วิลาสินี พิพิธกุล รายงานผลการดำเนินงานของ Thai PBS ประจำปี 2565 โดยเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านสื่อสาธารณะ การผลิตเนื้อหาเพื่อสังคมและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมและลดอคติผ่านสื่อสารคดีและละคร พร้อมชี้ถึงความคุ้มค่าของการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนสูงกว่าต้นทุนหลายเท่า และการปรับองค์กรสู่ยุคดิจิทัลเพื่อเสริมบทบาทเป็นพื้นที่สาธารณะในการตรวจสอบนโยบายและร่วมแก้ปัญหาสังคมอย่างมีคุณภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า Thai PBS ขอนำเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๕ โดยขอมี Video ภาพประกอบด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานที่เคารพ Thai PBS ได้ประกาศ เป้าหมายด้านภาพลักษณ์เอาไว้ว่าคุณค่าที่ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการที่สะท้อน การยึดโยงไว้ในทุกพันธกิจของสื่อสาธารณะ ในครั้งนี้ดิฉันจะขอนำเสนอ ๖ เรื่องด้วยกัน ได้แก่
เรื่องแรก การยึดโยงผ่านการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนอง ประชาชนได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้นตามพฤติกรรมและความสนใจ ตามภูมิทัศน์สื่อใหม่ และที่สำคัญคือตามพันธกิจที่ไม่ทอดทิ้งกลุ่มที่ตกหล่นจากระบบตลาด โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ กลุ่มเด็ก และกลุ่มคนยากจน เป็นต้น ทั้งนี้นอกจากบริการโทรทัศน์ช่องหมายเลข ๓ แล้ว มีช่อง ALTV หมายเลข ๔ ซึ่งเป็นบริการเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก และมีบริการ Online ทั้ง Website Video on Demand Application และ Social Media บริการในรูปแบบ Video Content บน Thai PBS Digital Platform ทุกช่องทางมีผู้เข้าชมกว่า ๒.๑ พันล้านคน ตลอดทั้งปี
เรื่องที่ ๒ การยึดโยงกับประชาชนผ่านการสร้างสรรค์เนื้อหาที่มุ่งให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างยั่งยืน เช่น การจัดทำวาระลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคม เป็นธรรม โดยมีทั้งการนำเสนอข่าวสารและสารคดีที่ชี้ให้เห็นประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และจัดระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อหาทางลดความรุนแรงของผลกระทบ ดังตัวอย่างที่ถูกอ้างอิงถึงอย่างมากก็คือประเด็นคนจนเมืองและประเด็นเด็กหลุดจากระบบ การศึกษา ซึ่งมีการขยายผลจากสารคดีไปสู่ Model การแก้ปัญหาเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม หลายด้านด้วยกัน ในด้านความคุ้มค่าของการทำวาระลดความเหลื่อมล้ำนี้มีผลประเมินโดย ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาเลือกศึกษาเฉพาะ ๑ กรณีจาก ๖ กรณีในสารคดีชุดคนจนเมือง พบว่าก่อให้เกิดมูลค่าตอบแทนเท่ากับ ๒๒.๑๒ เท่าของต้นทุนผลิต
เรื่องที่ ๓ เหตุการณ์ใหญ่ในปี ๒๕๖๕ คือการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่ง Thai PBS ได้แสดงบทบาทที่แตกต่างไปจากเพียงแค่การสื่อข่าว แต่ได้จัดทำวาระปลุก กรุงเทพฯ เปลี่ยนเมืองใหญ่ ชวนภาคีกว่า ๘๐ องค์กรมารวบรวมข้อเสนอนโยบายจาก ประชาชน ก่อให้เกิดกระแสความตื่นตัว มีจำนวนผู้เข้าชมหรือ Engagement ในทุกช่องทาง เผยแพร่ของ Thai PBS เพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง เช่นมียอดผู้ชมแบบ Real time ทาง Website ถึง ๒.๗ ล้าน Pageview ในวันเลือกตั้ง ทั้งนี้การทำวาระพิเศษทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำ และเรื่องปลุกกรุงเทพฯ ได้มีผลสำรวจการยอมรับจากประชาชนให้ Thai PBS เป็นสื่อที่มี บทบาทและคุณค่าในการจัดวาระสำคัญทางสังคม
เรื่องที่ ๔ ในด้านการนำเสนอข่าวสารที่ซื่อตรงต่อจรรยาบรรณ โดยเฉพาะ ในภาวะวิกฤติที่เป็นความเดือดร้อนและเป็นความสูญเสียของพี่น้องประชาชนนั้น Thai PBS ได้รับการจัดลำดับเป็น Brand ข่าวที่น่าเชื่อถืออันดับ ๑ จากสถาบัน REUTERS ๒ ปีซ้อน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากใช้บริการข่าวสารของ Thai PBS อย่างสม่ำเสมอ และมี ผลประเมินความนิยมของประชาชนให้เป็นลำดับที่ ๑ ของ TV Digital ในมิติของการนำเสนอ เนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริงเชื่อถือได้ มุ่งลดความขัดแย้งและสร้างความเป็นธรรม
เรื่องที่ ๕ ปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาเป็นปีที่ Thai PBS สร้างความโดดเด่นในเรื่อง ของการสื่อสารมิติวัฒนธรรมและการเรียนรู้ผ่านรายการสารประโยชน์และสาระบันเทิง ซึ่งมีผลสำรวจความพึงพอใจจากประชาชนว่าเป็นการแสดงบทบาทในฐานะโรงเรียนของสังคม ที่สร้างการเรียนรู้แบบหยั่งรากวัฒนธรรม เพื่อเข้าใจตัวตนและพร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็น พลเมืองโลก โดยเฉพาะละครจากเจ้าพระยาสู่อิรวดีที่ได้รับการยกย่องว่าช่วยพาสังคม ก้าวข้ามอคติระหว่างเชื้อชาติ และยังทำให้เกิดกระแสความตื่นตัวในการสืบค้นเรียนรู้ ประวัติศาสตร์อย่างมาก อีกตัวอย่างคือสารคดีชุดโนราภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน ซึ่งทำหน้าที่ สืบสานภูมิปัญญาไปพร้อมกับการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับท้องถิ่น
เรื่องที่ ๖ พันธกิจที่ถือว่า Thai PBS แตกต่างจากสื่อทั่วไปก็คือ การสร้าง ความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของภาคพลเมืองผ่านการใช้เครื่องมือสื่อ Digital ซึ่งได้มี การปรับปรุงให้สามารถรองรับภาคพลเมืองได้มากขึ้นผ่าน Digital Platform ต่าง ๆ ทำให้ ประชาชนในพื้นที่ได้ตัดสินใจบนฐานข้อมูลวิชาการ เช่นการนำภาพอนาคตเรื่องวิกฤติภัยแล้ง ของพื้นที่มาระดมความเห็นผ่าน Application และถ่ายทอดผ่านรายการฟังเสียงประเทศไทย เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพ ปี ๒๕๖๕ เป็นปีเริ่มต้นของการใช้แผนยกระดับทั้งองค์กรสู่ Digital Transformation เพื่อให้ Thai PBS มีบริการที่สนองตอบประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ มากขึ้น และเพื่อหนุนเสริมการต่อยอดบทบาทการเป็นพื้นที่สาธารณะของประชาชน ในการติดตามตรวจสอบนโยบายและแสวงหาทางออกร่วมกันด้วยปัญญา ให้สมกับที่เรา ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นคุณค่าที่ยึดโยงกับประชาชนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ