ปวิตรา จิตตกิจ หารือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นต่อผู้สูงอายุ โดยอ้างอิงข้อมูลปี 2563 และ 2564 พร้อมชี้ให้เห็นว่าปัจจัยจากเศรษฐกิจและวิกฤติโควิด-19 มีส่วนผลักดันปัญหานี้ เธอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับสวัสดิการโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน การขยายระบบสาธารณสุขให้เข้าถึงได้ใกล้บ้าน และการผลักดันมาตรการที่ลดจำนวนผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงตกสำรวจเท่านั้น
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ปวิตรา จิตตกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกอกใหญ่ ธนบุรี ภาษีเจริญ แขวงศิริราช และแขวงบางเชือกหนัง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ จากรายงานข้อมูล สถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ และ พ.ศ. ๒๕๖๔ ทั้ง ๒ ฉบับนี้จะเห็นว่าหนึ่งในประเด็นที่เราควรจะหยิบยกมาพูดกันให้ชัดก็คือประเด็นของ ผู้สูงอายุ เพราะอะไรหรือคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation )
จากรายงานของศูนย์ช่วยเหลือ ทางสังคม สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในปี ๒๕๖๓ พบว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ จำนวน ๑๔๑ ราย โดยส่วนใหญ่แล้วถูกทำร้ายร่างกาย และในปี ๒๕๖๔ ก็พบว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อยู่ที่จำนวน ๒๘๑ ราย ส่วนใหญ่ก็คือถูกทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ หากพิจารณาดูจากรายงาน ทั้ง ๒ ฉบับนี้แล้วถึงสาเหตุของความรุนแรงในครอบครัว จะพบว่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากปัญหา ทางเศรษฐกิจ ยิ่งซ้ำร้ายในปี ๒๕๖๔ ก็เกิดวิกฤติโรคระบาด COVID-19 เพิ่มเติมเข้ามาอีก อย่างไรคะ เศรษฐกิจก็ไม่ดี COVID-19 ก็มานะคะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้สถิติดังกล่าวจะบอกอะไร กับเราคะ สถิติบอกว่าความรุนแรงในผู้สูงอายุจริง ๆ แล้วไม่ได้ลดลงเลยค่ะ แต่ว่ามีแนวโน้ม ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี แล้วก็มีสาเหตุจากความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและปัญหาทางสุขภาพค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วประเทศไทยเราได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ และกำลังจะเตรียมเข้า สู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอดในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า พร้อมแล้วหรือยังคะ แต่สังคมไทย ในปัจจุบันทุกวันนี้ผู้สูงอายุในประเทศไทยหลายคนยังคงต้องทำงานอย่างหนักเลี้ยงตัวเอง ปากกัดตีนถีบในสภาวะที่บีบคั้นทางเศรษฐกิจอย่างนี้ นอกจากนี้แล้วผู้สูงอายุหลายท่าน ก็ยังต้องทำงานเพื่อเลี้ยงหลาน บางคนก็เลี้ยงทั้งลูกและหลาน เจอไปทั้ง ๒ Gen พร้อม ๆ กัน บางส่วนเกิดจากปัญหาท้องไม่พร้อม และบางส่วนก็เกิดจากปัญหาที่พ่อแม่ไม่มีความสามารถ ในการเลี้ยงดูลูกตัวเอง จึงไม่แปลกที่เราจะได้ยินคำว่าแก่ก่อนรวย และสภาวะความตึงเครียด จากการทำมาหากินก็ส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวตามมา จากสภาวะเศรษฐกิจ เช่นนี้ยังมีเรื่องร้าย ๆ ที่มากระทบความมั่นคงของผู้สูงอายุอีกนะคะ อย่างข่าวล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ การปรับหลักเกณฑ์ใหม่ในการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุที่จะต้องพิสูจน์ความจนผ่านมุมมองของรัฐ แว่นตาที่จะใช้มองว่าคนไหนรวย คนไหนจน คือแว่นตาของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือคะ ในเมื่อความเป็นจริงแล้วท่านผู้สูงอายุทุกท่านก็ทำงานกันแทบตาย ต้องรับผิดชอบชีวิต คนในครอบครัวอีกตั้งเท่าไรคะ รัฐบาลควรไปตัดสินหรือว่าใครรวยหรือใครจน นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังคงต้องเผชิญกับสภาวะความเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว โรคร้ายต่าง ๆ ที่ตามมา พร้อมกับอายุของตัวเอง แต่สิทธิในการเข้าถึงการรับการรักษา สิทธิในการรับการรักษาที่ฟรี และมีคุณภาพ ทั้ง ๆ ที่เสียภาษีไปทุก ๆ ปี ผู้สูงอายุควรจะเอื้อมถึง แต่มันก็ยากเหลือเกินค่ะ และวันนี้หากเราพูดถึงคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ใกล้บ้าน สถานที่ที่มีหน้าที่ในการรักษาขั้นปฐมภูมิ ลดความแออัดของโรงพยาบาลของรัฐ ลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอไกล ๆ ปัจจุบันนี้เรามีคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ใกล้บ้านเพียงแค่ ๒๔๑ แห่ง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ อยู่ประมาณ ๒๑๓ แห่ง และอีก ๒๘ แห่งที่อยู่ต่างจังหวัด ท่านประธานคะ ทั้ง ๒ ประเด็นนี้ที่ยกตัวอย่างมา พอจะเห็นภาพความเดือดร้อนของผู้สูงอายุไทย ๆ ที่จะนำไปสู่สภาวะความตึงเครียด ในการใช้ชีวิต ความเหนื่อยยากของผู้สูงอายุที่จะเป็นฉนวนไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว ได้แล้วหรือยัง ดิฉันขอเสนอผ่านท่านประธานว่าในรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ยังพูดถึงปัญหา ของผู้สูงวัยน้อยเกินไป ในแง่ของข้อมูลสถิติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบทวิเคราะห์ ข้อเสนอแนะในส่วนที่ ๓ ท้ายรายงานในประเด็นการแก้ปัญหาความรุนแรงของผู้สูงอายุ วันนี้เราควรยกระดับศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุผ่านการสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าโดยที่ไม่ต้อง พิสูจน์ความจนความรวยกันได้แล้วหรือยังคะ และวันนี้เราควรผลักดันระบบสาธารณสุขไทย ให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงใกล้บ้านมากขึ้น ไม่ต้องดั้นด้นเสียค่าเดินทางในการไปหาหมอ ให้สิทธิ ในการเข้าถึงได้อย่างถ้วนหน้าอย่างไม่มีเงื่อนไขได้แล้วหรือยัง
สุดท้ายนี้ดิฉันหวังว่านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุที่ต้นตอ และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้น กับผู้สูงอายุอย่างจริงจัง ดิฉันและพรรคก้าวไกลก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จำนวนผู้เสียหายที่จะปรากฏในรายงานทั้ง ๒ ฉบับจะลดลงทุกปี ๆ จากการแก้ปัญหา ของรัฐบาลอย่างจริงจัง ไม่ใช่การลดลงจากการตกสำรวจ หรือมองข้ามปัญหาเหล่านี้ไป ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน