รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๔ มกราคม ๒๕๖๖

มานพ คีรีภูวดล เสนอแนะว่ามาตรา 14 (9) ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มีข้อขัดแย้งหลายประการ เช่น การเดินทางลำบากในภาคชนบท การไม่มีระบบขนส่งที่ดี การไม่มีระบบสื่อสารที่ดี และการไม่มีเทคโนโลยีที่ดี นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างการจัดการศึกษาที่ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลและพยายามจัดการเอง องค์กรมีนโยบายเพิ่มโอกาสให้ครูอัตราจ้างและครูจ้างเหมาในการเลื่อนตำแหน่งและพัฒนาทักษะการทำงาน

นายมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... มาตรา ๑๔ ใน (๙) และ (๑๐) ผมคิดว่าผู้ที่ร่างกฎหมายใน (๙) คงนึกภาพไม่ออกว่าในภาคชนบท มันมีการเดินทางที่ลำบาก จริง ๆ แล้วผมมีคลิป (Clip) ว่าเด็ก ๆ เดินทางอย่างไร อันนี้ไม่ใช่ ห่างไกลนะครับ แค่หย่อมบ้านเวลาน้ำท่วม เวลาเกิดอุทกภัย เวลาเกิดดินถล่ม พวกเราเกิดมา ไม่ได้มีระบบขนส่งที่ดีนะครับ พวกเราเกิดมาไม่ได้มีระบบสื่อสารที่ดี พวกเราเกิดมาไม่ได้มี เทคโนโลยีที่ดี ท่านจะเขียนในฐานะที่ท่านอยู่ในสภาพแวดล้อมทั้งนั้น ผมเข้าใจว่าคนที่ร่าง เอาสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองอยู่ แต่ความเป็นจริงแล้วในสังคมประเทศนี้มันมีความแตกต่าง มันมีความลำบากที่แตกต่างกันค่อนข้างที่จะเยอะมากนะครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะ นำเสนอครับ จริง ๆ แล้วเรามีตัวอย่างและมีความพยายามในเรื่องที่จะทำอย่างไรให้เด็กและ ผู้ปกครอง ชุมชนอยู่ร่วมกัน เรามีตัวอย่างการจัดการศึกษาที่เราเรียกว่าศูนย์การเรียน ผมยกตัวอย่างแล้วผมเคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้ เช่น ศูนย์การเรียนมอวาคีอยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเลย โดยหลักแล้วตาม พ.ร.บ. เดิม เขาต้องได้รับงบประมาณ หรือค่าอาหารหรือค่าดูแล แต่ว่าเขาพยายามที่จะจัดการเอง บุคลากรทางการศึกษาก็คือ มีวุฒิการศึกษาเหมือนกับคนทั่วไป เหตุผลสำคัญก็คือว่าเขาไม่อยากให้ลูกหลานของเขา เดินทางออกไปนอกหมู่บ้านที่มันไกลเกินไปอันนี้ประเด็นที่หนึ่ง เพราะว่าไม่มีค่าใช้จ่าย เกิดความอันตราย ความห่างไกล ระบบการเดินทางต่าง ๆ อันนี้คือเป็นประเด็น ส่วนที่ ๒ อีกศูนย์หนึ่งคือที่บ้านแม่ลานคำ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ อันนี้ก็เป็น ตัวอย่างความพยายามว่าการที่ลูกหลานของเขาจะต้องออกจากชุมชนไปไกล ๆ ทั้งเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย ความอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้ เขาพยายามจะทำอย่างไรก็ได้ เอาวิถีของชุมชนผสม กับเรื่องของระบบการศึกษาที่มันเป็นระบบกลางมาอยู่รวมกัน มีการจัดทำหลักสูตร ตาม พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๒ เป๊ะเลยครับ แต่วันนี้ก็ถูกละเลย เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ที่ผมพูดมา ในมาตรา ๑๔ (๙) ผมคิดว่าอะไรก็จะรวม อะไรก็จะรวม ผมคิดว่าท่านยังไม่เข้าใจบริบท ต่าง ๆ ที่มันเป็นข้อเท็จจริงในสังคมนี้ และท่านไม่ได้เสนอทางเลือกอื่น ๆ ว่าจริง ๆ แล้ว มันมีทางออกอื่น ๆ ที่จำเป็นและสำคัญ

ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอภิปรายใน (๑๐) เขาบอกว่าเป็นการเลื่อนวิทยฐานะ หรือเลื่อนตำแหน่งครู อันนี้ผมก็คิดว่าก็เป็นไปตามระบบ ท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรก็ว่ากันไป ท่านมีวิธีการหรือเนื้อหา แพลตฟอร์ม (Platform) มีการติดตามประเมิน ผมคิดว่าอันนี้ ผมไม่ได้ติดใจ ผมคิดว่ามีคนอยู่ ๒ กลุ่มที่ท่านละเลย แล้วเขาก็คือครูที่อยู่ในโรงเรียนนั้น เขาก็คือบุคลากร เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้เป็นข้าราชการเท่านั้น ก็คือครูอัตราจ้างกับครูจ้างเหมา คนเหล่านี้จะถูกพัฒนาและยกระดับอย่างไร คนเหล่านี้ต่างหากที่เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับ นักเรียน ผู้ปกครอง สอนหนังสือ และที่สำคัญคือเขาเป็นทั้งแรงงาน เป็นทั้งคนสอน บางที มันเป็นโรงเรียนสาขา บางทีมันเป็นโรงเรียนกลุ่มหย่อมบ้าน เนื่องจากว่าชุมชนทั้งชุมชน มันไม่ได้เป็นแบบในเมืองทั้งหมด มันมี ๑ หมู่ที่ บางหมู่ที่มี ๖ หย่อมบ้านอย่างนี้ เพราะฉะนั้น คือกระบวนการจัดการศึกษาที่เราเรียกว่าเป็นสาขาหรือเป็นศูนย์การเรียนย่อยจึงมีความ จำเป็น เพราะฉะนั้นบุคลากรกลุ่มหนึ่งที่ผมคิดว่ามันไม่ใช่เฉพาะที่คนจะต้องเลื่อนวิทยฐานะ ที่เป็นครูเป็นข้าราชการเท่านั้น บุคลากรเหล่านี้มีจำนวนค่อนข้างที่จะเยอะ ผมเจอในพื้นที่ เป็นครูจ้างเหมา ๕ ปีแล้ว เขาพยายามสอบแต่ว่ากระบวนการที่จะดันให้คนเหล่านี้ซึ่งเป็น ลูกหลานของคนท้องถิ่น ซึ่งเป็นคนพื้นที่และเข้าใจบริบทในพื้นที่ ครูอัตราจ้างบางคนวันนี้ เป็น ๑๐ ปีแล้วนะครับ ยังไม่มีวิธีการที่จะทำงาน เพราะฉะนั้นกระบวนการที่จะทำให้ บุคลากร เพื่อเป็นไปวัตถุประสงค์การศึกษาตาม พ.ร.บ. นี้ นอกจากครูแล้วคือบุคลากร ทางการศึกษาที่ทำหน้าที่ในการสอน ในการพัฒนาโรงเรียน ในการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน โรงเรียนแล้วก็นักเรียน อัตราจ้างและครูจ้างเหมาเหล่านี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้อง พูดถึงและทำความชัดเจนให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ได้มีสถานะที่จะเป็นครู เป็นบุคลากรที่จะ ทำให้การศึกษาของชุมชนนั้น ๆ มีความหมายตามวัตถุประสงค์นี้ครับ ขอบคุณมากครับ