ขจิตร แจงเหตุผลร่างกฎหมายรัฐบาลดิจิทัล ชี้ปรับเวลา 240 วันช้าเกินไป

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

ขจิตร ชัยนิคม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเห็นด้วยในหลักการแต่ท้วงติงรายละเอียด เช่น เวลาดำเนินการ 240 วันที่ช้าเกินไป และการยกเว้นหน่วยงานนิติบัญญัติ ตุลาการ และองค์กรอิสระ ซึ่งควรถูกนำมารวมให้ใช้กฎหมายนี้พร้อมกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนในยุคดิจิทัล และเรียกร้องให้กรรมาธิการแก้ไขร่างให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานของรัฐอย่างเท่าเทียมกัน

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิก รัฐสภา ในร่างพระราชบัญญัติปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ ผมอยากจะอภิปราย ผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกแห่งสภานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างนี้ สิ่งที่ผม อยากจะย้ำ แล้วก็ขอบคุณรัฐบาลที่เสนอกฎหมายนี้ในเวลานี้ แม้ว่าโดยสภาพทั่วไป หลายท่านก็มองว่าจะช้าเกินไป แต่ว่ายังทันเหตุการณ์อยู่ ก็อยากจะย้ำไปยังกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นให้เข้าใจว่า หลักการคือให้มีกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดชัดเจนแล้วว่า โดยหลักการนี้ก็ยินดีที่จะให้ กรรมาธิการหรือสภาแห่งนี้ได้ตั้งตัวแทนไปเพื่อทำให้กฎหมายนี้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด แล้วก็ เป็นประโยชน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ถ้าผมเปลี่ยนเหตุผลได้ผมก็อยากจะ เปลี่ยนว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเป็นด้านหลัก ส่วนต่อไปนั้นมันจะเป็น ประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินตามมา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อไปดู ในรายละเอียดรายมาตรา โดยหลักการนี้ผมเห็นด้วยแล้ว เห็นชอบแล้วว่าควรจะมี แต่ว่า เมื่อไปดูรายละเอียด ผมมีข้อท้วงติงที่จะฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญ โดยเฉพาะในส่วนที่ ตัวแทนของคณะรัฐมนตรี เพราะกฎหมายนี้เป็นกฎหมายของคณะรัฐมนตรี ได้ฟังคำชี้แจง ของท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย ไม่ใช่เวลาไปพิจารณาตัวแทนของรัฐมนตรีก็จะไปรักษาร่างนี้ ทุกอย่าง ไม่ได้ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ นี้ ตั้งแต่มาตรา ๒ เลย ผมจะเห็นด้วย ในลักษณะว่าชื่อของพระราชบัญญัติเท่านั้น ตั้งแต่มาตรา ๒ ท่านบอกว่าให้ใช้ทันที มีมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ อันนี้ใช้ทันที ผมก็ตาม ไปดูอีก ใช้ทันทีคืออะไร ใช้ทันทีพอไปดูในมาตราต่าง ๆ เหล่านั้นก็กำหนดเวลาให้ทำงาน ๒๔๐ วัน เช่น มาตรา ๑๙ มันนานไปครับ หลังจากทำแล้วคณะกรรมการ สำนักงานระบบ ราชการ พัฒนาระบบราชการ คณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการพัฒนาธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานเหล่านี้ ไปทำให้เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน มันไปยืดเวลา มาตราเหล่านี้ใช้ทันที คือแปลว่าให้กรรมการ ทำทันที แต่ว่าให้เวลากรรมการไปทำ ๒๔๐ วัน ผมว่ามันช้าไป ถ้าจะทำให้เสร็จ ๖๐ วัน ก็ทำเสร็จได้ ทำ ๒๔๐ วัน ความสามารถก็ไม่เกินทำเสร็จ ๖๐ วันหรอก ถ้าจะทำลำดับเร่งรัด จริง ๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน อันนี้คือเรื่องที่ฝากไว้ แล้วก็ไม่เห็นด้วยในกรณีที่เขียนไว้ ใน (๕) จะใช้บังคับเฉพาะหน่วยงานของรัฐ แล้วก็ยกเว้นหน่วยงานทางนิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดไว้ใน กฎกระทรวง อันนี้ไม่เห็นด้วย ในรายละเอียดนี้แก้ไขได้ รัฐบาลทำกฎหมายนี้เป็นกฎหมาย ฉบับแรกที่ผมพบ ตั้งแต่ทำกฎหมายมาเป็นร้อยกว่าฉบับนี้ ร่างฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่ผมพบว่า เวลารัฐบาลทำก็คือทำในส่วนของรัฐบาล แล้วก็เกรงใจฝ่ายนิติบัญญัติ เกรงใจฝ่ายตุลาการ ไม่ได้ละครับ กรรมาธิการต้องไปเขียนตัดออก ให้ใช้พร้อมกันเลย หน่วยงานทางฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ หรือองค์กรอิสระ เพื่อประโยชน์ของประชาชนนี้ต้องใช้ ทุกหน่วยงานเลย ฝากไว้ ฝากไว้ให้กรรมาธิการวิสามัญ แล้วผมจะเป็นคนหนึ่งที่จะแปรญัตติ ตัดออกด้วย ไม่มีเหตุผลหรอกครับ ที่ท่านอ้างมาไม่เป็นเหตุผลหรอก ท่านอ้างบอกว่า เพราะว่ามีวิธีการ มีอะไรที่เป็นอิสระของท่าน ก็อิสระอยู่ตลอดละครับ กฎหมายทุกฉบับก็ไม่ได้ยกเว้น เวลาท่านจะยกเว้นท่านก็อ้างเหตุผลนี้ ไม่ใช่เหตุผลครับ ท่านอ้างไว้ซึ่งผมไม่รับเหตุผลนี้ เพราะฉะนั้นฝากไปด้วย คนที่จะไปแปรญัตติ หรือว่าทำในวาระที่ ๒ ให้ตัดออก ใช้กัน หมดเลย ประชาชนประเทศนี้เข้าไปหน่วยงานไหนก็ให้ใช้แบบนี้เป็นมาตรฐานของ ประเทศไทยในยุคดิจิทัล (Digital) มันมีบางมาตรานี่ท่านประธานอยู่ข้างใน อันนั้นเขียนไว้ได้ ในบางมาตราเขียนไว้ว่าหน่วยงานใดไม่พร้อมให้เสนอรัฐบาลไป ให้แสดงถึงความไม่พร้อม ของตัวเองไป ดูสิว่ามีหน่วยงานไหนจะมาแสดงว่าไม่พร้อม ให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกา บอกหน่วยงานนี้ใช้ไม่ได้เพราะมีคนไม่พร้อม จะได้รู้ว่าการปฏิรูปประเทศที่จะประเมิน หน่วยงานเป็นกรม เป็นอธิบดีกรมไหน ปลัดกระทรวง จะขึ้นสีแดง สีเขียว ตามสภาวะของ สภาพัฒน์ที่กำหนดไว้ซึ่งยังไม่ใช้ชัดเจนนั้น จะได้รู้ว่าหน่วยงานไหนที่ไม่พร้อม ไม่ผ่านที่จะเข้า สู่ระบบดิจิทัล (Digital) ไม่ผ่านที่จะเข้าบริการประชาชนอย่างทันสมัย ก็ให้รู้ว่าควรจะเปลี่ยน หน่วยงานนั้น เพราะฉะนั้นเฉพาะเวลาที่มีอยู่ผมก็แสดงความเห็นว่า ให้เป็นความรับผิดชอบ ของรัฐบาลที่จะประเมิน ท่านเขียนไว้ดีแล้ว แล้วให้สำนักงานกฤษฎีกาตรวจสอบเป็นรายวัน ราย ๓๐ วัน ๙๐ วัน แล้วเสนอปรับปรุงต่อรัฐบาล ต้องขอขอบคุณ และขอชมเชยรัฐบาล ที่เสนอกฎหมายนี้ในเวลาที่ไม่ช้ามากนัก และท่านบอกชัดเจนว่าให้สภาแห่งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ สภา รัฐสภาได้พิจารณากฎหมายปฏิรูปนี้ โดยยึดผลประโยชน์และความสมบูรณ์ของ ประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอบคุณครับ