก.ช.ภ.อ. พิจารณาแล้วก็มาช่วยเหลือต่อไป กว่ามันจะส่งเรื่องกลับมาพี่น้องประชาชนไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้นะคะท่านประธาน เหล่านี้มันเป็นการบรรเทาสาธารณภัยมันไม่ใช่การป้องกัน เพราะถ้าการป้องกันจะต้องมี ระบบ ระเบียบ มีประสิทธิภาพกว่านี้มันจะต้องมีการทำงานเชิงรุกร่วมเข้ามาด้วย และเพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่ให้ต้องเจอกับเทศกาลน้ำท่วม เทศกาลที่แสน เจ็บปวดเหล่านี้อีก ดิฉันจึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน คือให้มีการพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วมให้ชุมชนได้มาร่วมออกแบบให้มันเข้าใจได้ง่าย และเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงควรจะเข้าไปเร่งพัฒนาระบบนี้

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงาน ราชการ ดิฉันไปลงพื้นที่มาทุกอำเภอของดิฉันไม่มีศูนย์ปฏิบัติการ การช่วยเหลือต่าง ๆ แยกกันทำ หน่วยงานใครหน่วยงานมัน อาสากู้ภัยก็ทำไปอย่างหนึ่ง หน่วยงานเอกชนก็ทำ ไปอย่างหนึ่งดูแลกันไปตามมีตามเกิด

สุดท้ายการสร้างทุ่งรับน้ำที่ไม่ใช่ทุ่งรับกรรมในหน้าน้ำที่มีน้ำเข้ามา จำนวนมากควรจะต้องมีการหาพื้นที่ให้น้ำมีทางที่อยู่มีทางที่จะไป คือให้มีทุ่งระดับน้ำ มีการจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียโอกาสในการทำการเกษตร และนอกเหนือจากหน้าน้ำหลาก ควรจะมีการประกันราคาพืชผลเกษตรเผื่อว่าในกรณีที่น้ำยังเข้าทุ่งอยู่แต่ว่ามันเป็นการทำ เกษตรของพี่น้องเกษตรกร และนี่ก็คือข้อเสนอของดิฉันที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วม อภิปรายของดิฉันในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายค่ะ เพราะว่าพี่น้องประชาชน เดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ขอบคุณท่านประธานค่ะ