เสรี สุวรรณภานนท์ ระบุว่าปัญหาการเมืองปัจจุบันที่เยาวชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับไล่รัฐบาลและเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นผลมาจากการถูกชักจูงจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งนำไปสู่ความไม่สงบ เศรษฐกิจตกต่ำ และสังคมแตกแยก จึงควรสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไข ไม่ใช่พึ่งพาเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อข้อเสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐบาลที่ขอความเห็นจากสมาชิกรัฐสภาในเรื่องที่ เป็นปัญหาเกิดขึ้นซึ่งรัฐบาลเสนอมา ๓ เรื่องนั้น ผมว่าเป็นปัญหาที่สมควรพูดกันในสภา อย่างน้อยที่สุดแม้ว่าเงื่อนไขของการหารือให้ความเห็นกันในสภาแห่งนี้อาจจะไม่สามารถ ที่จะทำให้ผู้ชุมนุมนั้นยุติการชุมนุมได้ แต่ผมคิดว่ามันเป็นข้อเสนอที่น่าจะดีที่สุดในช่วงเวลานี้ ซึ่งเรานำเรื่องมาพูดที่เป็นความจริง เป็นเรื่องที่เสนอแล้วประชาชนรับรู้รับทราบข้อมูล เป็นเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงเป็นใยถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้
หัวข้อแรก ท่านประธานครับ ที่รัฐบาลห่วงว่าในขณะที่มีการระบาดของ โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่ ขณะนี้มีการชุมนุมในทางการเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ อาจทำให้ เกิดโรคระบาดง่าย ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ควรต้องทำความเข้าใจ ควรต้องให้ผู้ชุมนุม ได้รับทราบข้อมูลความเห็นว่าสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นจากการมาชุมนุมรวมกันมาก ๆ นั้นอาจเสี่ยง ที่จะติดโรคระบาดที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้พูดเพื่อจะยับยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมนั้นเลิกชุมนุม แต่เป็นเรื่อง ที่เราต้องเข้าใจถึงสภาพปัญหาว่าโรคโควิด (COVID) ที่ระบาดอยู่นั้นการเผยแพร่ไม่ใช่อยู่ใน แค่ผู้ชุมนุมเท่านั้น อาจจะมีผลกระทบไปถึงญาติพี่น้อง คุณพ่อคุณแม่ คนที่บ้าน ดังนั้นโรคที่ เกิดขึ้นเกิดจากการที่เรามารวมกลุ่มกัน จึงต้องมีมาตรการป้องกันที่สามารถจะแก้ปัญหา ไม่ให้บานปลายหรือไม่ให้แพร่ระบาดออกไป ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลก็พยายามทำอย่างดี รัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหาไม่ให้โรคระบาดนั้นเกิดขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่กังวลและต้องพูดถึง ซึ่งในเรื่องเหล่านี้ผมก็ขอชมเชยรัฐบาลว่าได้ป้องกัน ได้มีมาตรการแก้ปัญหามาเป็นอย่างดี สามารถที่จะป้องกันโรคระบาดไม่ให้แพร่ขยายออกไป ซึ่งเราน่าจะชื่นชมในผลงาน หรือการทำหน้าที่เป็นอย่างดีของท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และบุคลากร ทางการแพทย์ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่าเราก็เป็นห่วงได้ระดับหนึ่ง แต่การแก้ไข ปัญหานั้นก็คงจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างเคร่งครัด
หัวข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเรื่องของการชุมนุมที่ต่อเนื่องและเกิด ผลกระทบกับขบวนเสด็จนั้น ผมก็ต้องกราบเรียนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นบทเรียนสำคัญ ซึ่งเราก็ต้องดูตามตัวบทกฎหมายว่าถ้าใครกระทำความผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดี ถ้าทำผิดจริงก็ต้องถูกลงโทษ แต่อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมกราบเรียนแล้วว่า มันผ่านไปแล้ว ส่วนมาตรการที่จะเสนอแนะไปยังรัฐบาล ไปยังเจ้าหน้าที่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น คงต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เรื่องลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าเราไปฟื้นฝอยหาตะเข็บพูดกันไปมาก ๆ มันก็เป็นปัญหาความขัดแย้งไม่หยุดหย่อน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้ก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในลักษณะเช่นนี้อีก
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาในข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็ต้องกราบเรียนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นปัญหาทางการเมือง นี่คือความจริงครับท่านประธาน สิ่งที่มี การชุมนุมกัน มีการเรียกร้องกัน มีการเสนอให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีข้อเสนอก้าวล่วง ไปถึงสถาบัน สิ่งต่าง ๆ ที่เรียกร้องเหล่านี้ก็จะอยู่ในรัฐธรรมนูญนั่นละครับ เมื่อพูดถึง รัฐธรรมนูญ ข้อเรียกร้องต่าง ๆ รวมถึงไล่นายกรัฐมนตรี ขับไล่รัฐบาล ผมว่าอันนี้ก็คือสภาพที่ เกิดขึ้น มันคือการเมืองแท้ ๆ และการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเรามันก็เป็นฝักเป็นฝ่ายมาตลอด ท่านประธานครับ มันก็จะแบ่งเป็นข้าง แล้วก็ชักชวนพี่น้องประชาชนออกมาอยู่ข้างใด ข้างหนึ่ง เพราะฉะนั้นการเล่นการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราผมว่าเราน่าจะทบทวน ว่าหลักการเล่นการเมืองนั้นมันเลยเถิดไปไหม การเล่นการเมืองนั้นควรที่จะต้องมีวัฒนธรรม ทางการเมือง สร้างกระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยถูกต้อง ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย สร้างการเมืองให้อยู่ในรัฐสภาซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชน ผมว่านี่คือสิ่งที่พึงจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา แต่ในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเราแบ่ง ออกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าฝ่ายใดจะมาเป็นฝ่ายบริหาร ก็จะมี อีกฝ่ายหนึ่งออกมาขับไล่ ออกมาต่อต้าน ก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาตลอด แต่ในขณะ ปัจจุบันนี้มันแตกต่างไปจากสมัยก่อนในช่วงก่อนที่ผ่านมา คือไกลไปถึงกับว่าเวลาเราเล่น การเมืองส่วนใหญ่เราก็จะเป็นนักการเมือง มีหัวคะแนน มีผู้นำกลุ่มชุมชน มวลชนต่าง ๆ แต่ตอนนี้การเมืองเรา เราไปดึงเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เข้ามาร่วมเล่นการเมือง เข้ามาเรียกร้องในทางการเมือง เข้ามาขับไล่รัฐบาล ขับไล่ท่านนายกรัฐมนตรี เข้ามาเรียกร้อง ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ในยุคปัจจุบันเข้ามาร่วมเล่นการเมืองแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ เพราะทุกเรื่องเหล่านี้นั้นเป็นการเมืองทั้งสิ้น แต่เมื่อเป็นการเมืองลักษณะเช่นนี้แล้วเราจะทำ อย่างไร เพราะยิ่งพูดไป ตอบโต้กันไป ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง หรือเกินเลยเกินเถิด ขาดความเคารพ ขาดความเกรงใจ ขาดการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในยุคก่อน ไม่มีครับ ในสิ่งเหล่านี้ แต่ทำไมถึงมาเกิดขึ้นในยุคนี้ ผมเรียนตามตรงท่านประธานครับ ผมว่า สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น จะบอกว่านักเรียน เด็ก เยาวชน ออกมาด้วยความสุจริตใจ ออกมาด้วย จิตวิญญาณ ความรู้สึกที่ต้องการจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็ต้องมี คนอยู่เบื้องหลังครับ มันต้องมีครับ ถ้าไม่มีมันไม่สามารถจะเกิดเลยเถิดมาถึงขณะนี้ได้ แต่ส่วนการที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ก็ต้องทำความเข้าใจกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงแต่ทำให้ เกิดข้อเรียกร้องในหมู่มวลเด็ก เยาวชนเท่านั้น แต่มีผลกระทบที่ตามมาหลายเรื่อง บ้านเมือง ไม่สงบเรียบร้อย เศรษฐกิจมีปัญหา เศรษฐกิจบ้านเราก็แย่อยู่แล้วนะครับ สังคมแตกแยก ครอบครัวลูกก็ไม่ฟังพ่อแม่แล้ว พ่อแม่อบรมสั่งสอนก็ไม่เชื่อกันแล้ว ครูบาอาจารย์สอนเด็ก ไม่ได้แล้ว นี่คือเราเล่นการเมืองแบบเกินเลย เกินเถิดกันไปหรือเปล่า คนที่เกี่ยวข้อง คนที่อยู่ เบื้องหลังมีความรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ในบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องทำความเข้าใจ กัน ถ้าต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองให้ดีขึ้นจริง ใช้วิธีนี้มันถูกต้องแล้วหรือ ใช้วิธีกระบวนการที่ใช้มวลชนซึ่งใช้เด็ก ใช้เยาวชนออกมา เล่นการเมืองมาขับไล่รัฐบาล ออกมาเรียกร้องในทางการเมือง ทำเกินเลยขนาดนี้ถูกต้อง เหมาะสมแล้วหรือ ประเทศไทยถ้าเกิดเรื่องเหล่านี้อย่างยาวนานต่อเนื่อง เท่ากับถูกทำลาย โดยสิ้นเชิงครับ แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร ไล่กันไปไล่กันมาไม่เป็นไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองได้ เราไม่ได้สร้างให้สังคมทางการเมืองนั้น อยู่ในกรอบแนวทางที่พึงจะเป็น เราไม่สามารถจะทำให้เด็ก เยาวชนเรียนรู้ในสิ่งที่ เรียกว่าการเมืองนั้นควรจะต้องเดินในแนวทางไหน แล้วก็จะเป็นพฤติกรรมตัวอย่าง เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกแล้วคนรุ่นต่อ ๆ ไปก็จะชื่นชม แสดงความยินดี แสดงถึง ความกล้าหาญ แสดงถึงสิ่งที่กล้าแสดงออก มันกลายเป็นวีรบุรุษไป เราต้องการให้สังคม เกิดพฤติกรรมอย่างนี้ตั้งแต่เด็กหรือ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายาม แก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินที่ดีอย่างไรก็ตาม แต่รัฐบาล ยังไม่สามารถที่จะอธิบายให้เด็ก เยาวชนเหล่านี้เข้าใจได้ เพราะว่าเด็กเหล่านี้ถูกปลูกฝัง ความคิดความอ่านไปแล้ว ดังนั้นมาตรการการแก้ปัญหาคงไม่ใช่อยู่ที่รัฐบาลอย่างเดียว หรือไม่ใช่อยู่แค่สภานี้อย่างเดียว เราคงต้องขอความร่วมมือไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ที่บ้าน รวมถึงครูบาอาจารย์ในโรงเรียน ต้องช่วยกันชี้แนะแนวทางให้เด็ก เยาวชนเหล่านี้ เข้าใจถึงปัญหาอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้การบังคับ ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นทุกคนถ้าจะแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ได้ ผมว่าเมื่อมาถึงเวลานี้ ชั่วโมงนี้ สิ่งที่ต้อง ทำได้ดีที่สุดในขณะนี้คือความอดทน รัฐบาลก็ต้องอดทนที่จะต้องมีมาตรการการแก้ไขปัญหา ในทุก ๆ เรื่อง ประชาชนทั่วไปก็ต้องอดทน เพราะสิ่งที่มีผลกระทบนั้นนอกจากจะมีโอกาส ที่จะโดนเชื้อโรคแพร่กระจายแล้ว ยังมีผลกระทบในทางเศรษฐกิจอีก ก็ต้องเข้าใจว่า ถ้าหากบ้านเมือง ประเทศมันเดินไปข้างหน้า แล้วเดินด้วยความขัดแย้งของพี่น้องประชาชน ออกมารวมกลุ่ม ออกมาขับไล่กันอยู่อย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจมันไม่สามารถจะดีขึ้นได้แน่ ผลกระทบที่ตามมาก็จะตามมาสู่ทุกคนในประเทศ ทุกคนที่เรารัก ทุกคนที่เรารู้สึกห่วงใย มันกระทบไปหมด เพราะฉะนั้นเด็ก เยาวชน ผู้ชุมนุมเหล่านี้ถ้าสามารถทำความเข้าใจได้นะครับ ผมก็ต้องเรียน ตามตรงว่ามันเป็นเครื่องมือในทางการเมืองหรือเปล่า มันเป็นเครื่องมือในทางการเมืองที่มี บรรยากาศ มีผู้เรียกร้อง มีผู้มีความรู้สึกเดียวกันในสังคม มันกลายเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ในการที่จะทำงานการเมืองต่อไปแล้วได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ มันเล่นการเมืองไปแบบนี้ แล้วหรือเปล่า เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมก็อยากจะกราบเรียน เสนอไปยังรัฐบาล เพราะผมก็เข้าใจว่านอกจากรัฐบาลหรือทุกฝ่ายต้องมีความอดทนแล้ว ก็คงต้องไม่ใช้ความรุนแรงอย่างที่เป็นนโยบายที่กำหนดไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ถ้ามอง ย้อนกลับไปว่ารัฐบาลได้ทำผลงานอะไรมาบ้าง ผมว่าบางทีเราก็ต้องมองย้อนกลับไป ผมก็แปลกใจครับ ผมไม่ได้มาเชียร์รัฐบาล ไม่ได้มาเชียร์ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมแปลกใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่มีข้อเรียกร้องว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีออกจาก ตำแหน่ง แล้วมีเหตุผลอะไรที่มีเหตุผลจริง ๆ สมควรจริง ๆ ดูแล้วเป็นปัญหาจริง ๆ ที่จะต้อง ให้ออกจากตำแหน่ง ผมก็ยังไม่เห็นนะครับท่านประธาน ผมฟังเสียงพี่น้องประชาชน ที่แบ่งออกเป็นฝ่ายแล้ว ประชาชนทั่วไปเวลาไปในร้านกาแฟ ไปในตลาด ไปพบประชาชน ที่ไหน เขาก็มีคำถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีทำอะไรผิดหรือถึงจะต้องให้ลาออก ท่านนายกรัฐมนตรีทำอะไร เพราะว่าที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างมีคุณภาพ มีผลงานอย่างดี หลายเรื่องที่ผ่านมา แต่ต้องกราบเรียนทางรัฐบาลให้ทราบว่าผลงานที่พยายามทำ อย่างเต็มกำลังที่ผ่านมานั้น สร้างประเทศ สร้างบ้านเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ในเรื่องที่ดีขึ้น กว่าเดิมมันเกิดผลกระทบอีกด้านหนึ่ง คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่รัฐบาลทำ แต่ก็จะมี คนกลุ่มหนึ่งที่เสียประโยชน์จากการจัดการในสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง รัฐบาลพยายาม จะจัดระเบียบเรื่องการบุกรุกป่า คนที่บุกรุกป่าเข้าไปสร้างรีสอร์ต (Resort) เข้าไปอยู่อาศัย เข้าไปบุกรุก ก็ไปจัดระเบียบ ป่าไม้ดีขึ้น สังคมดีขึ้น แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกขับไล่ ที่ถูกรื้อถอนย่อมไม่พอใจ รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่กับการที่จัดระเบียบประมง แต่ในขณะที่ จัดระเบียบประมงนั้นก็มีคนที่ได้รับผลกระทบก็ไม่พอใจ รัฐบาลยังจัดระเบียบรถตู้ที่เป็น รถเถื่อนจอดที่ไหนก็ได้ ไม่ปลอดภัย พอจัดระเบียบไปอย่างดีคนส่วนหนึ่งก็ไม่พอใจ รัฐบาลมีนโยบายให้บ้านเมืองเรียบร้อย ให้ท้องถิ่นจัดระเบียบ พ่อค้าแม่ขาย หาบเร่แผงลอย ไม่ให้กีดขวางจราจร ให้คนเดินถนนสามารถเดินได้โดยสะดวกปลอดภัย คนค้าขายก็ไม่พอใจ เห็นไหมครับ นี่แค่ยกตัวอย่างนะครับ ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำอย่างดีนั้นบางทีก็มีผลกระทบกับ ความไม่พอใจเกิดขึ้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้ความไม่พอใจของคนละเล็กคนละน้อยเหล่านี้ เมื่อมีคนมาชุมนุมไล่รัฐบาล ผมก็เชื่อว่าคนเหล่านี้ก็ออกมาร่วมด้วย ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมันว่าถ้าใครไม่พอใจรัฐบาลก็จะออกมา รวมตัวกัน อย่างน้อยที่สุดจากผลของการเลือกตั้งจะเห็นได้ว่าคะแนนที่แตกต่างกันนะครับ ท่านประธาน คะแนนที่แตกต่างกันเท่ากับว่ามีคนส่วนหนึ่งเขาก็ไม่เอารัฐบาลอยู่แล้ว แต่พอมาเกิดเหตุการณ์ชุมนุมขึ้นก็เกิดการรวมตัวกันที่จะไม่เอารัฐบาล เพราะฉะนั้นผมคิดว่า สิ่งที่รัฐบาลทำมาหรือท่านนายกรัฐมนตรีทำมายังสามารถที่จะตอบชาวบ้านได้ ยังสามารถ ที่จะทำให้ชาวบ้าน ประชาชนทั้งประเทศ ๖๐-๗๐ ล้านคนพึงพอใจได้ เพราะฉะนั้นเหตุผล ของการให้รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีลาออก ผมฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนมาแล้วนะครับ ยังไม่มีข้อเรียกร้องไปไกลถึงขนาดนั้น ยังอยากให้นายกรัฐมนตรีนั้นอยู่ต่อไป ท่านประธานครับ ผมว่าสิ่งที่รัฐบาลจะทำได้ ผมอยากจะเสนอแนะไปทางรัฐบาลว่ารัฐบาลควรต้องมีการทำ ประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลให้ปรากฏกับประชาชน สาธารณชนทั่วไป เป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานให้ประชาชนได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ชัดเจน เพื่อให้ประชาชน ได้เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้บริหารประเทศ ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ดีที่สุดตลอดมา นี่คือสิ่งที่อยากจะเสนอแนะรัฐบาล อยากให้รัฐบาลมีอุปกรณ์เครื่องไม้ เครื่องมือ รัฐบาลมีอะไรครับ รัฐบาลมีข้าราชการ มีบุคลากร เจ้าหน้าที่มากมาย มีหน่วยงาน ราชการต่าง ๆ เยอะแยะ รัฐบาลมีงบประมาณในการใช้สอย มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ จำนวนมาก มีสื่อประชาสัมพันธ์ ผมกราบเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลใช้สิ่งเหล่านี้ ในการที่แสดงผลงานประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบความจริง ท่านใช้ไปเถอะครับ ถ้าให้ผมเป็นสมาชิกรัฐสภาผมก็จะเสนอในสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ประโยชน์ได้ปรากฏให้เห็น ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลทำมาแล้วมากมาย ระบบรางอะไรต่าง ๆ ทำเจริญรุ่งเรือง แต่คนลืมหมด แจกเงินแจกทองให้ประชาชนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลก็ต้องสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น ตอนนี้รัฐบาลมีเงินครับ อย่างน้อยกู้มาก็ยังเป็นเงิน ในส่วนภาคเอกชนเองท่านประธานครับ ราษฎรเองที่เขาทำธุรกิจเขาก็ยังมีเงิน เพราะฉะนั้น ในตลาดยังมีเงินหมุนเวียนอยู่ สิ่งที่ขาดก็คือคนระดับมีรายได้น้อย รากหญ้าที่เขามีความรู้สึก ว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะฉะนั้นก็คือต้องแก้ตรงนั้น ดังนั้นผมขอกราบเรียนตอนช่วงสุดท้ายว่า ให้รัฐบาลช่วยไปจัดการให้ที การแก้ปัญหาให้เด็ก เยาวชน เราไปพูดกับเขาตอนนี้ เขาไม่ฟังหรอกครับ เพราะเขาตั้งเป้าในการที่จะเรียกร้องอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลจะทำได้ ตอนนี้ก็คือการให้ครับ รัฐบาลจะมีนโยบายทำอย่างไรให้ประโยชน์สิ่งเหล่านี้กับเด็ก เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผมยกตัวอย่างนะครับ ช่วยไปคิดก็แล้วกัน คิดต่อว่าทำอย่างไรที่จะให้ เด็ก ๆ เหล่านี้เรียนฟรีให้มากที่สุด ทำอย่างไรที่จะทำให้ปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องสภาพ ความเป็นอยู่ เรื่องการแต่งกาย เรื่องทรงผม เรื่องของความเป็นอยู่ อาหารการกินของเด็ก เยาวชน จะให้นักเรียนเหล่านี้ได้สามารถใช้ชีวิต ดำเนินชีวิตมีความสุขได้อย่างไร ปรับหลักสูตรการศึกษา ทำอย่างไรให้นักเรียนเหล่านี้เกิดความรู้สึกว่าทางรัฐบาล พยายามจะเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษา ให้เข้าใจสภาพปัญหาให้มากขึ้น เข้าใจ กระบวนการการปกครองประเทศประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำอย่างไรให้เด็กได้เข้าใจ แล้วอะไรที่ยังเป็นปัญหากับคนที่เรียนหนังสือในปัจจุบัน อย่างเช่นเรื่องหนี้สิน กยศ. อย่างนี้ รัฐบาลลองไปปรับดูสิครับ ทำอย่างไรจะยกหนี้ กยศ. ได้ไหม หรือจะทำอย่างไรให้คนที่ เป็นหนี้ กยศ. เหล่านี้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ถ้าเลิกไปเลยมันก็จะเป็นประโยชน์ และเด็ก เยาวชนเหล่านี้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็จะรู้สึกว่าได้ประโยชน์จากรัฐบาล และอย่างน้อยที่สุดรัฐบาลก็จะต้องสร้างความอบอุ่นในครอบครัว ในบ้านในเมือง สิ่งสำคัญ ก็คือรัฐบาลจะต้องให้ความเชื่อมั่น มั่นใจได้ว่าเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา จบมาแล้ว ทำอย่างไรให้มีงานทำ เพราะฉะนั้นเมื่อพูดในสิ่งเหล่านี้ก็ต้องกระเถิบไปอีกอันหนึ่งว่านั่นคือ ย้อนกลับมาคำถามที่ว่าทำอย่างไรที่รัฐบาลต้องสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชน ทำอย่างไรที่จะลดกระบวนการการขออนุญาตต่าง ๆ ทำอะไรให้ง่ายขึ้น ทำอย่างไรให้คนที่มาลงทุน ไม่ว่าในประเทศ นอกประเทศ ลงทุนประกอบกิจการค้า ทำธุรกิจ ได้โดยสะดวก ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ดีขึ้นก็จะเกิดการสร้างงานสร้างรายได้ ทำสิ่งเหล่านี้ ให้เห็นครับ เด็ก เยาวชนเหล่านี้เขารอคำตอบจากรัฐบาล ผมว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าสภา ได้แนะนำรัฐบาล แล้วรัฐบาลเอาไปดำเนินการแก้ไข ผมว่าก็จะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง ที่เราพยายามจะให้ความจริงใจ ความรู้สึกที่ดีงาม ความรู้สึกห่วงใยกับเด็ก ๆ เยาวชนเหล่านี้ แล้วก็จะต้องสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับเขา แล้วเรื่องจงเกลียดจงชังทั้งหลายก็จะลดน้อย ถอยลงไปแล้วหมดไปในที่สุด ท่านประธานครับ ผมพยายามจะกราบเรียนในเวลาที่จำกัด ก็ฝากไว้ว่ารัฐบาลพยายามทำดีที่สุดแล้ว ผมว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็เห็น คนที่มา ชุมนุมมาเรียกนั้นก็เรียกร้องขับไล่ แต่อีกส่วนหนึ่งที่ประชาชนเขามาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อก็ยังมีอีกเยอะ จำนวนมาก ผมเข้าใจว่ามากกว่าด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ก็ขอว่ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมีความอดทน และท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องพยายาม สร้างประโยชน์ต่าง ๆ ต่อไป อย่าไปหยุดยั้ง สร้างผลงานให้ปรากฏ ให้ประชาชนได้เห็นต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ