จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิพากษ์ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมสื่อมวลชนซึ่งมีต้นรากจากยุคอำนาจนิยม ระบุว่ากฎหมายดังกล่าวล้าสมัย ขัดกับสภาพจริงของสื่อในยุคดิจิทัล และอาจถูกใช้ควบคุมเสรีภาพสื่อ จึงเรียกร้องให้ถอนร่างออกไปเพื่อทบทวนอย่างโปร่งใส มีการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในวงการข่าวอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้เวลาเลยที่ขอไปนิดหน่อยนะครับ เนื่องจากเป็นวิชาชีพที่ผมจบมหาวิทยาลัยมาก็ไม่เคย ไปทำอาชีพอื่นเลย จบปุ๊บก็เข้าเป็นนักหนังสือพิมพ์ผ่านเหตุการณ์สำคัญของประเทศ เช่น พฤษภาทมิฬ ก็เป็นช่างภาพในพื้นที่ แล้วก็เห็นการเปลี่ยนผ่านกฎหมายหลายฉบับที่เราถูกปิดกั้นเสรีภาพ ของสื่อมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุค ๓๕ จนกระทั่งมีการปฏิวัติรัฐประหาร ผมถูกนำไปคุมขัง ก็หลายครั้ง ถูกควบคุมในการบังคับให้พูดบนสถานีโทรทัศน์ก็เคยเจอมาแล้ว ท่านประธาน ที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ดีนะครับ ถ้าสมบูรณ์ ไม่สุกเอาเผากิน แต่ว่าเท่าที่ผมอ่านมาแล้ว รากของมันมาแบบไม่ชอบเท่าไรครับ ผมจึงมีความเห็นว่าให้ท่าน ธนกร วังบุญคงชนะ ท่านรัฐมนตรีของผมถอนออกไปก่อนก็จะเป็นพระคุณยิ่ง สอดรับ กับท่านประธานชวนเคยดำริไว้เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ว่าอยากจะใช้เวลาสภาให้คุ้มค่า ผมว่า ผ่านไปรังแต่จะสร้างปัญหานะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าเป็นไปได้ถอนไปเลยครับ ด้วยเหตุผล ๖-๗ ประการดังต่อไปนี้ครับ กฎหมายฉบับนี้มีรากของลัทธิอำนาจนิยม ร่างมาตั้งแต่ในสมัยของ สปท. ก็คือสภาปฏิรูปประเทศหลังการปฏิวัติรัฐประหารปี ๒๕๕๗ มีการยกร่างกันมาตั้งแต่ ๖-๗ ปีที่แล้วครับ เนื่องจากมีความเห็นแบบลัทธิอำนาจนิยมว่า สื่อมวลชนและประชาชนต้องควบคุมได้โดย คสช. มันจึงเกิดเพลงเราจะทำตามสัญญา เราจะขอเวลาอีกไม่นาน เพราะมีการควบคุมสื่อครับ ท่านธนกรดูกรมประชาสัมพันธ์ ท่านไปดูประวัติเลยครับว่าในยุคนั้นโดนอะไรกันไปบ้าง เพราะฉะนั้นรากของมัน ผมเชื่อว่า มันไม่มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องให้กับพี่น้องสื่อมวลชนครับ พอลงไปดูรายมาตราท่านประธาน ที่เคารพครับ แล้วก็เข้าไปดูในเว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ เขาเขียนกันชัดนะครับ หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน เป็นบุคลากรที่อยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนแม้ผม จะไม่เคยเข้าไปเป็นคณะกรรมการของสมาคมต่าง ๆ ในชีวิตเคยเป็นอุปนายกสมาคม ผู้สื่อข่าวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ไทย ๒ สมัย แต่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเขียนบทบัญญัติ ต่าง ๆ เพราะพวกเรามีความรู้สึกว่าปากใครพูด มือใครเขียน เจ้าต้องรับผิดชอบ ถ้าผม พูดไม่ดีไป ท่านธนกรไม่พอใจผม ท่านก็ฟ้องผม ผมเขียนอะไรไปไม่ดี อ่านปุ๊บก็รู้แล้ว อันนี้ น้ำเน่า อันนี้เอียงกระเท่เร่ อันนี้ด่าคนนั้นเพื่อคนนี้ มันผ่านไปอย่างรูปธรรมที่สัมผัสต้องได้ พอลงไปดูในรายมาตรา ผมก็พยายามสังเคราะห์ ๕๐ กว่ามาตรา ก็จะเห็นเลยครับว่าอ๋อ คนเขียนนี่เขียนในยุคที่ไม่อยากให้สื่อมวลชนมันด่าผู้นำประเทศ เพราะมันวางแผนที่จะ ลงเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ลงเลือกตั้งเป็นพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นกฎหมายนี้มันมี รากที่มา พอรากที่มาปุ๊บ เมื่อปีที่แล้ว มกราคมนำเข้า ครม. โยนตูมให้รัฐสภา ค้างเติ่ง จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ครับ ผมจึงอยากจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และ ครม. ครับว่า การดูแลสื่อ การปฏิรูปสื่อหรือท่านจะไปกล่าวพาดพิงคนนั้นคนนี้ว่าคนนั้น อยากจะปฏิรูปตำรวจ ก็เรื่องของท่าน แต่ผมเห็นว่ากลไกเหล่านี้ มันมีกาลเวลาเป็นตัวช่วย ปีศาจแห่งกาลเวลาเท่านั้นที่จะทำให้สื่อมวลชนอยู่ไม่ได้ในสังคม ท่านประธานครับ ผมเห็น หลายตึกของสื่อมวลชนชื่อดังก็ขายกินกันมาเยอะนะครับ ขับรถไปบนถนนวิภาวดี-รังสิต เป็นเส้นทางที่มีสื่อมวลชนมากที่สุดตั้งแต่ผมจบมหาวิทยาลัยและไปทำงานสื่อสารมวลชน วันนี้ก็เล่นแร่แปรธาตุขายกันไปครับ ก็เพราะว่าจุดยืนในสื่อสารมวลชนไม่มี สุดท้ายสังคม ก็ลงโทษปีศาจแห่งกาลเวลาก็จัดการท่าน
ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะนำเรียนท่านให้เห็น ถึงรายละเอียด ทำไมในขั้นรับหลักการ ผมจึงบอกว่าท่านรัฐมนตรีถอนไปก็ดีครับ ไปดู ในมาตรา ๓ ผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อมวลชน บุคคลผู้ประกอบวิชาชีพเป็นปกติธุระ คือแค่ความหมายก็งงแล้วครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ สมาชิกรัฐสภาที่นั่งอยู่นี้ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสื่อนะครับ แต่ท่านมีผู้ฟอลโล (Follow) หรือผู้ติดตามในเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็ดี ไอจี (IG) ก็ดี ทวิตเตอร์ (Twitter) ก็ดี เป็นแสน ๆ ล้าน ๆ คน นี่เป็นปกติธุระไหมครับ คำนิยามของกฎหมายฉบับนี้ก็ดี หรือรายละเอียดรายมาตรา มันหลงยุคครับ มันตกยุค สื่อทุกวันนี้ ใครจะออกไปเขียนด่า ถ้าใบรายชื่อ จิรายุ ห่วงทรัพย์ เมื่อไรผมเขียนสัก ๔-๕ ที ทัวร์ (Tour) ลงครับ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นทัวร์ (Tour) ปกติ ทัวร์ (Tour) แบบไอโอ (IO) ของส่วนราชการลง ผมก็สำนึกครับ ความน่าเชื่อถือผมก็ หมดเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรา ๖ ก็เช่นเดียวกัน ให้มีสภาวิชาชีพสื่อ ผมถามจริง ๆ ให้ใครมาตรวจสอบหรือครับ เมื่อสื่อตรวจสอบกันเอง ท่านมีหัวไหมครับ ท่านมีสังกัดไหมครับ ถ้าท่านมีท่านเอียงไหมละครับ ถ้าท่านเอียงก็กระเท่เร่ เช่นเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ผมจึงบอกว่ามันยังไม่สมบูรณ์ ท่านเอากลับไปเถอะครับ นอกจากนี้พอไปดู ลงรายละเอียดลึก ๆ เหมือนกับจะไปดูที่การตั้งคณะกรรมการครับ ตั้งกรรมการจริยธรรม ยังไม่รู้เลยคำว่าจริยธรรมเป็นอย่างไร เหมือนที่ผมโดนร้องกับประธานสภานะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมทำนี่ผมทำเพื่อพี่น้องประชาชน ผมผิดจริยธรรมไหม มีกรรมการไปบอกว่า ผมไม่ผิด แล้วถ้าเกิดบอกว่าผมผิดล่ะ เป็นเพราะว่าฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคณะกรรมการ ไม่ชอบผมขึ้นมาหรืออยู่ฝ่ายตรงข้ามทางด้านการเมืองแล้วชี้ผมว่าผิดล่ะ นี่หลักการเดียวกัน
ประเด็นต่อมาก็คือในพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้ให้อะไรกับประชาชนเลย ไม่ได้เป็นประโยชน์เลย ไปปิดกั้นสื่อมวลชนด้วยวิธีการเช่นนั้น ซึ่งผมบอกแล้วว่าปีศาจ แห่งกาลเวลาจะเป็นผู้จัดการเขา ไม่มีสื่อใดในโลกที่อยู่แบบยั่งยืน เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ การงาน เวลาจะบอกเลยว่าสื่อนี้เอียงกระเท่เร่ โถเปิดมาพูดปุ๊บก็เห็นลิ้นไก่แล้ว พวกตัวเอง ออกเช้า กลางวัน เย็น ทำอะไรก็ดี ยิ้มเห็นฟันขาวยังบอกว่าหล่อเลย ผมจึงบอกท่านประธาน ว่าในหมวด ๕ จริยธรรม พี่น้องสื่อมวลชนในเฟซบุ๊ก (Facebook) ก็ดี ในโซเชียล (Social) เขาเขียนกันเยอะว่ามีการเขียนถึงการตักเตือนในมาตรา ๓๑ ภาคทัณฑ์ ตำหนิ และให้เยียวยา ตำหนิจิรายุอย่าเขียนอีกนะ ภาคทัณฑ์ถ้าเขียนอีกเดี๋ยวจะไล่ออกนะ ไล่ออกแล้วอย่างไร ผมลาออกจากหนังสือพิมพ์ผมก็ไปตั้งหนังสือพิมพ์จิรายุของผม แล้วผมก็ ไปจดทะเบียนแล้วผมก็ด่าฝ่ายรัฐบาล ด่า พลเอก ประยุทธ์ ด่าพี่แด็กของผมทุกวัน ทำอย่างไรล่ะครับ บทลงโทษก็ไม่ชัดเจน ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปให้ อำนาจในการตั้งอนุกรรมการในการตรวจสอบ โอ้โฮ นี่อำนาจล้นเลยครับ ผมนั่งกับข้างบน บัลลังก์มีกรรมการ ๗ คน เอาแบบ ๙ คนก็แล้วกันล้อแบบ ป.ป.ช. ๙ คนนี้สามารถไปตั้ง คณะอนุกรรมการได้อีกนะครับ แล้วให้อนุกลั่นกรองมาเสนอกรรมการ ผมถามว่ากรรมการ จะมีความรู้หรือที่คณะอนุไปตรวจสอบ เมื่อมาตรวจสอบปุ๊บส่งให้กรรมการ กรรมการ ฟันธงเลย อำนาจของอนุกรรมการก็ยังไม่ชัดเจนในพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ นอกจากนี้ ถ้าคณะกรรมการจริยธรรมดังที่ว่านี้ ๖ คน ๗ คน ๘ คน ๙ คน ผมไม่สนใจหรอกจะมาจาก กรมประชาสัมพันธ์ พอพูดกรมประชาสัมพันธ์ก็ไม่ได้ว่าอะไรท่านหรอกครับ ก็เป็นหน่วยงาน ราชการเป็นส่วนที่ดูแลรัฐก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเชียร์รัฐ เชียร์ท่านรัฐมนตรีอยู่แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สื่อมวลชนทั่วไปพอท่านไปเขียนกฎหมายแบบนี้ผมถามใช่เรื่องหรือครับ ใช่เวลาหรือครับ มันอยู่ในเวลาเหมาะสมหรือที่เอาพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาในรัฐสภาเพื่อ ผมจึงบอกว่ามันมีกฎหมายหลายฉบับมีเรื่องราวอีกเยอะแยะมากมาย สมมุติว่าเราไม่เอา เรื่องนี้เข้าครับ ไปกลั่นกรองให้ดี ไปดูในรายมาตรา มาตรา ๔๑ อำนาจของกรรมการ มาตรา ๔๐ โดนสื่อด่าแต่ไม่เป็นสมาชิกก็ร้องได้ภายใน ๑ ปี ร้องอย่างไรละครับ ฟ้องอย่างไร ที่ท่านบอกว่ามีกฎหมายแพ่งพาณิชย์ มีกฎหมายหมิ่นประมาท อันนี้ก็บังคับใช้อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ โดยสรุปผมเห็นว่าเจตจำนงดีแต่มันยัดไส้ข้างใน และรากของมัน มาแบบที่พี่น้องประชาชนและพี่น้องสื่อมวลชนไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้ ถ้าเป็นไปได้ ท่านทำคู่เทียบเลย ท่านให้สมาคมสื่อที่ท่าน ส.ว. ว่านี่ไปยกร่างขึ้นมาใหม่เลยแล้วเอามา เปรียบเทียบกันดูหน่อยสิ แล้วเชิญผมเข้าไปหน่อยสิผมไม่อยากจะไปพูดเยอะ กฤษฎีกาบอก มีคนให้ความเห็น ๒ คน หน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้มีคนให้ความเห็น ๓ คน มันอายเขา เดี๋ยวเขาจะหาว่าส่วนราชการไทยเปิดประชาพิจารณ์แล้วเปิดในเว็บไซต์ (Website) แล้ว มีคนให้ความเห็น ๒ คนเห็นด้วย ผ่านกฎหมายเลย ไม่ได้นะครับ โดยสรุปกฎหมายฉบับนี้ ไม่ตรงปกประเด็นที่ ๑ กฎหมายฉบับนี้ไม่รู้กาละและเทศะ ไม่รู้เรื่องกาลเวลาเลยว่าวันนี้ เศรษฐกิจจะย่ำแย่จะเป็นจะตายกันอยู่แล้วยังเอากฎหมายพวกนี้เข้ามาควบคุมอีก ไม่รู้เลยว่า มีเทศะขนาดไหนที่ควรจะต้องเอาเข้ามาแล้วก็ทำแบบไหน อย่างไร ตอบอะไรไม่ได้สักอย่าง นอกจากความเห็นของพวกฉัน ฉันอยากจะทำ ฉันว่าสื่อมันอย่างนั้นอย่างนี้ เวลาที่เห็นอะไร ไม่ตรงข้ามก็จะพูดอีกแบบหนึ่ง ถ้าเวลาเห็นอะไรตรงข้ามก็จะพูดแบบที่ฉันชอบ ผมจึงบอก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ กรุณาได้ถอนพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปก่อน แล้วก็ไปทำประชาพิจารณ์ให้ชัดเจนมากกว่านี้ ตั้งโต๊ะระดมความคิดเห็นท่านอุตส่าห์เป็น รัฐมนตรีแล้วท่านเชิญสมาคมสื่อเลยเชิญผมไปด้วยแล้วเดี๋ยวผมจะช่วยถาม เชิญนักข่าวที่อยู่ ห้องสื่อมวลชนที่เขาเป็นระดับปฏิบัติการ ไม่ใช่ บก. ข่าว ไม่ใช่กรรมการสมาคม เป็นนักข่าวล้วน ๆ เอาไปพูดคุยกัน แล้วดูแล้วสังเคราะห์ดูครับว่ามันถูกกาละและเทศะ หรือไม่ ผมจึงนำเรียนท่านประธาน ขอให้ทางรัฐบาลได้ถอนกฎหมายฉบับนี้ออกไปก่อน ขอบพระคุณครับ