รวี ชี้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ชี้ขาดข้อมูลเชื่อถือได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

รวี เล็กอุทัย หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลทางสถิติและตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของตัวเลข พร้อมชี้ว่าปัญหาอาจรุนแรงกว่าที่ปรากฏ เนื่องจากกรณีส่วนใหญ่ไม่ถูกเปิดเผยหรือบันทึกอย่างเป็นทางการ โดยเสนอให้แก้ไขที่ต้นเหตุจากโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ ผ่านการส่งเสริมการศึกษา ความเคารพตนเอง และความเป็นอิสระของผู้หญิง พร้อมเรียกร้องให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ การรณรงค์สร้างจิตสำนึก และสนับสนุนกลไกชุมชน รวมถึงขอข้อมูลโครงการและงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผมนายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอ Slide ขึ้นด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ ปัญหาความรุนแรง ในครอบครัวนั้นมีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน และมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับบุคคล ที่มีความใกล้ชิดกันในครอบครัว ตามนิยามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่กินความหมายเกินไปกว่าคู่สมรส ตามนิตินัย และประเด็นสำคัญที่ท่านผู้ชี้แจงต้องมารายงานให้รัฐสภาของเรารับทราบ ตามมาตรา ๑๗ ในวันนี้ยิ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นประเด็นใหญ่ ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะจะมีกฎหมายสักกี่ฉบับกันครับที่กำหนดให้ท่านต้องกลับมา รายงานสถานการณ์ให้สภาได้ทราบถึงสถานการณ์และมาตรการในการแก้ไขปัญหา เป็นประจำทุกปี และจากที่ผมได้ศึกษารายงานสถานการณ์ด้านความรุนแรงประจำ ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ จึงอยากขอร่วมอภิปรายซักถามในครั้งนี้ด้วย จาก Slide ผมมีประเด็น แล้วก็มีตัวเลขเชิงสถิติ ๓ ด้านเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทย ที่อยากแสดงให้ดูครับ ใน Slide แรกนี้เป็นสถิติความรุนแรงในครอบครัวในรอบ ๗ ปี ระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๕๙-๒๕๖๕ จำนวนทั้งสิ้น ๑๑,๖๑๗ ราย เฉลี่ย ๑,๖๖๐ รายต่อปี หรือเฉลี่ย ๑๓๘ รายต่อเดือน หรือเฉลี่ย ๕ รายต่อวัน ซึ่งจากข้อมูลนี้มาจาก Website ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ซึ่งพอมาเปรียบเทียบกับในเอกสารแล้วข้อมูล ไม่ตรงกัน ตัวเลขไม่ตรงกัน ผมก็เลยมีคำถามว่าสรุปแล้วเราควรจะต้องใช้ตัวเลขจาก แหล่งข้อมูลไหนกันแน่ถึงจะถูกต้อง แต่อย่างไรดีข้อมูลทั้ง ๒ แหล่งเป็นในทิศทางเดียวกัน ก็คือความรุนแรงนั้นไม่ได้มีแนวโน้มลดลง แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเหมือนกันทั้งคู่ ในขณะที่ ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเป็นเหมือนที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปครับ ยาเสพติด สุรา ความหึงหวง การหย่าร้าง สุขภาพจิต แล้วก็ความตึงเครียด ของเศรษฐกิจ โดยปัญหาหลัก ๆ ปัจจัยหลัก ๆ นั่นก็คือเรื่องของยาเสพติดและสุรา แล้วเมื่อผมลองมาค้นถึงระดับประเทศ ระดับจังหวัด รวมทั้งประเทศมีสถิติผู้ใช้บริการ บ้านพักเด็กและครอบครัวในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อยู่ถึง ๒๔,๖๕๔ ราย อันดับ ๑ อยู่ที่ภาคกลาง ๗,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็มาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก และพอมาค้นในระดับจังหวัดเป็นที่น่าตกใจว่า ๕ อันดับสูงสุดของประเทศที่มีสถิติผู้ใช้บริการ บ้านพักเด็กและครอบครัวนั้นก็คือขอนแก่น ๑,๒๖๐ ราย และมีอุตรดิตถ์จังหวัดของผมเอง อยู่ที่ ๑,๑๐๘ ราย จากสถิติครับท่านประธาน จากการค้นคว้าย้อนหลังพบว่าสถิติการใช้ ความรุนแรงในครอบครัวนั้นไม่ได้มีแนวโน้มที่ลดลง แต่ในอีกมุมหนึ่งครับ ตามหลักการของ Iceberg Model หรือทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง สถิติที่เราเห็นนั้นอาจเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาเล็ก ๆ ของยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเท่านั้นเองครับ หรือกล่าวได้ว่าการรายงานสถิติ ดังกล่าวของท่านเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ถูกตรวจพบและมีการรายงานบันทึกไว้เท่านั้น แต่ยังอาจมี ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นจริงอีกมากที่ไม่สามารถตรวจพบหรือไม่มีการบันทึกเอาไว้ โดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นฐานขนาดใหญ่ของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้ผิวน้ำ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าจะมีขนาดหรือปริมาณอยู่อีกมากน้อยเพียงใด และที่สำคัญเราไม่ได้มีวิธีการ ในการจัดเก็บข้อมูลมากเกินไปกว่าการจัดทำโดยหน่วยงานของรัฐ แต่ในอีกมุมหนึ่งในทางที่ดี ก็อาจเป็นแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่าภาครัฐหรือผู้ถูกกระทำได้ให้ความสำคัญต่อปัญหานี้ ทำให้มีการรับแจ้งและการเข้าถึงกลไกของการดูแลของหน่วยงานของภาครัฐมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นทั้งข้อกังวลและข้อสงสัยของผมว่าจริง ๆ แล้วตัวเลขสถานการณ์ ความรุนแรงในครอบครัว ณ ปัจจุบันนั้นอยู่ที่จุดไหนกันแน่

สำหรับข้อสังเกตในมาตรการที่รายงานเสนอมา ผมขออภิปรายเพิ่มเติม เพื่อร่วมเสนอแนวคิดและแนวทางในการปรับ และนำเสนอรายงานให้เห็นภาพชัดเจน มากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ในมุมมองของผมนั้นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว มีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องหลายประการ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของโครงสร้างของสังคมไทย ที่ผ่านมา ซึ่งถูกทำให้เชื่อว่าปกติแล้วผู้ชายเป็นใหญ่ในครอบครัว ทำให้โครงสร้าง และบทบาทในครอบครัวจะนำโดยผู้ชายและมักปลูกฝังให้ผู้หญิงต้องอดทน แต่ในประเด็นนี้ จากการศึกษาหลาย ๆ ชิ้นจะพบว่าถ้าผู้หญิงมีการศึกษา มีการเคารพในตัวเอง และผู้หญิง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสถานะทางสังคมจะลดความรู้สึกว่า ต้องอดทนลงได้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการคลี่คลายปัญหานี้ ดังนั้นผมจึงอยากทราบว่า ท่านได้มีมาตรการในการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงอย่างไรบ้าง รวมถึง องค์กรที่ทำงานในด้านนี้ได้มีการประสานการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างไร จริง ๆ ผมทราบครับว่านอกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังมีอีก หลายหน่วยงานและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เหมือนว่าการสร้าง ทิศทางเพื่อเห็นภาพรวมของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร

ประเด็นถัดไปครับ การไม่มีความตระหนักร่วมกันของคนในสังคม และการขาด การให้การศึกษา เนื่องจากปัญหาสำคัญของความรุนแรงในครอบครัวนั้นมักถูกมองว่า เป็นเรื่องน่าอายไม่ควรนำออกจากครอบครัว หรือคำกล่าวที่ว่าความในอย่านำออก ความนอก อย่านำเข้า แต่ความเชื่อแบบนี้กลับทำให้สังคมไม่ได้ตระหนักถึงความเป็นจริงของความรุนแรง ของปัญหา ผมจึงเห็นว่าควรมีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจังและสร้างกลไกในชุมชนให้เข้ามา มีส่วนร่วมในการให้การศึกษา รวมถึงการรณรงค์ให้สังคมร่วมแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นในทุกระดับ ผมทราบว่าตอนนี้ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้สร้างผู้ไกล่เกลี่ยภาคประชาชน อย่างมากมายตาม พ.ร.บ. ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พุทธศักราช ๒๕๖๒ ที่สามารถไปตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ย ที่ชุมชนได้ น่าจะลองพิจารณาดูว่าความช่วยเหลือนี้จะช่วยเหลือได้ขนาดไหนนะครับ อีก ๒ ประเด็นครับท่านประธาน นั่นก็คือเรื่องของปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ซึ่งต่อไปเราจะมี รัฐบาลใหม่แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในอนาคตจะช่วยลดปัญหา ความรุนแรงในครอบครัวลงได้

โดยสรุปสุดท้าย ผมทราบดีว่าเรื่องนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น เนื่องจาก มีปัจจัยหลายอย่างที่จะต้องควบคุม แต่เราก็ควรมีการหาทิศทางพร้อมกับกำหนดผลลัพธ์ ที่กำหนดให้ชัดเจนมากกว่านี้ ดังนั้นผมขอความกรุณาท่านผู้ชี้แจงหากเป็นไปได้ช่วยส่งข้อมูล โครงการและงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงตาม พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อที่สภาแห่งนี้จะได้เห็น และรับทราบว่าจะช่วยท่านปรับแก้ หรือสนับสนุนโครงการ หรือมาตรการอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้เกิดการแก้ไขและป้องกันปัญหาความรุนแรงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การรับรู้ข้อมูล ผ่านเพียงตัวเลขเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ