กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือปัญหาราคาข้าวผันผวนและราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ชี้ว่าราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงภาวะชั่วคราวจากปัจจัยต่างประเทศ จึงเรียกร้องให้มีมาตรการระยะยาวเพื่อค้ำประกันรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางลดต้นทุนการผลิตผ่านการบริหารจัดการน้ำ พลังงานสะอาด และการสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เนื่องจากสามารถใช้กรรมาธิการสามัญและข้อเสนอจากสมาชิกเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้ทันที
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้เวลาผมได้ร่วมอภิปราย ในแนวทางในการแก้ไขปัญหา ป้องกันราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ เป็นอีกครั้งที่สภาแห่งนี้ ผมจำได้ว่าในสมัยที่แล้วญัตติแรก ๆ ที่เสนอเข้าสู่สภา ก็คือญัตติ เรื่องของการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำให้กับพี่น้องเกษตรกร และต้อง ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงสายเป็นต้นมานี่ผมได้นั่งฟังอยู่ ตั้งแต่เช้าก็เห็นปัญหาต่าง ๆ ที่ได้ช่วยกันสะท้อนกันเข้ามา เพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไข เรื่องของปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ประเด็นที่ผมอยากที่จะร่วมอภิปรายในวันนี้ ประเด็นเดียว คือสินค้าหลักที่เป็นสินค้าทางการเกษตรของประเทศไทย นั่นคือเรื่องของ ข้าวเปลือกครับ ราคาข้าวนั้นท่านประธานเองอาจจะสงสัยว่าตอนนี้ราคาข้าวนี่มันขยับขึ้นมา จากแต่เดิมนี่ราคาอยู่ที่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท จนวันนี้ราคาข้าวขาวอยู่ที่ประมาณ ๑๑,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวหอมปทุม วันนี้ราคาขยับเข้ามาอยู่ที่เกวียนละ ๑๑,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ กว่าบาท ราคาข้าวมันดีขึ้นแบบนี้แล้วมันจะมีปัญหาในเรื่องของ ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำอย่างไร ผมก็ต้องบอกแบบนี้ครับว่า ณ ปัจจุบันราคาข้าว ที่มันขยับขึ้นสูงนั้นมันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาครับ มันเป็นแค่สถานการณ์ระยะสั้น เพราะเกิดปัญหาในเรื่องของบางประเทศที่เขาจำกัดในเรื่องของการส่งออกข้าวสารออกไปสู่ ตลาดโลก มันทำให้ในฝั่งของปริมาณข้าวที่มีอยู่ในตลาดโลกนี่มันลดน้อยลง มันก็เลยทำให้ ราคาข้าวในประเทศไทยที่สามารถที่จะออกไปขายในต่างประเทศมันมีราคาที่สูงขึ้นได้ แต่ใครจะรู้ละครับว่าช่วงระยะเวลาแห่งความสุขของชาวนาตรงนี้นี่มันจะอยู่ได้กับพวกเรา อีกสักกี่วัน อีกสักกี่เดือน ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางปีนี้ราคาข้าวมันยังอยู่ที่เกวียนหนึ่ง แค่ประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท แต่ตอนนี้ขึ้นมายืนอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ต่อเกวียน ปัญหาที่อยากจะชี้ และอยากที่จะเสนอแนะต่อสภาแห่งนี้ก็คือว่าเราควรที่จะต้อง มาหามาตรการในการแก้ไขปัญหาระยะยาวเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในระยะยาว ไม่ใช่ใช้มาตรการของรัฐในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรระยะสั้น ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ผ่านมาเราทำอย่างไรครับ เวลาราคาข้าวตกต่ำเราก็ออกนโยบายครับ ตั้งแต่สมัย เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนก็มีนโยบายจำนำข้าว รอบที่ผ่านมาก็มีนโยบายประกันรายได้ แต่เสร็จ จากการประกันรายได้ไปแล้ว เสร็จจากโครงการจำนำข้าวแล้ว ราคาข้าวมันก็กลับมา ตกต่ำแบบเดิม เมื่อไรก็ตามที่รัฐบาลชักเอาฟืนออกจากไฟไฟมันก็มอดลงครับ ราคาข้าว มันก็กลับมาสู่ที่เดิม ดังนั้นอยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาจากทางรัฐบาลที่เป็นรูปธรรม ที่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้ การแก้ไขปัญหานั้นได้ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก พูดกันมา ผมจะเอาประเด็นที่ไม่ซ้ำนะครับ
ประเด็นแรก คือเรื่องของการควบคุมต้นทุนในการผลิตจะทำอย่างไรที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนในการผลิตให้กับเขา และต้องยอมรับว่าต้นทุน ในการผลิตที่ผ่านมามันสูงขึ้นมากจริง ๆ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ ค่าวิดน้ำเข้านา เป็นภาระของพี่น้องเกษตรกรทั้งนั้นละครับ อยากจะเห็นมาตรการในการช่วยพี่น้องเกษตรกร ในการลดต้นทุนในการผลิต ผมเสนออยู่ ๒ เรื่อง
๑. เรื่องน้ำ ถ้ามีน้ำ มีนา มีเงิน พี่น้องเกษตรกรก็มีความสุขครับ วันนี้ในหลาย พื้นที่เป็นเรื่องแปลก ผมยกตัวอย่างในจังหวัดอ่างทองบ้านผม ท่านประธานทราบไหมครับ ในบางปีช่วงปลายปีกันยายน-ตุลาคม พี่น้องเจอกับปัญหาเรื่องของน้ำท่วม กลางปีมีนาคม เมษายน พฤษภาคม เจอกับปัญหาภัยแล้ง ปลายปีกันยายน ตุลาคม น้ำท่วมอีกแล้ว ในช่วง ปีหนึ่งที่ผ่านบางทีมีทั้งท่วม มีทั้งแล้ง เกิดขึ้นในปีเดียวกัน เพราะเราไม่มีแหล่งในการเก็บน้ำที่ดี เราไม่มีแหล่งในการเก็บน้ำลงไปอยู่ใต้ดิน เพื่อที่จะทำธนาคารน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรที่จะ สามารถเอาน้ำขึ้นมาเพื่อทำการเกษตรได้นะครับ ดังนั้นอยากที่จะเสนอและเสนอเป็นแนวทาง นโยบายของรัฐบาลนะครับ เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะหาแหล่งน้ำใช้ขนาดเล็กที่จะกระจายไป ให้แก่พี่น้องเกษตรกรเขารวมกลุ่มกัน กลุ่มหนึ่ง ๒๐-๓๐ คน เพื่อที่จะรวมพื้นที่ให้ได้ประมาณ ๔๐-๕๐ ไร่ แล้วก็เจาะบ่อ เพื่อที่จะเอาบ่อน้ำขนาดเล็กตรงนี้ขึ้นมาเพื่อทำการเกษตรให้กับ พี่น้อง เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันไปแล้วครับ เราก็สามารถที่จะใช้บ่อน้ำที่ใช้แสง Solar Cell เพื่อที่จะประหยัดเรื่องของค่าพลังงานให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ด้วย
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของค่าปุ๋ย ค่ายา ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลบอกว่า จะช่วยเหลือลดต้นทุนในการผลิตให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ทำนาด้วยการให้เงินให้เปล่าครับ ช่วยเหลือเขาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งตรงนี้กลายมาเป็นสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรเขาเอาไปใช้ในการลดต้นทุนในยามที่น้ำมัน ในยามที่ปุ๋ยมีราคาแพง พี่น้องเกษตรกรก็ฝากถามมาครับว่านโยบายในการช่วยเหลือต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะมีให้เขา เพื่อลดต้นทุนในการผลิตให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือไม่
ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมไม่รบกวนเวลาของสภามากนะครับ ผมหวังว่า อยากที่จะเห็นการแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถที่จะแก้ไขได้จริง และสำหรับข้อเสนอที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะ มาศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ ผมคิดว่าคงไม่มีความจำเป็น เพราะคณะกรรมาธิการสามัญของสภาแห่งนี้ ก็มีอยู่แล้ว และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกให้มาผมก็คิดว่ามีประโยชน์ที่จะนำไปเป็น แนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลได้อยู่แล้ว กราบขอบคุณท่านประธานครับ