นิคม บุญวิเศษ หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านยาเสพติด เศรษฐกิจ สื่อลามก และความบกพร่องของระบบการศึกษา พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขทั้งในด้านการป้องกันและลงโทษ โดยเสนอให้พิจารณาใช้โทษประหารชีวิตกับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะในคดีข่มขืน ควบคู่กับการปฏิรูปการศึกษาเพื่อปลูกฝังศีลธรรม และเน้นย้ำความจำเป็นในการบูรณาการการต่อสู้กับยาเสพติดอย่างเข้มงวด พร้อมการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการดูแลเยาวชนเพื่อป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขอรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ตามมาตรา ๑๗ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้นั่งฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ทุกท่านอภิปรายผมก็คิดว่าน่าจะครบถ้วน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ยินในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเราจะแก้ไขอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องที่เป็นเรื่องจริงจะเล่าหลังจากที่อภิปรายในช่วงสุดท้าย ผมทราบดีว่าการกระทำรุนแรงมาจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะยาเสพติด หรือเรื่องเศรษฐกิจ ของครอบครัว เนื่องจากพ่อแม่ต้องดิ้นรนรับจ้างหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แล้วทิ้งลูกไว้กับ ญาติพี่น้อง ทิ้งลูกไว้กับตายาย ด้วยสังคมเรามันแออัดโดยเฉพาะในเมือง เพราะสถิติที่อ่านนี้ กรุงเทพมหานครในภาคกลางสถิติมากที่สุด นั่นหมายถึงว่าแหล่งที่มันมีคนแออัดนี่ละครับ มันสามารถที่จะเกิดเรื่องนี้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะปัจจุบันนี้คนเราขาดศีลธรรมท่านประธาน ด้านการศึกษาเช่นกัน เราไม่มีวิชาศีลธรรม การยับยั้งชั่งใจต่าง ๆ สมัยนี้มันไม่ค่อยจะมีกันครับ รวมทั้งสื่อลามกอนาจารทั้งหลาย ซึ่งเป็นเครื่องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ฉะนั้นกระทรวงที่รับผิดชอบทางด้านนี้ก็ต้องไปดูแล เพราะสื่อนี้มันเข้าถึง ลูกหลาน เข้าถึงเยาวชน เข้าถึงทุกผู้ทุกคนครับ มาในทางโทรศัพท์เราเปิด Slide ดูนะครับ เห็นทุกวันครับท่านประธาน ถ้าเราไม่มีศีลธรรมแล้วมันอาจจะเกิดเรื่องนี้ได้
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องจิตวิปริต หรือบางคนถ้าเราพูดก็คือเรื่องสันดานนะครับ สันดานไม่ดี บางคนติดคุกท่านประธานครับ แม้กระทั่งการฆ่าข่มขืน ฆ่าข่มขืนติดคุก ไม่มีการประหารชีวิตนะครับ ออกมายังมาทำซ้ำ อย่างนี้ละครับมันมีการกระทำซ้ำ หลายเปอร์เซ็นต์ครับ คนเหล่านี้เราจะทำอย่างไร เพราะสังคมเราอยู่ร่วมกัน เราจะแยก คนเหล่านี้ออกห่างจากสังคมได้อย่างไร แล้วพี่น้อง ลุงป้าน้าอา หรือลูกหลานเราจะรู้ว่า คนเหล่านี้อยู่ที่ไหน มันไม่มีสัญลักษณ์ให้ดู มันไม่ได้บอกว่าคนเหล่านี้ชื่ออะไร อยู่ตรงไหน อย่างไรครับ แล้วทำไมเราไม่แยกคนเหล่านี้ออกจากสังคมล่ะครับ เช่น ก็ต้องติดคุก ตลอดชีวิต หรือไม่อย่างนั้นก็เอาไปลงนรก คนเหล่านี้กระทำซ้ำผมคิดว่าไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ ถ้าท่านใดมีลูกหลานโดนข่มขืน กระทำชำเรา การติดคุก หรือลงโทษมันยังไม่สาสมนะครับ ผมคิดว่าการประหารชีวิตเป็นเรื่องที่สมควร เพราะผมฟังมาจากน้องคนหนึ่งที่โดนกระทำชำเรา ตั้งแต่เด็ก จนเขาโตเป็นสาวขึ้นมา คนที่ทำคือใครครับ ก็คือพ่อเลี้ยง โดนข่มขืนมาตั้งแต่ อายุ ๗-๘ ขวบ จนมาถึง ๑๐ ขวบ ๑๒ ขวบ ไปบอกแม่ตัวเองว่าตัวเองโดนอย่างนี้แม่ก็ไม่เชื่อ เพราะแม่ก็กลัวสามีตัวเอง และน้องก็กลัวว่าถ้าไปบอกคนอื่น ไปแจ้งความเขาข่มขู่ว่าจะฆ่า สุดท้ายพอน้องโตขึ้นอายุ ๑๕ ปีก็ออกไปอยู่กับเพื่อน เสร็จแล้วด้วยความที่เขาเป็นคนที่มี จิตใจที่เข้มแข็ง อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ก็เลยมาเขียนหนังสือฉบับหนึ่ง เขียนเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ขายดีด้วย ก็มาเตือนสังคมว่าการอยู่ในครอบครัวที่เป็นลักษณะนี้ผมเชื่อว่า ถ้ารัฐบาลไม่ดูแลความปลอดภัยอย่างไรก็ต้องเป็นอีก ในขณะที่ผมอภิปรายอยู่ผมเชื่อว่า ก็ยังมีลักษณะนี้นะครับ แต่เราจะช่วยกันป้องกันอย่างไรล่ะครับ กฎหมายอย่างไรครับ ท่านประธาน ต้องเอาจริงเอาจังกับคนกลุ่มนี้ ถึงแม้จะติดคุกนานแค่ไหนออกมาก็ยัง ทำเหมือนเดิม ผมคิดว่าคนเหล่านี้ควรได้รับการประหารชีวิต ถึงจะเป็นกฎหมายที่ค่อนข้าง จะรุนแรงก็ตาม แต่มันสมควรครับ ชีวิตก็ต้องแลกด้วยชีวิต เพราะบางคนฆ่าข่มขืน ติดคุกออกมาก็มาทำอีก ฉะนั้นผมคิดว่ารายงานนี้เราเห็นครับ ก็ต้องขอบคุณหน่วยงาน หลาย ๆ หน่วยงาน หลาย ๆ มูลนิธิที่มาช่วยกันดูแล แต่อย่างไรก็ตามความรับผิดชอบ ของรัฐบาลก็ต้องดูว่ารัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ต้นเหตุก็คือการศึกษาท่านประธานครับ เราต้องมีการปรับเรื่องการศึกษา ปฏิรูปการศึกษาครับ ต้องมีวิชาศีลธรรมเข้ามาให้คนรู้ผิดรู้ชอบ กลัวบาป ไม่เช่นนั้นคนโตขึ้นมาไม่รู้ผิดรู้ชอบ ไม่กลัวบาปก็กลับมาทำเหมือนเดิมท่านประธานครับ ผมก็เลยคิดว่าเราควรจะช่วยกัน โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่ผมว่านี้ ถ้ากฎหมายไม่แรงคนเหล่านี้ไม่หลาบจำหรอกครับ
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องยาเสพติดที่หลายคนได้พูดมานี้ ยาเสพติดยังไม่มีแนวทาง ที่เราจะปราบปรามป้องกันได้ ฉะนั้นขอให้หน่วยงานทุกหน่วยงาน เพราะยาเสพติดเกี่ยวข้อง กับหลายกระทรวง เพราะฉะนั้นหลายกระทรวงต้องบูรณาการช่วยเหลือแล้วก็เอาจริงเอาจัง นายกรัฐมนตรีใหม่ที่มานี้เราฝากความหวังครับ นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยก็ต้องมา ประกาศสงครามกับยาเสพติดเอาจริงเอาจังครับ ทำให้คนที่ค้ายาเสพติดมันกลัว ยึดทรัพย์ ใครค้ายายึดทรัพย์ให้หมดแล้วก็ติดคุก ไม่เช่นนั้นยาเสพติดก็เต็มบ้านเต็มเมือง สุดท้าย ติดยาเสพติดก็มาทำเหมือนเดิมอีก ผมเอาใจช่วยในหน่วยงานนี้ ในเรื่องการรายงานนั้น ผมคิดว่าท่านรายงานได้ดี แต่ก็อยากให้รายงานที่เราจะไปเสนอรัฐบาลนี้ให้มีการแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะสังคมต้องช่วยกันนะครับ ช่วยกันดูแลลูกหลานของพวกเรา ขอบคุณมากครับ