สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

นพพล เหลืองทองนารา หารือเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยขอฝากให้รัฐบาลควบคุมต้นทุนการผลิต พูดถึงตัวอย่างเรื่องปุ๋ยและน้ำ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ วันนี้ผมต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านสรวงศ์ เทียนทอง หรือว่าอีกหลาย ๆ ท่านที่ได้เสนอญัตติในเรื่องของราคา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ท่านครับ ผมเองเมื่อสมัยที่แล้วที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่นะครับ ตลอดระยะเวลา ๔ ปี น้อยครั้งมากที่ผมพยายามจะบอกรัฐบาลว่าคุณต้องไปทำราคาให้มันดี ราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ ๆ ให้ดีนะครับ ผมไม่ค่อยพูดสักเท่าไร แต่ผมจะเน้นหนักในเรื่องของต้นทุนการผลิตมากกว่า เหตุผล ก็เพราะผมเองเข้าใจทางรัฐบาล ว่าบางสิ่งบางอย่างเราไม่สามารถที่จะกำหนดด้วยตัวเราเอง อย่างข้าวเราส่งออกปีหนึ่ง ๗ ล้านตัน แต่ว่าความต้องการข้าวมันมากกว่านั้นหลายเท่า โลกใบนี้ทั้งใบมีการบริโภคข้าวปีหนึ่งประมาณ ๕๕๐ ล้านตัน แต่ว่าเราผลิตได้ปีหนึ่งตกแล้ว ๒๐ ล้านตันข้าวสารแค่นั้นเอง มันต่างกันเยอะ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจ ผมถึงไม่ได้บีบรัฐ เพียงแต่ว่าผมจะจ้ำจี้จ้ำไชมากในเรื่องของต้นทุนการผลิต เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาล สามารถจะควบคุมได้ จริงอยู่ว่าบางครั้งราคาของผลผลิตอาจจะไม่ดีก็จริง แต่ถ้ารัฐบาล สามารถที่จะควบคุมต้นทุนการผลิตให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดใด ทำให้ช่องว่างที่เขาจะได้กำไร พี่น้องจะได้ลืมตาอ้าปากขึ้นก็มี และมันเป็นความยั่งยืนด้วยซ้ำ ผมเชื่อมั่นในรัฐบาลใหม่ แต่น่าสงสารที่ว่าท่านเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่วัน เพิ่งได้โปรดเกล้าฯ ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อสภาด้วยซ้ำนะครับ แต่ก็มีหลายกลุ่ม หลายคน พูดถึงท่านว่ารอแล้ว ทำไมไม่ทำเสียที ผมก็สงสารท่าน แต่ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ พวกเราเองเราเข้าใจ ใครไม่ให้กำลังใจท่านนี่พวกเราในซีกของรัฐบาล พวกเราให้กำลังใจท่าน เพราะรู้ว่าท่านไม่ใช่เทวดา ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องมีขั้นตอน มีระยะเวลา ในเรื่องของต้นทุนการผลิตพูดถึงอย่างข้าวนี่นะครับ อย่างพืชที่หลาย ๆ ตัว แต่ผมจะขอ ยกตัวอย่างข้าวอย่าวเดียว ถ้าท่านเองสามารถที่จะควบคุมเรื่องปุ๋ย เมื่อฤดูการผลิตปีที่แล้ว ข้าวนะครับ ราคาข้าวอยู่แค่ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทต่อตัน แต่ว่าราคาปุ๋ยวิ่งขึ้นไปเกือบ ๑,๘๐๐ บาท แล้วพูดถึงมา ณ เวลานี้หลายท่านบอกว่าดีว่าปุ๋ยถูกลง ถูกลงใช่ ถ้านับจาก ๑,๗๐๐-๑,๘๐๐ บาท ถูกลงจริง แต่ว่าผมยังไม่เชื่อนะครับ ผมขอฝากท่านรัฐบาลใหม่ไว้เลย ผมยังไม่เชื่อว่าราคาปุ๋ยที่คงอยู่ตอนนี้มันจะมีราคาขายที่ขายกันอยู่ ๘๐๐-๙๐๐ บาท มันจะสมเหตุสมผล เพราะว่าสมัยก่อนจำได้ไหมครับ ราคาปุ๋ยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ราคาไม่เคย เคลื่อนไหวเลย จะเคลื่อนไหวก็ ๑๐-๒๐ บาท ๔๕๐ บาท ๔๘๐ บาทอะไรอยู่อย่างนั้น แต่อันนี้บางท่านก็บอกแล้วว่าฝนตกยังบวกไปอีก ๑๐๐ บาท มันเป็นไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะให้ทางรัฐบาล ซึ่งผมเชื่อมั่น แล้วก็พร้อมที่จะให้โอกาสท่าน แล้วก็พี่น้องเกษตรกรทั้งหลายก็พร้อมที่จะให้โอกาสกับท่านเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ขอให้ท่านได้ดูในเรื่องของปัจจัยทางด้านการผลิตที่เป็นต้นทุน ไม่ว่าจะเรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ย อย่างเรื่องน้ำผมขอยกตัวอย่างสักหน่อยเถอะครับ เมื่อวานนี้ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ริเวอร์ไซด์ จังหวัดพิษณุโลก ได้มีบริษัทที่ปรึกษาที่กรมชลประทานได้จ้างในการสำรวจ ในการศึกษา อาคารบังคับน้ำในลำน้ำน่านตั้งแต่ต้นน้ำ ก็คือตั้งแต่ตาน้ำที่จังหวัดน่านจนกระทั่งมาถึงที่ ปากน้ำโพ ที่บรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร ว่าสมควรจะต้องมีอาคาร บังคับน้ำก็คือเขื่อนที่ขวางลำน้ำไว้ตรงไหนบ้าง เพราะว่าตอนนี้ถ้าเราจะทำอ่างเก็บน้ำใหญ่ ๆ พื้นที่เหมาะสมไหม แล้วงบประมาณก็มีเยอะ ถ้าเราสร้างอาคารบังคับน้ำขวางไว้ อย่างเขื่อนสิริกิติ์ใต้เขื่อนสิริกิติ์มา ๑๕๖ กิโลเมตร ถึงจะมีเขื่อนนเรศวรอยู่ที่บ้านผม ที่พรหมพิราม แล้วหลังจากเขื่อนนเรศวรจนกระทั่งถึงเขื่อนเจ้าพระยาไม่มีที่ขวางกั้นลำน้ำไว้ เพื่อจะเก็บน้ำในลำน้ำ แต่เมื่อวานก็ได้ชี้ชัดกันไปว่า เราเองต้องการเขื่อนท้ายเมือง ที่อยู่บริเวณตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก อยู่ใต้จากเขื่อนนเรศวรที่อำเภอ พรหมพิรามไป ๕๖ กิโลเมตร สามารถจะเก็บน้ำในลำน้ำยามปกติได้ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งน้ำที่จะปล่อยเข้าคูคลองซ้ายขวาแล้วนี่นะครับ ในระบบชลประทานเดิมไม่ต้องทำใหม่ ได้อีกประมาณ ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวมแล้วเป็น ๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านครับ ๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ผมเคยเห็นต้นทุนกรมชลประทานได้ทำถ้าไปทำอ่างเก็บน้ำ ขนาดนั้นยังใช้แพงมากกว่าตัวอาคารบังคับน้ำที่อยู่ในลำน้ำน่านที่ได้มีการพูดถึงตรงนี้ที่ว่า เขื่อนท้ายเมือง ผมเองก็ขอฝากท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลด้วยในการที่จะดูแลในเรื่องของ ต้นทุนการผลิตในทุก ๆ พืชทางการเกษตร กราบขอบพระคุณครับ