ชัชวาล แจงวิกฤติเอลนีโญ ห่วงน้ำ-ราคาข้าวกระทบเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖

ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง หารือปัญหาการบริหารจัดการน้ำและราคาข้าวที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ขอนแก่น จากปัญหาภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญ พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นธรรม

นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ขอนแก่น

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและผลกระทบ จากปรากฏการณ์ El Nino และปัญหาภาวะภัยแล้ง ท่านประธานครับ ผมเป็นคนอีสานครับ เกิดอยู่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ครอบครัวผมเป็นพ่อค้าขายของคนธรรมดา จะพิเศษหน่อยคือลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องเกษตรกรคนอำเภอน้ำพองหรือคนอำเภอ ข้างเคียง เชื่อไหมว่าตั้งแต่ผมเกิดจะมีพี่น้องเกษตรกรมาเล่าให้ฟัง มาบ่นให้ฟังเกี่ยวกับปัญหา ที่พวกเขาต้องประสบพบเจอในแต่ละวัน ปัญหาที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดคืออะไรรู้ไหมครับ แม่ใหญ่หม่องเอ๊ยปีนี้ข้าวสิเป็นราคาบ่ ผมได้ยินคำถามแบบนี้ทุกวันครับ ซ้ำไปซ้ำมา ๆ แบบนี้ทุกปี จะเกิดเยอะหน่อย ก็คือในช่วงของฤดูเก็บเกี่ยว เพราะเราเข้าใจว่าวันสำคัญที่เป็นวันกำหนดอนาคตของพี่น้องเกษตรกรนั่นก็คือวันที่เขา ได้ขายพืชผลทางการเกษตรนั่นละครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเกษตรกรท่านหนึ่ง เขามาเล่า ให้ผมฟังเกี่ยวกับความยากลำบาก ความอัตคัดในฐานะที่เขาเป็นเกษตรกรคนปลูกข้าว เขาเล่าให้ฟังอย่างนี้ว่าบ้านทรายมูล ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง ปลูกข้าวได้ปีละ ๒ เทือ แต่ถ้าปีใด๋รัฐบาลบริหารจัดการราคาข้าวบ่ได้ เพิ่นสิปล่อยน้ำออกจากเขื่อนเพื่อบ่ให้มีน้ำ เพียงพอสำหรับการปลูกข้าวเทือที่ ๒ กะย้อนรัฐบาลวิตกกังวลว่าถ้าจัดการราคาข้าวบ่ได้ ปล่อยให้ปลูกแล้วเกษตรกรสิลุกฮือขึ้นมา ถ้าจั่งซั่นบ่ต้องปล่อยให้ปลูก บ่ต้องมีน้ำ มันกะสิได้ บ่ต้องมี Mob หัวใจของเกษตรกรเขายังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าเกษตรกรเขาบ่ได้เรียกร้อง อีหยังหลายเลย เขาขอแค่ว่าให้มันมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก สำหรับความสามารถ ของพวกเขาและที่สำคัญก็คือขอให้มันขายได้ราคาครับ ท่านประธานครับ นี่คือความอัดอั้น ตันใจของเกษตรกรท่านนี้ และผมเชื่อว่ายังมีพี่น้องเกษตรกรอีกเยอะแยะมากมายในพื้นที่ ที่เขาคิดว่าปัญหาและอุปสรรคที่มันปิดกั้นการเปิดฐานะของพวกเขามีอยู่ ๒ อย่างแค่นั้น นั่นก็คือ เรื่องแรก การบริหารจัดการเรื่องราคา อันที่ ๒ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญนั่นก็คือ การบริหารจัดการเรื่องน้ำ ยังมีพี่น้องเกษตรกรคนปลูกข้าวในเขตอำเภอน้ำพองและอำเภอซำสูง อีกมากมายที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ปล่อยลงสู่ลำน้ำพองแล้วผันเข้าสู่ ระบบชลประทาน ท่านประธานทราบไหมครับว่าพื้นที่ที่พี่น้องสามารถปลูกข้าวได้ปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ทุกวันนี้เขายังต้องผจญกับการคาดเดาอย่างยากลำบากเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ในเขื่อน ยกตัวอย่างเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก มีฝนตกชุก ฝนเยอะ น้ำเยอะ ก็ต้องมีการระบายน้ำออก พอระบายน้ำออกเยอะปรากฏว่า น้ำท่วมข้าวเสียหายเป็นหมื่น ๆ ไร่เลยนะครับ มิหนำซ้ำเงินเยียวยา เงินชดเชยต้องรอกัน ข้ามปี ตกมาปีนี้ฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง เขื่อนอุบลรัตน์ไม่มีน้ำ เกษตรกรทั้งหมดตั้งคำถามว่า น้ำที่อยู่ในเขื่อนที่มีเยอะแยะมันหายไปไหนหมดครับ เพราะฉะนั้นแล้วยิ่งสมัยปัจจุบันนี้ มาผจญกับปัญหาเรื่องของ El Nino El Nino นี่คือปรากฏการณ์ที่ไม่ได้ทำให้ฝนหายไปไหน เพียงแต่จากที่มันเคยตกกลายเป็นไม่ตกหรือตกน้อยลง ผมยกตัวอย่างจากสถานการณ์ ปัจจุบันนี้เลยก็ได้ครับ ๒ สัปดาห์ก่อนข้าวกำลังจะตายเพราะว่าไม่มีฝนเลย น้ำไม่มี เขื่อนอุบลรัตน์ก็ไม่สามารถปล่อยน้ำมาช่วยภาคการเกษตร สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ต้องออกประกาศว่าเกษตรกรท่านใดที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้น้ำในภาคการเกษตรต้องรอ น้ำจากฟ้า นั่นก็คือฝนนะครับ ปรากฏว่าเดชะบุญ ๑ สัปดาห์ให้หลังฝนตกลงมาห่าใหญ่เลย จากข้าวที่กำลังจะตายเพราะไม่มีน้ำ ตอนนี้กลายเป็นน้ำท่วมข้าว จากการประเมิน ความเสียหายล่าสุดของเกษตรอำเภอน้ำพอง คาดว่าข้าวจะได้รับผลกระทบประมาณ ร้อยละ ๒๐ ของพื้นที่ภาคการเกษตร พี่น้องเกษตรกรเลยฝากคำถามมาว่าถ้าหากวันนี้ เรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่ปัญหาภาวะภัยแล้งที่เกิดจากส่วนหนึ่งคือผลกระทบของ El Nino เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเรากำลังเตรียมมาตรการในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ได้ดีและมีประสิทธิภาพเพียงพอ หรือสุดท้ายเขายังต้องใช้ระบบเดิม ๆ จะทำไร่ ทำนา ทำสวนสักทีจะขอน้ำทีต้องไปนั่งแห่นางแมวเหมียว ๆ อย่างนี้หรือครับ เพื่อที่จะให้อาชีพ ของเกษตรกร อาชีพชาวนาเหล่านี้ได้อยู่รอดต่อไป ท่านประธานครับ บนความโชคร้ายที่เรา กำลังจะเผชิญกับปัญหาเรื่อง El Nino ยังมีข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรคนปลูกข้าว นั่นก็คือ ราคาขายข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นครับ ปี ๒๕๖๖ ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ภาพรวมของราคาข้าวพุ่งสูงขึ้น แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ ๑๐ ปี สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ Stock ข้าวทั่วโลก ลดน้อยลงไปเพราะเขาใช้ไปในช่วงโควิดที่ผ่านมา จากตัวเลขที่ผมมีนะครับ Stock ข้าวที่เป็น ข้าวสารจาก ๑๘๗ ล้านตัน ที่เป็นข้าวสารนะครับ น่าจะลดลงเหลือเพียงแค่ ๑๗๐ ล้านตัน ในช่วงต้นปีหน้า ประกอบกับความวิตกกังวลในเรื่องของความรุนแรงของภาวะโควิด หลาย ๆ ประเทศเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์อาหารภายในประเทศด้วยการลด การส่งออกแล้วมาเพิ่มการสำรองอาหารภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น เรื่องนี้หากฟังพอผิวเผิน เราจะเข้าใจว่าอาจจะเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกข้าวของพวกเราหรือเปล่า เพราะไม่ว่า จะเป็นข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวหอมมะลิ ล้วนแล้วแต่มีราคาพุ่งสูงขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม จากปัจจัยทั้งหมดที่ผมได้นำเรียนกับท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ หากเราไม่มีมาตรการรองรับ ที่ดีเพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางด้านอาหารภายในประเทศ เราเอง ๓ ระดับ

ผลกระทบแรก เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะพี่น้อง ที่มีรายได้น้อย จริงอยู่เมื่อข้าวราคาสูงขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้อง ที่มีรายได้น้อยแน่นอน ถึงแม้อันที่จริงแล้วสำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไปสัดส่วนตัวเลข การบริโภคข้าวและแป้งจะอยู่เพียงแค่ร้อยละ ๓.๗๔ แต่ตัวเลขนี้มันจะปรับเปลี่ยนขึ้นไปเป็น ร้อยละ ๕.๓๖ ทันทีถ้าเกิดเป็นพี่น้องที่มีรายได้น้อย หนำซ้ำถ้าเกิดราคาข้าวเพิ่มสูงขึ้น จะส่งให้กับข้าว อาหารสำเร็จที่พวกเขาต้องซื้อกลับมากินที่บ้านมีราคาสูงขึ้นไปด้วย

ผลกระทบที่ ๒ สมดุลของข้าวภายในประเทศ แน่นอนผลกระทบจากภาวะ El Nino นี้จะทำให้ผลผลิตข้าวภายในประเทศหายไปส่วนหนึ่ง ทำให้ตลาดข้าวภายในประเทศ เกิดการตึงตัว ราคาข้าวมันดีดตัวขึ้น และแน่นอนว่ามันย่อมส่งผลกระทบปลายทาง ต่อผู้บริโภคแน่นอน

ผลกระทบที่ ๓ ในเรื่องของสมดุลน้ำในเรื่องของการทำนาปรัง เนื่องจากว่า ราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเพิ่มมากขึ้น แต่ภาวะ El Nino นี้ จะทำให้ฝนตกน้อยลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นจะส่งผลกระทบทันทีต่อพี่น้องเกษตรกร ที่หมายมั้นปั้นมือว่าจะทำนาปรังในปีต่อ ๆ ไป ท่านประธานครับ ภาวะภัยแล้งมันทำให้ แหล่งน้ำธรรมชาติน้ำแห้งเหือดไปหมด แต่แหล่งน้ำแหล่งหนึ่งที่ไม่เคยแห้งหายไปไหน นั่นก็คือน้ำตาของพี่น้องเกษตรกร ผมอยากให้การลงมติของพวกเราวันนี้ที่พวกเราจะช่วยกัน สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสามารถสร้างโอกาสและลบรอยคราบน้ำตาให้กับ พี่น้องเกษตรกรคนที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินให้เขารู้สึกว่าพวกเขาได้รับการเอาใจใส่ช่วยเหลือ เฉกเช่นกับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนในประเทศนี้อย่างเท่าเทียมกัน ขอขอบคุณครับ