สุทิน แจงจัดซื้อเรือดำน้ำยังไม่สรุป รอผลจากกองทัพเรือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

สุทิน คลังแสง ชี้แจงมาตรการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตกรณีน้ำมันหายในกองทัพ พร้อมกล่าวถึงปัญหาการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด และการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนของกองทัพเรือ โดยย้ำว่าต้องรอผลสรุปจากกองทัพเรือก่อนพิจารณาในระดับรัฐมนตรีและ ครม. ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ขณะที่ยืนยันการดำเนินการตามกรอบเวลาสัญญาและรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็พยายามฟังท่านสมาชิก ท่านจะถาม ซึ่งท่านได้บรรยายและให้คำแนะนำมากกว่า แต่ว่าพยายามที่จะฟังคำถามท่าน และพยายามตอบให้ตรงที่สุด

เรื่องเรือดำน้ำ เอาเรื่องมาตรการแรกก่อนว่าเรื่องน้ำมันหายนี่อยากทราบว่า ผมจะมีมาตรการอะไรต่อไปข้างหน้า ผมเรียนอย่างนี้ว่าเมื่อมันเกิดเหตุอย่างนี้แล้ว ๑. เราก็ให้สอบสวนเอาคนผิดมาลงโทษจริง ๆ ถ้าลงโทษคนผิดให้เห็นแล้วนั้นคือการเชือดไก่ ให้ลิงดู มันก็จะเป็นมาตรการปรามคนได้ทางหนึ่ง เราเอาจริง ๒. คือการป้องกัน ต่อไปนี้ ผมก็ให้รื้อฟื้นระบบตรวจสอบภายในขึ้นมาแล้วให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด ซึ่งกองทัพ ก็รับไปว่ากระบวนการตรวจสอบซึ่งเขาเคยใช้อยู่แล้วให้เคร่งครัดก็คือมีอยู่ ๔ ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ ๑ ก็คือระดับหน่วยที่ใช้หน่วยที่เก็บเขาตรวจสอบกันเองว่ากันไป นั่นขั้นตอนที่ ๑

ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือการตรวจสอบทางการส่งกำลังบำรุงเขาเรียกอย่างนี้ เช่น น้ำมันคุณเบิกไปแล้วเบิกเท่านี้ถ้าดูใบเสร็จมันถูกต้องหมด แต่ต้องไปดูการใช้จริง การส่งกำลังบำรุงจริงใช้ตามนั้นไหม อย่างนั้นไหม คือไปดูการใช้จริงด้วยอย่าดูเฉพาะเอกสาร นี่ขั้นตอนที่ ๒

ขั้นตอนที่ ๓ เราจะพบอยู่นั่นก็คือ ใช้ชุดตรวจหรือกรรมการตรวจสอบ จัดจเรทหารลงไป

ขั้นตอนที่ ๔ ถ้าชุดนั้นตรวจเสร็จพบ ไม่พบ ก็มีจุดตรวจพิเศษชัดลงไปอีก ก็ ๔ ขั้นตอน ซึ่งผมจะกำกับ ๔ ขั้นตอนนี้ให้เป็นมาตรการที่ต้องใช้กันจริง ๆ จัง ๆ ต่อไป อันนี้คือมาตรการนะครับ

สำหรับเรื่องเรือดำน้ำนี่ ข่าวคราวที่เราได้ทราบกันมาตลอดในสังคม เราได้ทราบว่าเรือดำน้ำสั่งซื้อจากจีนแล้วได้เครื่องยนต์ไม่ตาม Spec ที่รู้และทราบกันทั้งหมด มันจะมีอยู่ ๓ ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก ก็คือคนที่อยากใช้ แล้วคนจัดซื้อจัดจ้างจริง ๆ ก็คือกองทัพเรือ เรื่องมันจะอยู่ที่เบื้องต้นคือกองทัพเรือ พอกองทัพเรือสรุปอย่างไรว่าจะใช้ ไม่ใช้ จะเอา ไม่เอา จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกสัญญากองทัพเรือก็จะเสนอมาที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นอำนาจของผม ถ้าผมเห็นชอบก็ตามนั้น หรือไม่เห็นชอบอย่างไรก็ไปที่ ครม. จบที่ ครม. ข่าวคราวที่ได้ทราบทั้งหมดเป็นอยู่ที่ขั้นตอนแรก คือขั้นตอนของกองทัพเรือ เท่านั้น ที่เขาเป็นคนจัดซื้อจัดจ้างแล้วเขาบอกว่าทางจีนตอบกลับมาว่าจะไม่ได้เครื่องยนต์ ตามนั้น เรื่องยังไม่เคยถึงผมเลย ยังไม่ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และยังไม่ถึง ครม. ผมก็ได้แต่ฟัง ได้แต่รอและได้ติดตามข่าว แล้วก็สอบถามขั้นตอนของกองทัพเรือว่า กองทัพเรือจะเอาอย่างไร สรุปอย่างไร กรรมการจัดซื้อจัดจ้างจะสรุปอย่างไร ถ้าสรุปแล้วพอมาที่ผม ผมก็จะตัดสินใจ จะไป ครม. ก็จบที่ ครม. แต่ทุกอย่างที่ผ่านมาอยู่ที่ ขั้นตอนกองทัพเรือ ยังไม่มาที่ผมเลย แล้วก็ทราบล่าสุดทราบพร้อมกันว่าทางกองทัพเรือ โดยผู้บัญชาการกองทัพเรือท่านที่กำลังจะเกษียณท่านบอกว่าท่านสรุปแล้ว เพิ่งสรุป สรุปแล้วว่าท่านจะเดินหน้าต่อ อันนั้นคือข่าวว่าท่านสรุปแล้วจะรายงานมาที่ผม ผมก็รออยู่ ตอนนี้ยังมาไม่ถึงผม เพราะฉะนั้นถ้าเรื่องยังมาไม่ถึงผมนี่ผมจะไปด่วนสรุปว่าเดินหน้าต่อ ไม่เดิน ยกเลิกหรือเดินต่อ คงไม่ใช่ คงไม่ถูก ก็รออยู่เหมือนกัน ถ้ามาแล้วปั๊บผมก็จะรีบดู รีบศึกษา แล้วก็รีบตัดสินใจ ถ้าผมตัดสินใจจบในขั้นตอนผมก็จบ ถ้าไม่จบไป ครม. ก็ไป ครม. เพราะฉะนั้นเรียนเพื่อนสมาชิกว่าที่ผมบอกว่าก็ตามที่กองทัพว่ามา ก็คือการรอฟังการสรุป จากเขา วันนี้ถ้าหากว่าไปด่วนสรุป นั่นต่างหากที่จะด่วนสรุปโดยยังไม่ใช่ขั้นตอน แต่อย่างไร ก็ตามจะช้าจะเร็วมันมีกรอบเวลาอยู่ เวลาคือการจัดซื้อจัดจ้างมันเป็น G to G ระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เขาจะมีกรอบเวลาการดำเนินการเรื่องนี้อยู่ซึ่งยังไม่หมด เข้าใจว่าจะไปหมดที่ธันวาคม เพราะฉะนั้นจะช้าจะเร็ว จะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาที่กำหนดมันยังเป็นเวลาที่ทุกฝ่ายเขาจะดำเนินการได้ เช่นสมมติว่าวันนี้เราดู เหมือนประหนึ่งว่าจีนจะไม่สามารถไปเอาเครื่องยนต์เยอรมนีมาได้ แต่เวลาที่ยังเหลืออยู่อีก ประมาณ ๒-๓ เดือนเราจะไปตัดสิทธิเขาเลยเสียทีเดียวก็ไม่ได้ การจะไปยกเลิกก่อนที่สัญญา ยังไม่ครบก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเราต้องดำเนินตามกรอบเวลา ส่วนจะเอาทางใดนั้นก็อย่างที่ เรียนเมื่อสักครู่ครับ ถ้าเรื่องมันมาถึงแล้วผมจะศึกษารายละเอียดว่าถ้ากองทัพเขาบอกว่า จะเดินหน้าต่อ เขามีเหตุผลอะไร มีความเชื่อมั่นอะไร แล้วมีหลักประกันอะไรให้กับ ทางประเทศว่าไม่เสียประโยชน์ กองทัพไม่เสียประโยชน์ ก็จะดูละเอียดตรงนั้นถึงจะ เลือกแนวทาง ส่วนที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะไปเจรจาที่เยอรมนี อันนั้นก็เป็นเพียง มาตรการเสริม ท่านก็คิดว่าทางใดที่จะเป็นทางที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติมากที่สุด เรารู้ดีว่าถ้าในภาวะปกติเราจะไปคุยแทนผู้ขายไม่ได้ เรารู้ ต้องไปเจรจากันเอง ถ้าภาวะปกติเรา ไม่ควรไปยุ่ง แต่มันไม่ปกติคือทราบมาว่าจะไม่เกิดตามสัญญา เราก็จะเสียประโยชน์ ในทางที่ จะปกป้องประโยชน์ มันไม่ปกติแล้วทางใดที่เราจะทำได้เราก็อยากจะทำเพื่อให้กองทัพได้ ประโยชน์ ประเทศไม่เสียประโยชน์ ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีไปเจรจากับมาอย่างไร ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้รับทราบจากท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็เชื่อว่า ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่บอก ก็อยู่ในกรอบเวลาที่ท่านจะมีเวลาพิจารณาตัดสินใจได้ ถ้าเวลา มันหมด คือท่านคงตัดสินใจตอบในกรอบเวลาที่ได้ ใจเย็นนิดหนึ่งครับ แต่ว่าทำไมถึงขั้นกับ ต้องเลยกรอบเวลา เลยความเสียหายนะครับ ขออนุญาตเท่านี้ครับ