ปดิพัทธ์ ชี้ควรถกเถียงระบบสูตรคำนวณ ส.ส. อย่างรอบคอบ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

ปดิพัทธ์ สันติภาดา แสดงความกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นการคำนวณสัดส่วนคะแนนเสียง ส.ส. โดยเห็นว่าระบบบัตรสองใบยังมีข้อถกเถียง ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความเป็นธรรมและหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต จึงเสนอให้ปรับปรุงกติกาการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและการเมือง พร้อมผลักดันการยกเลิกมาตรา 91 และแก้ไขมาตรา 4 เกี่ยวกับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยเน้นการกำหนดหลักการในรัฐธรรมนูญแต่เปิดพื้นที่เจรจาในรายละเอียดผ่านกฎหมายลูกและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและทุกคะแนนเสียงมีความหมาย.

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นนะครับ ท่านประธานครับ จากการอภิปรายในตลอดช่วงวันนี้เราได้เห็นแล้วว่าทางรัฐสภาของเรานั้น มีฉันทามติในเรื่องการแก้ไขในมาตรา ๓ ก็คือเรื่องของการเปลี่ยนจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อให้เป็น ๔๐๐ และ ๑๐๐ แล้วกำหนดให้ชัดเจนว่าจะมีบัตร ๒ ใบ เรื่องนี้ ผมอยากจะยืนยันว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วยและเป็นฉันทามติ แต่ประเด็นที่ซึ่งเราแก้ปัญหา จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไปได้แล้ว ๑ เปราะ ก็คือเรื่องของบัตร ๒ ใบ ทีนี้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นยังมีปัญหาเรื่องการคำนวณคะแนนอยู่ แล้วเรากำลังจะแก้ปัญหานี้ ในมาตรา ๙๑ แต่ท่านประธานครับ จากการอภิปรายในรัฐสภาแห่งนี้เราจะเห็นว่าความคิดเห็น ในรัฐสภาแห่งนี้ยังไม่ลงตัว มีความคิดว่าการคำนวณด้วยจำนวน ส.ส. พึงมีนั้นน่าจะเป็น คำตอบกับการเมืองยุคนี้ ที่ไม่ทำให้เกิดความเบี่ยงเบนของการคำนวณคะแนน และเปิดพื้นที่ ให้การแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างพรรคกลาง พรรคเล็ก แล้วก็พรรคใหญ่ ให้มีการแข่งขัน ที่เป็นธรรม คะแนนเสียงไม่ตกน้ำ และทำให้มีสมดุลในการจัดสัดส่วนที่นั่งของ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ในขณะเดียวกันระบบการเลือกตั้งแบบเอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) ก็ยังมีข้อดี ในการสร้างสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และความคิดเห็นของท่านกรรมาธิการคุณหมอ ชลน่านนั้นประทับใจผมเป็นอย่างมากนะครับ ก็คือคะแนนเสียงของ ส.ส. เขตนั้นก็มีค่า ไม่ต่างกับคะแนนที่เลือกพรรคเลย เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าโจทก์แบบนี้นั้นจึงเป็นเรื่องที่ เร่งรีบเกินไปที่จะทำให้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้น ถูกเขียนกติกา ที่ยังเป็นข้อถกเถียงที่มากขนาดนี้อยู่ และการที่เราเขียนในรัฐธรรมนูญไปแล้ว แล้วกลายเป็น กฎที่แก้ไขได้ยากนั้นจะทำให้เราไม่ประณีต ไม่รอบคอบในการคิดสมการต่าง ๆ และเรา อาจจะต้องมาเสียใจในภายหลังว่า เราได้ผ่านกติกาการเลือกตั้งที่ไม่รอบคอบขนาดนี้ ได้อย่างไร

ท่านประธานครับ ผมอยากเชิญชวนรัฐสภาแห่งนี้ได้คิดว่าระบบการเลือกตั้งนั้น เป็นระบบที่จะมีการพัฒนาการขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ หรือปี ๒๕๖๐ นั้น มีโจทย์ทางการเมืองและโจทย์ทางสังคมเฉพาะของยุคนั้น ๆ เพราะฉะนั้น ตอนนี้เรายังไม่ได้คุยเรื่องโจทย์ทางการเมืองและโจทย์ทางสังคมที่เราต้องการแก้ แต่เรามาคุย เรื่องกติกาในการแข่งขันก่อน เรื่องนี้ผมจึงเห็นว่ารัฐสภาของเราอาจจะไม่รอบคอบ ไม่รอบคอบในเชิงเนื้อหายังไม่พอ ไม่รอบคอบในเชิงของกระบวนการด้วย เพราะเราเห็น ความวุ่นวายตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ ก็ยังดีนะครับที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ถอน เอามาตราหลายมาตราที่อาจจะทำให้ถูกตีความว่าแก้ไขเกินหลักการนั้นออกไปแล้ว ทำให้เราสามารถเดินหน้าประชุมต่อได้ ท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่อยากจะเรียกระบบ จัดสรรปันส่วนที่ถูกต้องว่าระบบเยอรมัน เพราะความตั้งใจของเราไม่ได้คิดจะเอา ประเทศเยอรมันมาใช้กับประเทศไทย แต่สิ่งที่เราเห็นข้อดีของการคำนวณแบบนี้ ก็คือเราจะทำให้สัดส่วนนั้นเป็นธรรมที่สุด เพราะจริง ๆ แล้วการแข่งขันในสนามการเลือกตั้งนั้น พรรคการเมืองจะมีความมั่นใจ ก็ต่อเมื่อทุกคนนั้นมีโอกาสที่จะเข้ามาสู่สนามแห่งนี้ ประชาชนก็จะมั่นใจว่าคะแนนเสียง ของเราที่กาไป ไม่จำเป็นต้องเป็นการสเตตทิชติกโหวต (Statistic Vote) ว่าจะเลือกใคร เท่านั้น ถึงจะชนะเท่านั้น แต่คะแนนเสียงทุกคะแนนเสียงของประชาชนนั้นได้ถูกนับเอาไปด้วย เพื่อให้มีตัวแทนของเขาในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ

เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาช่วงสุดท้ายนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ของทางสภานะครับ ได้นำเสนอร่างที่ผมได้สงวนญัตติเอาไว้ ซึ่งเป็นร่างเดียวกับที่ ท่านนิกร จำนง ได้สงวนญัตติไว้ด้วยนะครับ ผมขอเพิ่มข้อความแค่นี้เองครับท่านประธาน เราไม่จำเป็นต้องเขียนรายละเอียดทุกอย่างในรัฐธรรมนูญ เพราะเราต้องการเวลามากกว่านี้ ในการถกเถียงกันในกฎหมายประกอบ แต่สิ่งที่ผมเพิ่มลงไปในนี้ ถ้าท่านสมาชิกจะกรุณา จะอยู่ที่หน้า ๒๕ ของรายงานกรรมาธิการชุดใหม่ ผมเขียนไว้อย่างนี้ว่า มาตรา ๔ ให้ยกเลิก ความในมาตรา ๙๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ผมมีการตัด พุทธศักราช และคำว่า ข้อ ออกนะครับ

ย่อหน้าต่อมาบอกว่ามาตรา ๙๑ การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้ง ให้นำคะแนนที่แต่ละ พรรคการเมืองได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศ แล้วนำจำนวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมเพิ่มข้อความนี้นะครับ นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ตามมาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง ซึ่งมาตรา ๘๓ วรรคหนึ่งนั้นคือจำนวน ๕๐๐ คน เพราะฉะนั้นเมื่อ เราได้คะแนนรวมทั้งประเทศ สำหรับการกาแบบบัญชีรายชื่อ ก็คือบัตรใบที่ ๒ ที่มีการ แก้ไขแล้วในมาตรา ๘๓ คะแนนที่เลือกพรรคนั้นเองก็จะมาถูกหารด้วย จำนวน ๕๐๐ คน ผมไม่ได้คิดว่าตรงนี้เรียกว่าจำนวน ส.ส. พึงมีนะครับ ซึ่งคำว่า ส.ส. พึงมีนั้นปรากฏอยู่ในร่าง ของท่านสาทิตย์จากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าหลักการที่ท่านสาทิตย์ คิดนั้นก็มีความชอบธรรม แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะไปลงรายละเอียดมากเกินไป ในรัฐธรรมนูญ และยังมีประเด็นที่เราต้องถกเถียงกันคือการกำหนดจำนวนของ ส.ส. เขต ที่จะส่งนั้น ๑๐๐ เขตถึงจะส่งปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ได้ ซึ่งตรงนี้ผมว่ายังเป็นประเด็นที่ ทุกพรรคการเมืองยังอยากจะต้องถกเถียงต่อ ผมจึงไม่ได้คิดว่าจะเสนอเรื่องนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าเราเห็นด้วยกันว่าการคิดจำนวน ส.ส. พึงมีนั้น จะทำให้เกิด ความชอบธรรม เกิดความสมดุลของความมั่นคงในสถาบันทางการเมือง และเกิดความโปร่งใส ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจได้ ผมคิดว่าเราสามารถสนับสนุนร่างที่ผมได้สงวนญัตตินี้เอาไว้ แล้วเราไปถกเถียงกันต่อในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ในฐานะของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ตอนที่ผมประชุมอยู่นี้ผมก็ไม่อยากให้เกิดบรรยากาศว่าประธาน กรรมาธิการมาจากพรรคใหญ่ รองประธานกรรมาธิการมาจากพรรคใหญ่ แล้วก็ประชุมกัน เพื่อพรรคใหญ่ ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ ผมไม่ได้มีความรู้สึกอย่างนั้น แต่ผมมีความรู้สึกว่า กรรมาธิการก็ยังเปิดโอกาสให้ผมสงวนความเห็นและอภิปรายเหตุผลตรงนี้ ผมไม่ได้สู้ เพื่อพรรคก้าวไกล แต่ผมอยากจะอภิปรายเรื่องนี้เป็นเหตุผลให้กับทุกพรรคการเมืองได้โปรด พิจารณาว่า ถ้าเราต้องการแข่งด้วยกติกาที่เป็นธรรม และเราอยากจะออกแบบกติกา ให้ประณีตกว่านี้ เรากำหนดหลักการไว้ในรัฐธรรมนูญได้ และรายละเอียดเราไปถกเถียงกัน ให้อย่างรอบคอบประณีต เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เปิดรับฟังความคิดเห็นของ นักวิชาการที่จะมาช่วยกันขัดเกลา ผมคิดว่าเราจะตัดสินใจเรื่องนี้ได้อย่างชาญฉลาด และรอบคอบในอนาคตครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะขอสมาชิก ได้โปรดสนับสนุนร่างการสงวนความเห็นของท่านนิกร จำนง และผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในมาตรา ๔ ด้วย ขอบคุณครับ