วันมูหะมัดนอร์ มะทา แจ้งว่าครบองค์ประชุม ๓๙๐ ท่าน และรับหน้าที่ประธานรัฐสภาโดยจะปฏิบัติหน้าที่อย่างกลางธรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมทั้งหารือเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุมและเตือนสมาชิกให้ระมัดระวังถ้อยคำที่ออกนอกสภาเพื่อป้องกันความผิดทางอาญา วันมูหะมัดนอร์ มะทา แจ้งระเบียบวาระการประชุมเกี่ยวกับการเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดกรอบเวลาและขั้นตอนการอภิปรายคุณสมบัติก่อนพิจารณาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ และอธิบายขั้นตอนการรับรองว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอชื่อซึ่งต้องได้รับเสียงไม่น้อยกว่า ๕๐ คน โดยระบุว่าการรับรองต้องใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผยผ่านบัตรแสดงตน ไม่ใช่การใช้เสียงยกมือ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายก่อนเสนอชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
เรียนท่านสมาชิกทุกท่านครับ ขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภามาลงชื่อเข้าประชุม ๓๙๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกมากที่มา วันนี้เราครบองค์ประชุมตรงตามเวลาที่เรานัดหมายไว้ ๓ โมงครึ่ง ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระผมมีเรื่องที่จะแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ ๒-๓ เรื่อง เพื่อประโยชน์ของการประชุมของเรานะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม
ประการแรก ผมได้มาทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมรัฐสภาวันนี้ เป็นครั้งแรก ผมจึงอยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกว่าผมจะทำหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา และประธานที่ประชุมอย่างเป็นกลาง และจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ ของประชาชน ประเทศชาติ เกียรติและศักดิ์ศรีของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐสภาของเราครับ แต่อย่างไรก็ตามการปฏิบัติหน้าที่ของผมอาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง ผมพร้อมที่จะรับ ความคิดเห็น การติชมของท่านสมาชิกตลอดเวลา ท่านสามารถจะเรียนผมได้ตลอดเวลา ที่เรามีโอกาสจะได้พบปะกันนะครับ เพราะไม่มีผู้ใดที่จะไม่มีความบกพร่องเลยในการเกิด เพราะเราก็มนุษย์ปุถุชนธรรมดา แต่อย่างไรก็ตามการประชุมของเราจะมีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์ตามที่ประชาชนเขาคาดหวังไว้ เราคงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะท่านสมาชิกที่เข้าประชุม Whip และเจ้าหน้าที่ทุกท่านของสภาด้วยนะครับ จะทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพตามความคาดหมายของพี่น้องประชาชน ในเบื้องต้นก็ขอเรียน เพียงแค่นี้ก่อนครับ
ประการที่ ๒ รับทราบเรื่องจะมีการถ่ายทอดสดการประชุมทางวิทยุ กระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๓ ข้อ ๙ กำหนดให้การประชุมรัฐสภาเป็นการเปิดเผย และให้มีการถ่ายทอดการประชุมเพื่อให้ ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึง ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบการประชุมร่วมกันของรัฐสภา อย่างทั่วถึง ทางรัฐสภาจึงอนุญาตให้สถานีวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์ของรัฐสภาในฐานะสื่อ ของฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการถ่ายทอดการประชุมร่วมกันของรัฐสภาทุกครั้งนะครับ และอนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์นำสัญญาณการออกอากาศดังกล่าวไปเผยแพร่ทุกครั้ง ที่มีการประชุมครั้งที่สำคัญเช่นเดียวกันนะครับ และอนุญาตให้องค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. ได้ร่วมถ่ายทอดสดการประชุมในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ผมจึงขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้โปรดระมัดระวังในการกล่าวถ้อยคำ หรือแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น หากถ้อยคำนั้นจะไปปรากฏบริเวณนอกสภาและกระทบต่อ บุคคลภายนอก หรือองค์กรภายนอกนะครับ ซึ่งจะเป็นความผิดทางอาญา หรือละเมิดสิทธิ ทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาของเรา ซึ่งไม่สามารถจะคุ้มครอง สิทธินั้นได้เพราะว่าเรามีการถ่ายทอด ผมจึงเรียนมาเพื่อสมาชิกได้รับทราบครับ
ประการที่ ๓ เรื่องแจ้งให้ทราบในเรื่องสุดท้าย ผมขอแจ้งให้ท่านสมาชิก รัฐสภาทราบเพื่อการประชุมของเราจะได้มีความกระชับแล้วก็ใช้เวลาไม่มากจนเกินไปนัก ผมจึงได้เชิญ Whip หรือผู้แทนของวุฒิสมาชิก แล้วก็ผู้แทนของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่า ในขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีการแต่งตั้ง Whip ของแต่ละฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอเชิญให้ผู้แทนของพรรคการเมืองพรรคละ ๑ คนเข้าร่วมประชุม ข้อสรุปนะครับ เพื่อเรา จะได้รับทราบทั่วกัน ข้อสรุปข้อตกลงในวันนั้นก็คือ ในประการแรกหลังจากที่ได้มีการเสนอชื่อ บุคคลที่สมควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็จะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้นได้อย่างทั่วถึง แต่ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจบุคคลนะครับ โดยกำหนดเวลาดังนี้ ๑. ฝ่ายวุฒิสภาจำนวน ๒ ชั่วโมง ซึ่งทาง Whip จะเป็นคนกำหนดเองว่าใน ๒ ชั่วโมงนั้นจะอภิปรายกี่ท่าน แล้วก็ลำดับ การอภิปรายจะเป็นอย่างไร ขอให้ได้ส่งชื่อมาล่วงหน้าด้วยครับ ๒. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๑๘ พรรคจะใช้เวลา ๔ ชั่วโมง โดยให้อภิปรายเป็นรายพรรคการเมือง ท่านต้องประสาน กับพรรคการเมืองโดยไม่จำเป็นต้องยกมือ โดย ๑๘ พรรคการเมืองจะกำหนดเวลา ๔ ชั่วโมง เพื่อความเรียบร้อยก็ได้กำหนดว่า ๘ พรรคการเมืองที่กำลังจะจัดตั้งรัฐบาลนั้นให้เวลา ๒ ชั่วโมง ซึ่ง ๒ ชั่วโมงนั้นขอให้ผู้แทนของ ๘ พรรคไปกำหนดเอาเองว่าจะให้พรรคใด พูดก่อนหลังและใช้เวลาเท่าไร แต่ก็ไม่เกิน ๒ ชั่วโมงนะครับ หลังจากการอภิปรายได้ยุติลง ซึ่งได้กำหนดว่าควรจะยุติลงก่อนเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา แล้วถ้าไม่มีอะไรมากเพราะอภิปราย ใช้เวลา ๖ ชั่วโมงนั้นน่าจะจบก่อน ๑๗.๐๐ นาฬิกาด้วยซ้ำไปนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ เราก็จะว่าไปตามขั้นตอนนะครับ ตอนนี้ก็จะเข้าระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ครับ ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ คือพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๒ วรรคหนึ่ง กำหนดให้ในระหว่างห้าปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลสมควรได้รับแต่งตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และข้อบังคับของรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๑๓๖ และข้อ ๑๓๗ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรีไว้แล้ว ผมจึงจะขอปรึกษากับท่านทั้งหลายว่าเราจะพิจารณาไปตามข้อบังคับ ของการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๓ ไว้ดังนี้ การเสนอชื่อบุคคลสมควรได้รับแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีนั้น ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น อันนี้ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับนะครับ เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ละท่านก็มีสิทธิ เสนอได้ท่านเดียว โดยรายชื่อบุคคลที่เสนอนั้นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ และมาตรา ๘๘ และเมื่อเสนอชื่อแล้วก็เช่นเดียวกันครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น จะต้องให้การรับรองครับ ซึ่งการรับรองนั้นต้องไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมด ซึ่งก็คือ ๕๐ คนนะครับ ทั้งนี้ท่านวุฒิสมาชิกยังไม่มีสิทธิเสนอชื่อและการรับรองนั้น ซึ่งขั้นตอนการรับรองก็จะดำเนินการต่อไปนะครับ ผมก็คิดว่าขั้นตอนการรับรองก็ทราบแล้ว แต่วิธีก็จะแจ้งให้ทราบ แจ้งให้ทราบเลยก็ได้ครับ การรับรองการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นจะต้องเป็นผู้รับรองและการรับรองนั้น ก็ใช้เสียงไม่น้อยกว่า ๕๐ ท่านนะครับ โดยจะใช้วิธียกมือเหมือนการประชุมปกติไม่ได้นะครับ เพราะข้อบังคับบอกว่าต้องใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย ซึ่งประธานสภาก็จะขอให้ใช้วิธี เสียบบัตรแล้วก็แสดงตน สำหรับคนที่ต้องการจะรับรองก็กดบัตรแล้วก็แสดงตนเฉย ๆ คนแสดงตนแสดงว่าให้การรับรอง คนที่ไม่แสดงตนแสดงว่าไม่ให้การรับรองครับ ซึ่งอันนี้ ให้กดบัตรแสดงตนเฉพาะในซีกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็จะเปิดโอกาสให้ดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองบันทึกการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่
การพิจารณาความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ซึ่งผมได้กล่าวขั้นตอนไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ในตอนนี้ก็จะเปิดโอกาส ให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปบ้างก่อนที่จะเสนอชื่อนะครับ แต่ว่าขอให้เป็นประเด็นเรื่องของ การเสนอชื่อครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ