มานพ คีรีภูวดล ตั้งคำถามถึงบทบาทและความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พร้อมแสดงความกังวลต่อการขึ้นราคาค่าไฟฟ้า การผูกขาดของผู้ผลิตพลังงาน และการไม่ส่งเสริมพลังงานทางเลือก รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาอิสระภาพของกรรมการและข้อจำกัดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนบทบาทการกำกับดูแลพลังงานอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมขออนุญาตอภิปรายรายงาน ของ กกพ. หรือคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ท่านประธานครับ คณะกรรมการชุดนี้ เกิดขึ้นมา คลอดออกมาภายใต้ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน ปี ๒๕๕๐ ในหมวด ๒ ส่วนที่ ๑ มาตรา ๑๐ ซึ่งมีภารกิจที่ชัดเจน คือ ๑๘ ข้อ ๑๘ อนุนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการมีคณะกรรมการชุดนี้ภายใต้ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน ปี ๒๕๕๐ นี้ มันมีความคาดหวังอยู่ ๒ ประการท่านประธานครับ
ประการแรก เราคาดหวังว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นตัวแทน จะเป็น กรรมการผู้ที่จะปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำมัน แก๊ส หรือพลังงานอื่น หรือออกแบบแนวทาง พลังงานที่มันเหมาะสมและสมดุลท่านประธานครับ
ประการที่ ๒ เราคาดหวังว่ากรรมการชุดนี้ท่านจะกำกับระบบพลังงาน ในประเทศนี้ให้มันมีความสมดุลและเป็นธรรม ทั้ง ๑๘ ข้อ ในหน้าที่ของท่านตามมาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. นี้ ผมคิดว่ามันมีความคาดหวังแค่ ๒ ข้อนี้ อันนี้คือประเด็นสำคัญ ท่านประธานครับ ทีนี้คำถามที่ประชาชนเขาฝากถามผมจะไม่ลงรายละเอียด เพราะว่าภารกิจที่อยู่ในรายงาน ผมคิดว่ามันเป็นภารกิจปลีกย่อยมันไปทำที่มันไม่ใช่เป็นภารกิจหลัก ประชาชนถามอย่างนี้ ท่านประธานครับ อันนี้ฝากถึงคณะกรรมการทั้ง ๗ รวมถึงองค์กรเลขาธิการ ลำดับการทำงาน ในองค์กรของท่าน ประชาชนถามว่ากำกับพลังงานอย่างไร กำกับอย่างไรครับ ค่าไฟฟ้า แพงขึ้น ๆ อย่างนี้ครับ อันนี้คือประเด็นสำคัญ ถ้าเอาตามมาตรา ๑๐ ใน พ.ร.บ. นี้ ท่านจะต้องรักษา ๒ ความคาดหวังของ พ.ร.บ. นี้ที่พี่น้องประชาชนเขามีจินตนาการว่า ท่านจะต้องทำเรื่องนี้ ทำอย่างไรให้พิทักษ์สิทธิผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของ พลังงาน ท่านจะเป็นกรรมการในการดูแลว่าใครจะบริหารจัดการพลังงานที่มันสมดุล และเป็นธรรม ๒ ข้อนี้นะครับ คำถามของพี่น้องประชาชนบอกว่า บริหารจัดการอย่างไร ทำไมแพงขึ้น
คำถามที่ ๒ ก็คือว่าสัดส่วนพลังงานสำรอง ทำไมเยอะเกินไป บางข้อมูล บอกว่าเกิน ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วเรามีความจำเป็น ขนาดไหนที่จะต้องมีการสำรองพลังงานขนาดนี้ อันนี้คำถามของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญ ก็คือว่าการที่จะต้องกำกับว่าใครจะเป็นผู้เล่นพลังงานนี้
คำถามของพี่น้องประชาชนในข้อ ๓ ถามว่าทำไมเวลาอนุญาตให้ผู้ประกอบการ ในการผลิตพลังงานเพื่อไปขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขายให้กับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบและมาขายให้ประชาชน ที่ประชาชนจะต้องจ่ายค่าไฟแพง ๆ ทำไมมันซ้ำหน้ากัน ทำไมเป็นเดิม ๆ ทำไมไม่พูดถึงหลักการกระจายอำนาจ ทำไมไม่พูดถึงเรื่องพลังงานทางเลือก ที่ประชาชนบอกว่าเรามีครัวเรือนประมาณ ๒๒ ล้านครัวเรือน ทุกหลังคาเรือนสามารถ ผลิตไฟฟ้าได้ ทำไมนโยบายเหล่านี้มันไม่เกิด อันนี้คือ ๓ ข้อที่ประชาชนเขาถามมาครับ
ทีนี้สำคัญที่สุดครับท่านประธาน คำถามก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้มันเป็น การสนทนาธรรม ท่านอาจจะมีความอึดอัด ท่านอาจจะมีความไม่สบายใจ ท่านอาจจะมี ข้อจำกัด พ.ร.บ. ที่ให้อำนาจท่านในมาตรา ๑๐ ในหมวด ๒ ว่าจริง ๆ แล้วกรรมการไม่มี อิสรภาพในการทำงานเลย จริง ๆ แล้วกรรมการมีมีด มีดาบ มีอาวุธ แต่ออกใช้ไม่ได้เลย จริงหรือเปล่าครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าต้องมาคุยกันแบบตรงไปตรงมา ต้องมาพูดต่อที่ประชุม สภาแห่งนี้ว่าในบทบาทของผู้แทนราษฎร ในบทบาทของผู้แทนประชาชนว่าที่จะทำหน้าที่ ในการตรวจสอบและเสนอแนะ ช่วยดู การแก้กฎหมายก็แก้ตรงนี้นะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องความจำเป็น เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมคิดว่าความคาดหวังของพี่น้อง ประชาชน ๒ ข้อว่าท่านจะเป็นผู้ปกป้องสิทธิด้านพลังงาน ซึ่งไม่เกิดความเป็นจริงเลย ท่านจะเป็นผู้กำกับระบบพลังงานที่มีความสมดุลและเป็นธรรม ซึ่งปรากฏการณ์ที่ผ่านมา เราก็เห็นว่าใครคือคนที่ได้สิทธิและสร้างพลังงานและขายให้พวกเรา และพวกเราต้องจ่ายเงิน ค่าแพง ๆ ออกมา เพราะฉะนั้นผมต้องคิดว่าท่านต้องมาพูดความเป็นจริงเลยว่าเครื่องมือ ที่มีอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. นี้ มาตรา ๑๐ มันใช้ได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ก็เสนอมาครับ ผมคิดว่า ต้องคุยกันอย่างนี้ประเทศชาติถึงจะเดินได้ ทีนี้ข้อสงสัยของผมว่าทำไมมันกำกับไม่ได้ มันออกฤทธิ์ไม่ได้จริง ๆ ผมไปดูในมาตรา ๑๗ ในกฎหมาย เขาบอกว่ากรรมการ ดำรงตำแหน่ง ๖ ปี อันนี้มาตามกระบวนการนะครับ ซึ่งกรรมการนี้มาอย่างไร มาตาม มาตรา ๑๔ นะครับ รัฐมนตรีจะต้องแต่งตั้งให้มีคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการสรรหา จะต้องเป็นความเห็นชอบของ ครม. ผมก็กลับไปดูว่ากรรมการกำกับพลังงานชุดนี้ ๗ คน ที่อยู่ในเอกสาร ผมคิดว่าท่านไม่ได้มาโดยปกติตาม พ.ร.บ. ในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๕ ท่านมาตามคำสั่ง คสช. มาตรา ๔๔ ในปี ๒๕๖๒ คือจริง ๆ แล้ว คสช. หมดไปแล้ว ผมคิดว่าท่านก็น่าจะหมดวาระ แต่ถ้ายึดโยงกับประเด็นนี้ หมายความว่าท่านก็ต้องอยู่ ๖ ปี ท่านก็อยู่มา ๔ ปี ก็ได้อีก ๒ ปี เหตุผลเหล่านี้หรือเปล่าครับ ท่านไม่สามารถจะมีอิสรภาพ ในการที่จะกำกับควบคุมทิศทางพลังงานที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและพี่น้อง ประชาชน เหตุผลนี้หรือเปล่าครับที่ท่านไม่สามารถที่จะใช้เครื่องมือในการกำกับ หรือว่า มีผู้กำกับที่เรามองไม่เห็น ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องพูดความจริง ท่านประธานครับ
ประเด็นสุดท้าย ผมก็ได้ยินข่าวมาว่ามีองค์กรอิสระ หรือมีองค์กร หลายองค์กรที่มีค่าตอบแทนหลาย ๆ แสน ผมคิดว่าอันนี้เป็นเหตุผลหรือเปล่าครับ ที่ท่านไม่สามารถที่จะใช้ฤทธิ์เดชตาม พ.ร.บ. นี้เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องผลประโยชน์หรือค่าตอบแทน หรือผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่ อันนี้เป็นคำถาม ที่พี่น้องประชาชนฝากถามมาครับ ขอบคุณมากครับ