สุพิศาล ชี้ปฏิรูปการศึกษาด่วน เตรียมเยาวชนรับยุคดิจิทัล-ควอนตัม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลและยุคควอนตัม พร้อมเสนอให้ปรับบทบาทครูเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ และพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะสองภาษา สองอำนาจ เพื่อก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลกที่พร้อมรับมือกับเทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจยุคใหม่

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้มาในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมขอร่วมอภิปรายในวาระรับร่างหลักการพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ วันนี้เราคงมาพูดกันถึงหลักการ โดยเฉพาะ ผมจะเข้าไปที่หมวด ๑ ครับท่านประธาน หมวด ๑ เป็นเรื่องของวัตถุประสงค์และเป้าหมาย มันมีเวิร์ดดิง (Wording) สำคัญหรือนิยามสำคัญ ๆ คือใช้คำว่า มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนา ความถนัดของตนเองเกิดขึ้นตามความเชี่ยวชาญได้ นี่คือสิ่งที่ผมจะอธิบายต่อไปครับ ท่านประธาน

ความสำคัญของมัน ก็คือว่าขณะนี้โลกกำลังเปลี่ยนไปอยู่ในโลกดิจิทัล (Digital) อีกหน่อยท่านอาจจะพบเวิร์ดดิง (Wording) ที่มีคำภาษาอังกฤษว่า ควอนตัม เอนแทงเลเมนต์ (Quantum Entanglement) คือความผันผวนเชิงควอนตัมครับท่านประธาน ท่านอาจจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่ผมจะอธิบายให้ฟังพอคร่าว ๆ นะครับว่าโลกดิจิทัล (Digital) หรือที่เราเรียกดิจิทัลเวิลด์ (Digital World) ที่อยู่บนออนไลน์ (Online) ทั้งหมดนี้กำลังจะ เปลี่ยนไปในอนาคตข้างหน้าวิชวลเวิลด์ (Visual World) ที่เป็นอยู่บนอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งหมดนี้ อีกหน่อยควอนตัมเวิลด์ (Quantum World) กำลังจะมาถึง และเร็วครับท่านประธาน โดยเฉพาะขณะนี้สหรัฐอเมริกาและจีนก้าวล้ำไปถึงการมีควอนตัม คอมพิวเตอร์ (Quantum Computer) แล้ว ความเร็วของมันคำนวณแบบบิต (Bit) แบบเป็น พลวัต แล้วเร็ว เร็ว เร็ว โลกจะเปลี่ยนได้เร็ว สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของความรู้ที่เราเรียกว่า อะตอม (Atom) เป็นสสารที่เล็กที่สุดไม่ใช่แล้วครับ ขณะนี้มันมีคลื่นอนุภาคที่เรียกว่าควาร์ก (Quark) มี ๖ ควาร์ก (Quark) ครับท่านประธาน กำลังจะเคลื่อนประเทศ และเคลื่อนโลก เคลื่อนจักรวาล มันเป็นโลกของฟิสิกส์ควอนตัม (Physics Quantum) สมัยใหม่ที่จะเข้ามา เชื่อมความรู้ทั้งหมดให้มวลมนุษยชาติในเร็ว ๆ นี้ครับท่านประธาน นั่นคือองค์ความรู้ ที่เด็กไทยกำลังจะต้องก้าวย่างเข้าไปในเรื่องของการสร้างองค์ความรู้ และพระราชบัญญัติ แห่งนี้จะเป็นพระราชบัญญัติที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงของคนในยุคนี้เปลี่ยนไปครับ ท่านประธาน

สาระสำคัญของมันต่อมาก็คือ ผมเชื่อว่ากฎหมายในที่นี้คือพระราชบัญญัตินี้ เป็นตัวที่จะไปขับเคลื่อนและสร้างพลังในการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะการศึกษา ของคนรุ่นใหม่ คนคิดใหม่ คนที่จะมีอะไรใหม่ ๆ เปลี่ยนไปครับท่านประธาน ความสำคัญของ หลักการมันก็คือ แน่นอนครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ มาตรา ๒๖๑ เรื่องการปฏิรูป การศึกษาที่บังคับใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งสำคัญการศึกษาคือต้องวัดที่ความต้องการ ความต้องการของระบบต่าง ๆ ครับท่านประธาน เรามีระบบที่อยู่ในการศึกษาโดยหลักการ คือภาคบังคับ ขณะนี้มีภาคทางเลือกอีกครับท่านประธาน ภาคบังคับ บลา บลา (Blah Blah) อยู่ในรายมาตรา แต่ในภาคบังคับนั้นก็จะมีครู อาจารย์ แล้วต้องเปลี่ยนรูปแบบครับ คงไม่ใช่ ครูมายืนตีไม้เรียวฟาด ฟาด ฟาด ก็คงต้องเปลี่ยนวิธีการคิดเป็นเทรนเนอร์ (Trainer) เป็นผู้ให้ความรู้เป็นเมนเทอร์ (Mentor) เป็นฟาซิลิเตเตอร์ (Facilitator) ที่จะมาอำนวย ความรู้ให้กับเด็กรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือผู้รับการศึกษาผู้รับการศึกษานั้นมีหลายช่วงวัย แน่นอนครับ แต่เราจะพูดถึงช่วงวัยที่อยู่ในการศึกษา พ.ร.บ. นี้ ก็คือ ๒ ช่วงวัยเท่านั้นเอง ที่อยู่ในเจนเนอเรชัน (Generation) ที่เรียกว่าซี (Z) ซึ่งอยู่ในช่วงอายุของปี ๒๕๔๐-๒๕๕๓ และที่กำลังเกิดคืออัลฟา (Alpha) คือปี ๒๕๕๓ จนถึงปี ๒๕๖๘ นี่คือ ๒ ช่วงวัยที่เด็กและเยาวชนที่นี้ที่จะมีความรู้ และจะเปลี่ยนไปครับ เพราะ ๒ รุ่นนี้ คือรุ่นที่มีแอ็กทีฟ (Active) มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคโนโลยีที่อยู่ในมือ มากมายครับท่านประธาน ฉะนั้นสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือผู้ที่รับความต้องการ ที่จะเปลี่ยนแปลงคือฉลาดขึ้นแน่นอน มีเทคโนโลยีและมีทางเลือก ท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้ เด็ก ม. ๓ สามารถไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศได้ สอบ กศน. เรียนภาษาอังกฤษเก่ง สอบ กศน. ภาคภาษาอังกฤษ แล้วกระโดดข้ามไปเรียนอยู่ที่ สวิตเซอร์แลนด์ ผมมีเพื่อนครับ ลูกเขาเรียนแบบนั้น แล้วเด็กไทยละครับ ถ้าเราส่งเสริม ให้เขาก้าวข้ามไม่ต้องเรียน ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เดี๋ยวนี้เขาก็ทำได้แล้ว นั่นคือโลกใหม่ สมัยใหม่ บนมือถือ สามารถเรียนรู้ได้ ท่านประธานครับ การเข้าถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ กราบเรียน นะครับ องค์ความรู้มีแพสซีฟโนว์เลดจ์ (Passive Knowledge) มีเอกซ์เพรสซีฟโนว์เลดจ์ (Expressive Knowledge) คือความรู้ที่ฝังติดตัวกับความรู้ที่จะรับเข้ามาใหม่ ความรู้ที่ทำให้ เราสามารถถ่ายทอด รับการถ่ายทอดมาได้ นั่นคือ ๒ ความรู้ที่การศึกษาในระดับนี้ต้องได้รับ

ฉะนั้นสิ่งที่อยู่ในกระบวนการของพระราชบัญญัติแห่งนี้ คือกระบวนการ การจัดการ คือการตรากฎหมายที่เกิดขึ้น เราต้องสร้างนะครับ สร้างไทย คนไทย เด็กไทย เป็นพลเมืองโลก มิใช่แค่เป็นคนไทยหรือเด็กไทยสมัยใหม่เท่านั้น พลเมืองโลกนี้คือเด็กไทย ต้องพูด ๒ ภาษา เด็กไทยต้องมี ๒ ทักษะ มีซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) และมีฮาร์ด เพาเวอร์ (Hard Power) มี ๒ หลัก ที่จะต้องไปเชื่อมโลก ออกไปทำงานในโลกต่าง ๆ ท่านเชื่อไหมครับว่าอีกหน่อยเด็ก ม. ๓ ต่างประเทศ ไม่จำเป็นแล้ว ไม่ต้องไปเรียนเลยครับ ออนแฮนด์ (On hand) บนมือถือ สามารถเรียนรู้ได้ เด็กตามต่างจังหวัด คุณพ่อคุณแม่ เปิดเชื่อมอินเทอร์เน็ต ออนแฮนด์ (Internet On hand) เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ ๒ หรือภาษาที่ ๓ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เขาดูหนังเกาหลีเขาก็พูดภาษาเกาหลีได้ เขาดูหนังญี่ปุ่น เขาก็พูดภาษาญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเรียนหนังสือแล้วครับ นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนโลก และเป้าหมายในการก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง จะทำให้พลเมืองไทยก้าวข้ามกับดัก รายได้ปานกลาง ซึ่งมีอยู่ในกับดักของประเทศไทย ถ้าเราทำคนทั้งหมดนี้ปีละ ๔๐๐,๐๐๐ คน ให้เคลื่อนปีละ ๔๐๐,๐๐๐ คน เราก็จะก้าวข้ามอันนี้ครับ พ.ร.บ. นี้ต้องตราไปให้ไกล ไปให้สุด ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุคการศึกษาไร้พรมแดนมีแล้วครับ บรอเดอร์เลส เอดดูเคชัน อีลา (Borderless Education Ela) กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย พ.ร.บ. แห่งนี้ต้องไปไกลให้สุด ๒๐ ปีครับท่านประธาน ถ้าเขียนแค่ ๑๐ ปี หรือ ๕ ปี ไม่ใช่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ