คมกฤช ตันตระวาณิชย์ ชี้แจงประเด็นการจัดการค่าไฟฟ้า การคำนวณตามกฎหมาย และกลไกร้องเรียน พร้อมเน้นการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟในโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐ รวมถึงการปรับแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงพลังงานในระยะยาว การสำรวจน้ำมันและก๊าซเพิ่มเติม การนำเข้า LNG และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเงินประกันค่าไฟฟ้าที่ยังคงเหลืออยู่ การใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล การประชาสัมพันธ์ค่าไฟผ่านสื่อต่าง ๆ การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติที่ลดลง และการปรับกฎเกณฑ์ภายใต้นโยบายการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ โดยย้ำว่าเงินคงเหลือบางส่วนเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี หลังมีการโอนคืนกระทรวงการคลังไปแล้วส่วนใหญ่
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงเป็นประเด็น ๆ ไป ด้วยความรวดเร็วนะครับ
อันแรก เรื่องของ Bill ค่าไฟ ต้องเรียนว่ากลไกตาม พ.ร.บ. เรามีคณะกรรมการ ผู้ใช้พลังงานประจำเขตคอยดูแลตัวนี้อยู่แล้ว สำหรับท่านใดที่ Bill ค่าไฟไม่ตรง และมีประเด็น คุยกับการไฟฟ้าแล้วมีปัญหาสามารถเอาไปที่คณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต เขาจะตั้ง กรรมการขึ้นมาดูแลเกี่ยวกับการไฟฟ้าแล้วเกิดมีปัญหาถ้าไม่สำเร็จก็จะอุทธรณ์มาที่ กกพ. ก็มีขั้นตอนตามกฎหมายดำเนินการได้อยู่ครับ
ส่วนเรื่องของหลักเกณฑ์ในการคิดค่าไฟตามมาตรา ๖๐ กว่า อันนี้คือ เป็นหลักเกณฑ์การคิดค่าไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นค่า Ft หรืออะไรต่าง ๆ เราจะมีสูตรประกาศ ลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็มีรายละเอียดต่าง ๆ ส่วนตัวแปรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าน้ำมัน ค่าอะไรต่าง ๆ เราจะใช้ตัวเลขอยู่ในเรื่องการรับฟังความเห็น จะมีค่าตัวแปรต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นไป ตาม พ.ร.บ. ทั้งหมดก็คือมีสูตร มีหลักเกณฑ์ แล้วก็มีตัวแปรต่าง ๆ ตามรอบการคิด Ft แต่ละรอบ แต่เรื่อง Bill ค่าไฟไม่ได้เป็นสูตร เป็นการคำนวณธรรมดา เอาหน่วยคูณกับราคา แล้วก็บวกภาษีบวกอะไรต่าง ๆ เราไม่ได้มีกำหนดเป็นสูตรครับ
เรื่องของการอุดหนุนพลังงานหมุนเวียน เราก็มีตามมาตรา ๙๗ (๔) ที่เราอุดหนุน พวกโรงเรียน โรงพยาบาล คือจริง ๆ ต้องเรียนว่าที่เราให้โรงเรียน โรงพยาบาล ตามมาตรา ๙๗ (๔) ก็คือว่า ๒ ประเภทนี้เป็นประเภทที่ใช้ไฟค่อนข้างเยอะ และใช้ไฟคุ้มค่า การติด Solar บนหลังคาจะให้ไฟฟ้าตอนกลางวัน โรงพยาบาลจะใช้ไฟ ๒๔ ชั่วโมง โรงเรียนก็ใช้ไฟ เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเราก็เลยสนับสนุนการติดโซลาร์ โดยให้เงินกองทุนนี้ไปกับ โรงเรียน โรงพยาบาลของภาครัฐที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของ กทม. เราก็ให้ โรงพยาบาลของสาธารณสุขต่าง ๆ เราให้มาตามลำดับ ต้องเรียนว่ามาตรา ๙๗ (๔) นี่มีจำนวนจำกัด เพราะฉะนั้นเราก็พยายามทำในสิ่งที่มันเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าก่อน ก็คือทางโรงเรียน โรงพยาบาล ก็เป็นการ Promote ของเราด้วย เพราะว่าการเอาให้ทุน ไปติดตั้งโซลาร์ ก็จะมีชื่อสำนักงาน กกพ. แล้วก็เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หรือว่าคนที่ผ่านไป ผ่านมาก็สามารถที่จะดูรายละเอียด เป็นการ Promote ว่ามีการใช้โซลาร์ในโรงเรียน โรงพยาบาล ส่วนใหญ่ทุกหน่วยที่เป็นของรัฐเราพยาบาลทยอยให้กันไปครับ
ส่วนในเรื่องของการให้โซลาร์ ไม่ว่าจะโซลาร์ ไปติดที่แม่ฮ่องสอน อันนี้เข้าใจว่า ไม่ได้เป็นกองทุนของเรานะครับ น่าจะเป็นกองทุนของคนอื่น ส่วนของเราส่วนใหญ่จะให้ไป เรื่องของโรงเรียนกับโรงพยาบาลเสียเป็นหลัก สำหรับมาตรา ๙๗ (๔) อันอื่นเราไม่ค่อยได้ สนับสนุนเท่าไร เพราะว่ามันเป็นเรื่องของความยั่งยืนด้วย เพราะว่าหลาย ๆ ที่เราเห็นว่า มันไม่มีคนดูแล แต่ละโรงเรียน โรงพยาบาลเราตั้งงบประมาณให้บำรุงรักษาต่าง ๆ เป็นรายปี ให้ด้วย ก็คือติดแล้วก็คงไม่เห็นเป็นซาก ก็คือจะมีการบำรุงรักษาอยู่ตลอดครับ
ส่วนเรื่องค่า ๘๐ สตางค์ ต้องเรียนว่า ๘๐ สตางค์นี้เป็นค่าก่อสร้าง แล้วก็ เป็นค่าบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ใน ๘๐ สตางค์นี้มันมีโรงเดินด้วย แล้วก็โรงที่อาจจะเดินน้อย หรือโรงที่เป็น Standby อยู่บางส่วน ซึ่งแบบที่ผมเรียนในรอบแรกโรงพวกนี้มันก็มีการใช้ ไฟฟ้าในช่วงที่เป็น Peak Load ซึ่ง Peak Load ถ้าเราไปอยู่ในระบบ Power Pool มันจะ แพงมาก แต่โรงพวกอยู่ในระบบของเราคือจะราคาเท่าเดิมกับใน Base Load อันนี้เป็นส่วน ของโครงสร้างที่เป็นปัจจุบันอยู่ แล้วก็ส่วนหลาย ๆ โรงแบบที่ผมเรียนยังมีโรงไฟฟ้าน้ำมันเตา อย่างเช่นกระบี่ มันก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้เวลา เวลาที่เกิดมีพายุเข้าที่อ่าวไทยไม่สามารถ ที่จะผลิตไฟฟ้าด้วยแก๊สได้ก็จะมีโรงประเภทนี้กระจายอยู่ อย่างโรงกระบี่ โรงที่ราชบุรี ใช้น้ำมันเตา โรงไฟฟ้าบางปะกงที่ใช้น้ำมัน ใช้แก๊ส ใช้น้ำมันเตาด้วย ซึ่งพวกนี้เวลามีปัญหา จำเป็น ๆ ที่เกิดปัญหาเรื่องขาดแคลนแก๊สโรงพวกนี้ก็ได้นำมาใช้เพื่อรักษาความมั่นคง ให้ระบบ
สำหรับเรื่องของโรงไฟฟ้าขยะ เราก็ได้ตอบไปแล้วในภาคแรก
เรื่องของเงินประกันค่าไฟฟ้าปัจจุบันเหลืออยู่ ๑๖,๙๒๘ ล้านบาท ก็ต้องเรียนว่า เงินประกันราคาไฟฟ้านี่เราด้วยความสมัครใจว่าใครอยากจะมารับคืนก็คืนได้ ในส่วนที่ ตกค้างอยู่ก็คือเป็นคนที่ไม่ได้มารับคืน ที่ไม่ประสงค์จะคืน อย่างของผมเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นอยู่ ก็คือยังไม่ได้รับคืนก็ปล่อยให้อยู่ที่การไฟฟ้า แล้วก็อาจจะมีบางคนก็คืออาจจะเปลี่ยนชื่อ คนใช้ไฟ มีการขายบ้าน ขายอะไรต่าง ๆ ก็ต้องไปเอาหลักฐานมาประกอบ เพราะว่า ตามกฎหมายเงินตัวนี้มันวางโดยคนที่ขอคนแรกก็ต้องมีการมอบอำนาจมอบอะไรให้ชัดเจน แล้วก็ไปขอคืนที่การไฟฟ้า การไฟฟ้าก็ให้คืนตลอด เก็บเงินตัวนี้ไว้ตลอด แล้วก็มีดอกเบี้ย มีอะไรต่าง ๆ ตาม Rate ที่การไฟฟ้ากำหนด ถ้าเกิดว่าเอาคือช้าก็จะได้ดอกเบี้ยไปตามที่ กำหนด
เรื่องของกำลังผลิตเกิน อันนี้ผมต้องขออนุญาตเรียนว่ากำลังผลิตเกินไม่เกิน อันนี้อยู่ที่วิธีคิดและอยู่ที่แผน PDP อยู่ที่เรื่องของความมั่นคง ก็เข้าใจว่าทางกระทรวง พลังงานเองก็มีนโยบายที่จะปรับแผน PDP อยู่แล้ว อันนี้ก็ขออนุญาตให้เป็นส่วนของ กระทรวงพลังงานในการปรับแผนดีกว่า เพราะว่าเวลาปรับแผนเขาจะดูเรื่องความมั่นคง ดูเรื่องของการใช้พลังงานหมุนเวียน ดูเรื่องของภาพรวมโครงข่ายพลังงาน โครงข่ายแก๊สต่าง ๆ ให้เกิดความมั่นคงโดยรวม รวมทั้งเรื่องของปัญหาคุณภาพบริการ ความถี่ไฟฟ้าตกดับต่าง ๆ ด้วย ก็อยากจะเอาตัวนี้ไปรวมอยู่ในการพิจารณาปรับแผนของกระทรวงพลังงาน
เรื่องของการตัดไฟ อันนี้ก็ต้องเรียนว่าเราจะขอกำชับไปที่การไฟฟ้า อย่างเรื่อง ผู้ป่วยติดเตียงอะไรต่าง ๆ ก็อาจจะให้มีเวลาหรือมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าในเรื่องของการตัดไฟ ถ้ามีประเด็นอะไรเดี๋ยวขออนุญาตไปกำชับการไฟฟ้า เข้าใจว่าปัจจุบันนี้ก็มีการแจ้งเตือน อยู่ระดับหนึ่งก่อนที่จะตัดไฟ
เรื่องของภาวะขาดแคลนพลังงาน การแจ้งเตือน แล้วก็ราคา ต้องเรียนว่า พลังงานในบ้านเรานับวันทรัพยากรธรรมชาติที่เราใช้อยู่ก็จะหมดลงไปเรื่อย ไม่ว่าจะเป็น แก๊สธรรมชาติอะไรต่าง ๆ เราก็พยายามประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าขอให้สำรวจ หรือขุดเจาะแก๊สต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อที่จะดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของด้านพลังงาน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของการนำเข้า LNG ซึ่งในอนาคตก็คงจะต้องมี LNG มากขึ้น แล้วก็ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้ LNG อย่างในเรื่องของโครงข่ายแก๊สธรรมชาติ แล้วก็เรื่องของ Terminal ต่าง ๆ ไว้รองรับการใช้ LNG อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะว่า แก๊สธรรมชาติน่าจะเป็นเชื้อเพลิงที่ปลดปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุดในจำพวกเชื้อเพลิงหลักอื่น ๆ แต่อีกอันหนึ่งนะครับ อันนี้ก็อยากจะขอให้เป็นเรื่องของการปรับภาพรวมของนโยบาย พลังงาน ซึ่งผมเรียนว่าทุกอย่างมันคงต้องสอดคล้องกัน
เรื่องของกองทุนที่เมื่อสักครู่บอกว่ามีการใช้เงินกองทุน มาตรา ๙๗ (๑) อันนี้ ก็คือเรื่องของการที่นำเงิน อย่างที่เรียนมาแล้วว่าการไฟฟ้านครหลวงจะมีผลตอบแทนที่ดีกว่า จะมีกำไรที่ดีกว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพราะว่าโครงข่ายการไฟฟ้านครหลวงอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วก็มีผู้ใช้ไฟค่อนข้างหนาแน่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเดินไฟไปค่อนข้างยาวแล้วก็มีต้นทุน ที่สูงกว่า อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ มาตรา ๙๗ (๑) ดำเนินการก็คือนำเงินตัวนี้ไปสนับสนุน ให้ผู้ที่อยู่ห่างไกลมีไฟฟ้าใช้ แต่เนื่องจากว่าเงินจำนวนนี้มีจำนวนจำกัด เพราะฉะนั้นเขาก็จะให้ได้ในรอบ ๑ ปีก็จะมีเงิน จำนวนจำกัดคอยเฉลี่ยกระจายไป แล้วก็มี (๔) เป็นเรื่องส่งเสริมให้ตระหนักรู้เรื่องพลังงาน หมุนเวียน (๕) ประชาสัมพันธ์ (๓) เป็นเรื่องของกองทุนในพื้นที่ ก็อยากจะเรียนชี้แจงนิดหนึ่งว่า แต่ละวงเล็บก็มีความสำคัญหรือการใช้งานไม่เหมือนกัน
อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องค่าภาคหลวงหลุมก๊าซ อันนี้ก็ต้องเรียนว่าทาง กกพ. ไม่ได้ดูก๊าซธรรมชาติเรื่องค่าภาคหลวง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า อันนี้ก็เป็นนโยบายของทางรัฐบาลที่จะมีการสนับสนุนให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทางเราเองก็ได้สนับสนุนและคุยกับการไฟฟ้าว่าใครที่มียานยนต์ไฟฟ้าที่บ้านอาจจะให้ช่วย เพิ่มมิเตอร์อีก ๑ ตัว เพื่อที่จะ TOU Rate แล้วก็ให้ไปใช้ Charge ไฟในช่วงที่เป็นไฟ Off Peak อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้ทางบ้านได้ใช้ไฟ แล้วก็ใช้ไฟอยู่ในกลุ่มที่อยู่ในช่วง Off Peak ส่วนในเรื่องของสถานี Charge สาธารณะ ซึ่งในเบื้องต้นเราก็ทราบปัญหาว่า เวลาเอารถไฟฟ้าไปวิ่งระหว่างทางไปต่างจังหวัดไกล ๆ หาสถานี Charge ไม่ได้เพราะว่า มันต้องเป็น Quick Charge และ Quick Charge นี้จะกินไฟค่อนข้างสูงทำให้เกิด Demand Charge สถานีอาจจะไม่ค่อยกำไรเพราะจะมีจำนวนรถน้อย ในระยะแรกเราก็พยายาม ปรับปรุง Rate ก็เหมือนกับต่างประเทศก็คือในระยะแรก ๆ ที่มาของรถ EV เราก็จะให้อัตรา ที่ต่ำกว่าเพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีคนใช้รถ EV มากขึ้น แล้วก็สามารถนำไปใช้ที่ต่างจังหวัดได้
ส่วนเรื่องประชาสัมพันธ์ค่าไฟก็พยายามประชาสัมพันธ์ทุกรอบ การคิดค่า Ft พยายามชี้แจงทางสื่อ ทางอะไรต่าง ๆ แล้วก็ระยะหลัง ๆ เราก็พยายามที่จะกระจายไป ที่สำนักงานเขตให้ชี้แจงในพื้นที่อะไรต่าง ๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แล้วก็มีการ Live สด ออกทาง Facebook เผื่อท่านใดสนใจก็เข้ามารับฟังได้
เรื่องก๊าซธรรมชาติที่เมื่อสักครู่มีถาม อันนี้เราตระหนักดีว่าก๊าซธรรมชาติ ในอ่าวไทยนับวันก็จะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ก็สอดคล้องกับทางนโยบาย เข้าใจว่าทางนโยบาย ก็คงทราบในเรื่องนี้ดี ถึงจะมีการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติมาก่อนเลยเพื่อให้มีคนซื้อแก๊สมา หลายราย แล้วจะได้มีการเปรียบเทียบซึ่งกันและกันว่าใครซื้อถูกซื้อแพง อันนี้ทาง กกพ. เอง ก็พยายามปรับกฎกติกาให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่มีเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ เปิดไปแล้ว ระยะที่ ๑ มีปัญหาอุปสรรคใดก็มีระยะที่ ๒ ต่าง ๆ ก็มีการปรับปรุงมาตามลำดับ
ส่วนอีกอันหนึ่งคือยอดเงินคงเหลือ อันนั้นเป็นยอดตัวเลขเฉย ๆ เพราะเข้าใจว่า ในบัญชีมันมีรวมทั้งเงินกองทุน มาตรา ๙๗ (๑) ที่เป็นการโอนถ่ายระหว่างการไฟฟ้าด้วย อันนั้นเป็นตัวเลขที่คิดทางบัญชี ตัวเลขเงินจริง ๆ ไม่เหลือขนาดนั้น แล้วเป็นตัวเลขที่ผมแจ้งไปว่า เหลืออยู่เท่าไร ๔๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๕๐๐ ล้านบาทที่คืนไปที่กระทรวงการคลังแล้ว โดยสรุปก็มีชี้แจงประมาณนี้ครับ