ชยพล ชี้บุหรี่ไฟฟ้าต้องห้ามแต่ผู้ใช้พุ่ง 4,500% เรียกร้องกฎหมายควบคุม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๖๖

ชยพล สท้อนดี ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายไทยแต่สถิติชี้ว่าผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 4,500% จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายควบคุมการใช้งานและมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากอันตรายระยะยาว

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหลักสี่ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมอยากจะขอนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้านะครับ โดยข้อเท็จจริงด้านแรกที่ผมจะนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงในด้านของกฎหมาย โดยประเทศไทยเรามีกฎหมายเกี่ยวกับประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดไว้อยู่แล้วว่า บารากุและบารากุไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้าราชอาณาจักร ประกาศไว้ในปี ๒๕๕๗ นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ. ส่งออกไปนอกและการนำเข้ามา ในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่กำหนดมาตรา ๕ ไว้ ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์สามารถประกาศได้ว่าจะให้หรือไม่ให้อะไรนำเข้าหรือส่งออกจาก ราชอาณาจักรประเทศไทย มาตรา ๗ ห้ามฝืนประกาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือได้รับ มอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และมาตรา ๒๐ เอง ก็ได้กำหนดโทษไว้ ถ้าเกิดฝ่าฝืนคำสั่งตามมาตรา ๕ หรือมาตรา ๗ นอกจากนี้เรายังมีคำสั่งคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๕๘ ที่กำหนดไว้ว่า ห้ามนำเข้า หรือห้ามให้บริการสินค้า บารากุ บารากุไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวน้ำยาบารากุ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งตัว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค มาตรา ๕๖ ก็ได้กำหนดไว้ว่าใครฝ่าฝืนคำสั่งต้องได้รับโทษ ยังไม่พอนะครับ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็ได้กำหนดไว้ว่าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นสินค้า ต้องห้าม มาตรา ๒๔๒ นำเข้า ส่งออกโดยที่ไม่ผ่านศุลกากร หรือการเคลื่อนย้ายโดยที่ไม่ได้ รับอนุญาตจากตัวเจ้าหน้าที่ก็ถือว่ามีความผิด มาตรา ๒๔๖ กำหนดไว้ว่าผู้ขาย ซื้อ ครอบครอง ได้รับมาล้วนแล้วแต่มีความผิดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ถ้าเราจะพูดถึงข้อเท็จจริง ทางด้านกฎหมายแบบนี้เอาแค่เฉพาะตรงนี้เท่านั้นเท่ากับว่าไม่มีบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในประเทศไทย ใช่ไหมครับ แปลว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอยู่จริง และวันนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องมาคุยอะไรกัน แต่ผมอยากจะขอนำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลข้อเท็จจริงในเชิงสถิติที่ได้มีการสำรวจไว้ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ศรัญญา เบญจกุล อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขออนุญาตอ้างอิงถึงรายงานของท่านที่ได้สำรวจไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ เก็บข้อมูลจาก๘๔,๐๐๐ ครัวเรือนตัวอย่าง จำนวนทั้งสิ้น ๑๖๔,๔๐๖ คน โดยสำรวจจากประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป พบว่าจากปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ช่วงเวลา ๔ ปี มีอัตราผู้ใช้บุปรี่ไฟฟ้าสูงขึ้นถึง ๔,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๔,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นปริมาณที่ เยอะมาก ตอนแรกมี๑,๗๑๔ คน ตอนหลังมี ๗๘,๗๔๒ คน เราถึงต้องยอมรับความเป็นจริง กันได้แล้วว่ามันมีความต้องการบริโภคจริง ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้วครับ แต่ว่าเมื่อเราไม่มีกฎหมาย ในการควบคุมการใช้งาน และบวกกับการที่เราไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายในการห้ามนำเข้าได้ ทำให้การใช้งานบุหรี่ไฟฟ้านั้นเกลื่อนกลาดทั่วประเทศเราเต็มไปหมด ไม่ว่าท่านจะเดินไป มุมไหน อย่าว่าแต่วัยรุ่นเลยครับ คือไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร วัยเท่าไร ไม่ว่าท่านจะเดินไป มุมไหน ท่านก็จะสามารถพบได้ว่าคนเกาะกลุ่มกันดูดบุหรี่ไฟฟ้าปู๊น ๆ พ่นควันกันเป็น หัวรถจักรไอน้ำ เมื่อมันไม่มีกฎหมายมันเท่ากับว่าเราควบคุมมาตรฐานของตัวผลิตภัณฑ์ ตรงนี้ไม่ได้ และมันก็จะเป็นอันตรายต่อตัวผู้บริโภค เพราะว่ารายงานวิจัยต่าง ๆ นั้นก็ยังไม่ Conclusive ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้ว่าผลเสียระยะยาวที่มีต่อผู้บริโภคมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื่องจากตรงนี้มันเป็นสินค้าที่ใหม่อยู่ และผมอยากจะขออ้างอิงรายงานวิจัยอีก ๑ ข้อ ที่ทำโดยนักวิจัยจาก Johns Hopkins University ที่ได้สำรวจแล้วว่าน้ำยาของตัวบุหรี่ไฟฟ้า E-liquid หรือ E-juice ที่ใช้ในบุหรี่ไฟฟ้ามันมีส่วนประกอบของโลหะหนัก ได้แก่ นิกเกิล ตะกั่ว แมงกานีส โครเมียม และแคดเมียม ซึ่งเป็นสารพิษที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ในระดับที่สูง เราจึงจำเป็นที่จะต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยนั้นมีความต้องการ ในการใช้ ดูจากจำนวนสถิติที่มีคนใช้มากขึ้นพุ่งสูงขึ้นถึง ๔,๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราจึงจำเป็น ที่จะต้องมีกฎหมายควบคุมการใช้งานแบบเดียวกันกับที่บุหรี่จริงนั้นได้เคยมีมาตลอด เราต้องให้ความรู้ถึงคุณและโทษของตัวบุหรี่ไฟฟ้าแบบเดียวกันกับบุหรี่จริงที่ได้ทำมาเป็น สิบ ๆ ปีแล้ว ขนาดบุหรี่จริงนั้นถ้าเกิดจะขายบนซองยังต้อง Print ภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง ให้เราได้สะสมกันให้ครบทุกรูปแบบ แต่ ณ ตอนนี้บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการควบคุมอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น และมิหนำซ้ำ ณ ตอนนี้ก็ยังมีความเชื่อแบบแปลก ๆ ที่เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นอาจจะปลอดภัย กว่าตัวบุหรี่จริง เพราะว่าตัวบุหรี่ไฟฟ้ามีเปอร์เซ็นต์นิโคตินที่น้อยกว่าบุหรี่จริง แต่ผมเอง ก็อยากจะตั้งคำถามเหมือนกันว่าสมมุติว่าผมใช้น้ำปลาที่โซเดียมต่ำนี่ แต่อาหารมันเค็ม ไม่พอแล้วผมเหยาะมันเพิ่มสุดท้ายโซเดียมผมก็ได้เท่าเดิม แล้วมันมีประโยชน์อะไรต่อใคร นอกจากแค่ให้ตัวเองรู้สึกดีเฉย ๆ ว่าเรากำลังใช้น้ำปลาที่โซเดียมต่ำเฉย ๆ แต่สุดท้ายก็เติม จนโซเดียมมันก็เต็มอยู่ดี ผมเลยอยากจะเรียนท่านประธานว่ามันถึงเวลาแล้วที่กฎหมายของประเทศเราจะต้องไล่ตาม ความเป็นจริงของสังคมให้ทัน ด้วยการออกกฎหมายควบคุมกับความเป็นจริงที่มีคนไทยนั้น บริโภคใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันอยู่อย่างแพร่หลาย เราจำเป็นจะต้องให้ความรู้อย่างถูกต้อง เราจำเป็นที่จะต้องกำหนดพื้นที่ในการขาย อายุของผู้ที่สามารถซื้อได้ พื้นที่ที่สามารถสูบได้ เพื่อป้องกันให้ผู้อื่นที่ไม่ต้องการที่จะได้รับผลกระทบจากควันมือสองต้องได้รับผลกระทบ อะไรใด ๆ จากผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า และผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเองก็จะสามารถมีความรู้ในการที่จะ ตัดสินใจอย่างถูกต้องได้ว่าเขานั้นต้องการที่จะได้รับความเสี่ยงตรงนี้ไหม และทำอย่างไรดี เขาถึงจะได้รับความเสี่ยงในปริมาณที่ปลอดภัยและสามารถควบคุมได้ ก็คือใช้บุหรี่ไฟฟ้า อย่างมีความรู้ โดยที่ไม่ไปกระทบอะไรต่อผู้อื่น และให้มันมีผลดีต่อไปในระยะยาวครับ ขอบคุณมากครับ