ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ พูดถึงปัญหาการจัดการขยะในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะศูนย์ขยะอ่อนนุชที่มีลักษณะเหมือนภูเขาขยะ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง และหารือเรื่องโรงขยะที่เกิดขึ้นตามคำสั่งของคณะกรรมการชั่วคราวแห่งชาติ (คสช.) และถามว่ารัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตประเวศ เขตสะพานสูง พรรคก้าวไกล ก็ขอขอบพระคุณในคำตอบของท่านรัฐมนตรีนะครับ จริง ๆ ก็เป็นคำตอบที่ผมเองก็ได้ยินมาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ว่าก็เป็น นิมิตหมายที่ดีก็คือเรื่องของการที่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินจากปากของท่านรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ท่านมาในฐานะของตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ก็ถือว่าเป็นคำตอบจาก ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นเดียวกัน ก็คาดหวังว่าท่านจะดำเนินการได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ก่อนที่ผมจะไปยังคำถามข้อที่ ๒ ก็อาจจะต้องลงรายละเอียดเพิ่มเติมสักเล็กน้อยก็อาจจะ ขยายจากที่ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็คือเรื่องของศูนย์ขยะอ่อนนุช ที่ผ่านมา หลาย ๆ ท่าน พี่น้องประชาชนแล้วก็หลายภาคส่วนยังเข้าใจว่าตัวของศูนย์ขยะอ่อนนุช ยังมีลักษณะของความเป็นกองขยะหรือว่าเป็นภูเขาขยะ แต่ว่าความจริงแล้วศูนย์ขยะอ่อนนุช ในปัจจุบันก็มีสภาพเปรียบเสมือนง่าย ๆ ก็เป็นพื้นที่เหมือนกับเป็นนิคมอุตสาหกรรมขยะ ก็ว่าได้ ก็คือเป็นพื้นที่ของโรงขยะ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะจำนวนมากอยู่ใน พื้นที่ ๕๘๐ ไร่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของโรงปุ๋ย หรือว่าจะเป็นส่วนของโรงกำจัดเตาเผาขยะติดเชื้อ หรือว่าตัวของโรงขยะก่อสร้างต่าง ๆ แต่ว่าสิ่งที่ผมเจ็บใจมาตลอดก็คือว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชน หลายท่านได้ถูกต่อว่า บอกว่าโรงขยะตั้งอยู่ตรงนี้แล้วประชาชนมาซื้อบ้านใกล้โรงขยะเอง ทั้งที่โรงขยะอยู่มานานแล้ว ความจริงในส่วนนี้ก็ต้องบอกว่าถูกแค่ครึ่งเดียวเพราะว่าที่ผ่านมานี้ เมื่อช่วงปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒ ก็มีตัวโรงขยะโรงใหม่ที่เกิดขึ้นอีกในช่วงสมัยของรัฐบาลที่ผ่านมา ตอนนั้นก็มีการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ในการที่จะตั้งโรงขยะโรงใหม่ที่ตั้งอยู่ใน บริเวณพื้นที่ตามผังเมืองเป็นพื้นที่สีเหลือง ก็คือเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัย ซึ่งตอนนั้นเมื่อมีการตั้งโรงขยะโรงนี้ขึ้นมาก็กลายเป็นว่าพี่น้อง ประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น กลิ่นที่มีอยู่เดิมก็เพิ่มวง ขยายวง ในการที่จะทำให้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับตัวโรงงานโรงใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่ไม่สอดคล้องกับผังเมืองก็มีความเดือดร้อนมากขึ้น จนกลายเป็นว่าพี่น้องประชาชนก็มีการต่อสู้ มีการผลักดัน มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพรรคก้าวไกลด้วย ตอนนั้นทางผมในฐานะที่เป็นว่าที่ผู้สมัครร่วมกับทาง สส. พรรคก้าวไกลในขณะนั้น อย่างเช่น ทาง สส. สุรเชษฐ์ แล้วก็ สส. วิโรจน์ตอนนั้นก็ร่วมกันผลักดันในส่วนนี้ด้วย แล้วพี่น้อง ประชาชนเองก็ยังผลักดันผ่านหน่วยงานอื่น ๆ เหตุผลที่ผมตั้งกระทู้วันนี้เพราะแน่นอน หลายท่านอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องของกรุงเทพมหานครหน่วยงานเดียว ซึ่งความจริงไม่ใช่ เพราะความจริงแล้วมันก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่น กรมโรงงาน อุตสาหกรรมเกี่ยวกับ กกพ. เกี่ยวกับกรมควบคุมมลพิษ เพราะฉะนั้นตอนนั้นแน่นอนพอเกิด ปัญหามาก ๆ แล้วพี่น้องประชาชนก็มีการร้องเรียนในปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วมันกลาย เป็นว่าทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทาง กกพ. ก็เห็นว่าเป็นปัญหาจริง ๆ แล้วก็มีการ ออกคำสั่งระงับใบอนุญาต ก็คือการหยุดชั่วคราว สั่งปิดชั่วคราว แต่หลังจากที่สั่งปิดชั่วคราว แล้วกลับมาเปิดใหม่ มีการปรับปรุงโรงงานเรียบร้อย ก็กลายเป็นว่ากลิ่นเหม็นยังไม่หายไป แล้วหลังจากนั้นก็มีการสั่งปิดอีกรอบหนึ่งครับ แล้วก็ลักษณะมันกลายเป็นการเปิดการปิด สลับกันไปอยู่แบบนี้นะครับ ดังนั้นจึงต้องถามในคำถามข้อ ๒ ปัจจุบันนี้ในส่วนที่ผมพูด ก็เป็นเรื่องของคดีความและที่พี่น้องประชาชนร่วมกับภาคประชาสังคม มีการฟ้องร้องไปยัง ตัวโรงขยะโรงใหม่ที่เรียกง่าย ๆ ว่าโรง ๘๐๐ ตัน
คำถามข้อ ๒ ที่เป็นคำถามว่าในส่วนของตัวโรงขยะที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช. ตัวนี้ที่ตอนนี้ท่านมีการปิดกับเปิดสลับกันไป หลังจากนี้ท่านมีมาตรการที่จะดำเนินการ อย่างไรต่อไป ท่านจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการดำเนินการว่าท่านต้องปิดอีกกี่ครั้ง เปิดอีกกี่ครั้ง ท่านถึงจะมีการเพิกถอนใบอนุญาต หรือว่าหลังจากนี้ท่านจะดำเนินการอย่างไร ต่อไปให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ รวมถึงยังมีตัวของโรงขยะโรงใหม่ที่เมื่อสักครู่ท่านกล่าวถึงก็คือตัวของโรงใหม่ที่จะทำเป็น โรงไฟฟ้า เป็นเตาเผาขยะขนาด ๑,๐๐๐ ตัน ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไปให้พี่น้อง ประชาชนสบายใจ แล้วก็ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน เพราะผมคิดว่าชีวิต ของประชาชนก็อยู่ในมือของรัฐบาลชุดนี้ อยู่ในมือของท่านครับ ขอบคุณครับ