พูนศักดิ์ ชี้ใช้จ่ายกองทุนน้ำบาดาลไม่สอดคล้องเป้า หวั่นกระทบพื้นที่ปนเปื้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖

พูนศักดิ์ จันทร์จำปี หารือประเด็นการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลที่เน้นด้านการศึกษามากกว่าการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน พร้อมเรียกร้องให้เร่งเยียวยาพื้นที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางดินและน้ำบาดาล รวมถึงเสนอให้ใช้เงินกองทุนช่วยบำบัดฟื้นฟูและดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณทางคณะผู้บริหารกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลที่ให้เกียรติมาชี้แจงด้วยตัวเอง ผมคงจะใช้เวลาไม่นานในการอภิปรายประเด็นเรื่องการจ่ายเงินของตัวกองทุนพัฒนา น้ำบาดาล ขอ Slide ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ก่อนอื่นเรามาดูเรื่องขอบเขต อำนาจในการใช้จ่ายเงินของตัวกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลนะครับ ซึ่งเป็นระเบียบที่ออกตาม พ.ร.บ. น้ำบาดาล ฉบับที่ ๓ ปี ๒๕๔๖ ในมาตรา ๗ จะระบุไว้ว่าการใช้เงินในกองทุนพัฒนา น้ำบาดาลหรือว่า กพน. จะใช้ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งถ้าท่านไล่ดูตาม Slide ตั้งแต่ข้อ ๑ ถึงข้อ ๔ โดยสรุปก็คือจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา การสำรวจ วิจัย วางแผนแม่บท อุดหนุนกิจการ ต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารของกองทุนเท่านั้นเอง แต่ผมอยากจะเน้นก็คือให้ท่าน ดูที่ข้อ ๒ มีการระบุว่าเราจะต้องนำเงินมาช่วยเหลือแล้วก็อุดหนุนกิจการที่เกี่ยวข้องกับ การอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาล คำว่า อนุรักษ์ นั่นก็หมายถึงว่าถ้าหากพื้นที่ใดมีการปนเปื้อน เราต้องดำเนินการฟื้นฟูเพื่อให้แหล่งน้ำบาดาลนั้นกลับมามีสภาพปกติ ซึ่งการมีสภาพปกตินั้น ก็หมายถึงว่าประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำบาดาลนั้นได้ จาก Slide ที่ผ่านมา ท่านก็จะเห็นว่ากองทุนมีวัตถุประสงค์อะไรแล้ว ทีนี้เรามาดูว่าหลังจากที่ผมเอาข้อมูล ในการใช้จ่ายเงินของกองทุนมาแยกออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งผมแยกออกมาได้ประมาณ ๕ กลุ่มด้วยกัน ซึ่งกลุ่มหลัก ๒ ใน ๓ ของเงินในการใช้จ่ายจะใช้ในการศึกษาสำรวจ ด้านธรณีวิทยา แล้วก็พัฒนา แล้วก็แก้ไขปัญหาของการขาดแคลนน้ำบาดาล ซึ่งผมคิดว่า ประเด็นนี้ทุกคนเห็นด้วย เพราะเราเชื่อมั่นว่าการมีแหล่งน้ำบาดาลที่สมบูรณ์แล้วก็พร้อม ที่จะจ่ายให้กับประชาชนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่ผม Highlight สีแดงไว้ ก็คือเงินที่ท่านใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและปัญหาดินทรุดตัวมีทั้งหมด ๕ โครงการ ค่าใช้จ่ายไป ๑๔ ล้านบาท จำนวนเปอร์เซ็นต์ท่านสังเกตเห็นไหมครับ เราดำเนินการในเรื่องนี้ เพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงิน ๖๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ ผมยังไม่ได้พูดถึงว่าการใช้จ่ายในปี ๒๕๖๔ มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในปี ๒๕๖๓ ถึง ๒ เท่า จาก ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไปถึง ๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่มีการปนเปื้อน จากที่ผมทำการศึกษามาจากรายงานประจำปีของทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพบว่ามีพื้นที่ ในการปนเปื้อน ๕ แห่งด้วยกัน แต่เราดำเนินการทำการศึกษาเกี่ยวกับการฟื้นฟูเพียง ๑ แห่ง ยังเหลืออีก ๔ แห่งที่ยังไม่ได้ทำการศึกษา นี่คือเป็น ๑ ใน ๕ แห่งเป็นตัวอย่างน้ำปนเปื้อน ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนที่อำเภอเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพื้นที่นี้เป็นอ่างเก็บน้ำ ประชาชนเคยใช้ประโยชน์ในการจับสัตว์น้ำ ในการใช้เป็นแหล่งน้ำในการใช้ในชีวิตประจำวัน ของเขาปัจจุบันพบว่ามีการปนเปื้อน ซึ่งจากการตรวจสอบมีการปนเปื้อนมาตั้งแต่แหล่งน้ำใต้ดิน แหล่งน้ำบาดาล จนกระทั่งไหลต่อมาที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ท่านจะเห็นสีแดง ๆ ซึ่งอันนั้นคือเป็น การปนเปื้อนของโลหะ ซึ่งได้แก่พวกโลหะหนักประเภทเหล็ก ทองแดง แมงกานีส ปัจจุบัน พื้นที่นี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู พื้นที่นี้จากปี ๒๕๖๔ ที่อยู่ในรายงานจนถึงปัจจุบันนี้ปี ๒๕๖๖ OK นะครับ ผมคาดว่าปัญหาในการดำเนินการก็คงต้องใช้เวลาบ้าง แต่อย่างไรก็ตามผมมีความคิดว่าเราควรจะนำเงินกองทุนไปเยียวยาให้กับผู้เดือดร้อนก่อน ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ตรงนี้หรือหาสาเหตุต้นทางของมันว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ในรายงานปี ๒๕๖๔ พบอีกว่ายังมีพื้นที่ในการปนเปื้อนจากหลุมฝังกลบขยะจากโรงงาน ประกอบกิจการประเภทรับบำบัดกำจัดของเสียซึ่งเป็นการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีการปนเปื้อนจากโรงงานเพลิงไหม้ที่โรงงานหมิงตี้ ซึ่งท่านทราบคงจะจำกันได้ที่เกิดเพลิงไหม้ จังหวัดสมุทรปราการ โครงการเหล่านี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูนะครับ

ในปัจจุบันผมคาดว่าจากปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ และต่อไปเราจะเจอ ปัญหาเรื่องการปนเปื้อนรุนแรงมากขึ้นจากการจัดการของเสียที่ไม่ถูกต้อง การปนเปื้อน จะส่งผลถึงดิน น้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน เป็นห่วงโซ่ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ การปนเปื้อนจะส่ง ผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก เพราะนี่คือการอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไว้ น้ำคือชีวิต เราขาดน้ำไม่ได้ในแต่ละวัน การที่จะให้เขาต้องไปซื้อน้ำเองซึ่งเขาก็ต้องเสียเงิน แล้วก็สูญเสียลักษณะของการใช้ชีวิตประจำวันของเขาไป ผมจึงเรียกร้องท่านว่าอยากจะให้ ท่านพิจารณานำเงินของกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลมาช่วยในการบำบัดฟื้นฟู จากเดิมซึ่งมีอยู่ ๒ เปอร์เซ็นต์ที่ผมเรียนไป ถ้าเพิ่มได้ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ในอนาคตจะดีมากนะครับ หลังจากนั้น ท่านอาจจะไปฟ้องร้องกับผู้ที่ก่อให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนเป็นอันดับถัดไป ขอบคุณครับ ท่านประธาน