โกวิทย์ พวงงาม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอให้ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับชาติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการกระจายการถือครองที่ดินเกิดความรวดเร็วและเป็นรูปธรรม รวมถึงตั้งคำถามถึงความจำเป็นของหน่วยงานที่อาจถูกยกเลิกและการติดตามประเมินผลในระดับชาติ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ความเห็นในการรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ความจริงในร่างต้องการที่จะปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยการโอนกิจการบางอย่างของกองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ และกองบริการจัดการที่ดินส่วนหนึ่งอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี กับอีกส่วนหนึ่งไปอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ผมขอเรียนว่า การตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่เราจะต้องมาดูว่าสำนักงานนี้ซึ่งขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีและมีฐานะเทียบเท่ากรม จะมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหามากน้อยเพียงใด นั่นคือประเด็นที่ผมอยากจะเสนอไว้
ท่านประธานครับ ปกติในการตั้งสำนักงานเพื่อไปตอบโจทย์ตามพระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีคณะกรรมการต่าง ๆ มีองค์ประกอบ โดยตำแหน่ง แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาที่ดินก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการกระจายการถือครองที่ดิน การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน แล้วเราก็เห็นว่าการที่มี คทช. ซึ่งได้ เรียกชื่อย่ออย่างนั้น แล้วการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ต่อนี้ไปก็จะรวมศูนย์อยู่ที่คณะกรรมการ คทช. ประสิทธิภาพตรงนี้มีความสำคัญ ผมจึงขอเสนอว่าเวลาเราทำงานในประเทศของเรา ถ้าคณะกรรมการที่คิดว่าจะบูรณาการเรื่องที่ดินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วย ในการจัดการตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาในส่วนของคณะกรรมการ แน่นอนครับ สำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติต้องเป็นฝ่ายที่ต้องดำเนินงาน แล้วก็เป็นผู้เสนอให้กับ คณะกรรมการ คทช. เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา จะต้องไปตอบโจทย์ที่สำคัญของการทำงานในเรื่องนี้อย่างมีคุณภาพด้วย อย่างไรก็ตาม การบูรณาการเรื่องการจัดการที่ดินถ้าไปอยู่ที่ คทช. จะต้องทำให้เห็นเป็นผลในเชิงปฏิบัติ หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาก็เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามข้อเสนอของผมนั้นผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ประเทศเรามีคณะกรรมการเยอะแยะ แต่ว่าเราไม่ค่อยเห็นประสิทธิภาพของคณะกรรมการ ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการ ซึ่งอาจจะต้องถามแล้วก็ให้ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย เช่นเราจะทำอย่างไร ให้คณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีอีกส่วนหนึ่ง แล้วปลัดกระทรวงอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ อันนี้เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาเรื่องของการประชุมก็ดี แล้วก็ในกฎหมายดูเหมือนว่าถ้าส่ง คนแทนต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในระดับที่ไม่ต่ำกว่าอธิบดี เพราะฉะนั้นสำนักงาน คทช. จะต้องเป็นตัวประสาน เป็นคนติดตามที่สำคัญต่อการนำเสนอ อย่างไรก็ตามในระดับจังหวัด ก็เช่นกัน เพราะว่าอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่าในระดับจังหวัดท่านสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม โดยให้มี คทช. ระดับจังหวัด อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ และผมคิดว่าต้นทางย่อมมีความสำคัญ ในการให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังพี่น้องประชาชนที่มีปัญหา ในเรื่องของที่ดินทำกินก็ดี การที่เขาจะต้องมีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิในที่ดินก็ดี การรับฟังปัญหา นี่ประเด็นที่ ๑ เวทีมีความสำคัญ ประเด็นที่ ๒ ก็คือการประชุมในระดับจังหวัด เราเห็นว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีกรรมการที่เกี่ยวข้องในระดับหัวหน้าส่วนราชการ และท้องถิ่นก็ดี จำเป็นจะต้องทำให้การประชุมนั้นมีประสิทธิภาพในการรับฟังและรวบรวม ปัญหาต่าง ๆ ที่จะเสนอให้กับ คทช. ระดับชาติ ผมจึงอภิปรายให้ความเห็นว่าประสิทธิภาพ ตั้งแต่ คทช. จังหวัดที่เราจะต้องให้ความมั่นใจกับการดำเนินการในเชิงโครงสร้างแบบนี้ว่า จะมีประสิทธิภาพ ส่งต่อมาให้ คทช. ระดับชาติ และคทช. ระดับชาติก็จะต้องทำให้เกิดความรวดเร็ว แล้วก็มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา นี่คือประเด็นที่ผมจะอภิปรายไว้ในส่วนที่ ๑
ในส่วนที่ ๒ เกี่ยวข้องกับสำนักงาน หลายครั้งที่เราตั้งสำนักงานก็เป็นประเด็นหนึ่ง เหมือนกันว่าไม่เป็นการตั้งสำนักงานเพื่อเพิ่มอัตราหรือว่าทำให้ข้าราชการเติบโต อันนี้ก็เป็น ส่วนหนึ่งที่ถูกตั้งคำถาม เพราะฉะนั้นผลงานของสำนักงานจะมีผลอย่างมากต่อการอภิปราย ในวันนี้ว่าการตั้งสำนักงาน คทช. ขึ้นมานั้นจะมีประสิทธิภาพในการรับลูกจาก คทช. จังหวัด และนำเสนอต่อ คทช. ระดับชาติได้ ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนและการกระจาย การถือครองที่ดิน เพราะฉะนั้นปัญหาที่ดินทั้งหมดมารวมศูนย์อยู่ตรงนี้ อย่างไรก็ตามหน่วยงาน ที่ถูกตัดออกไปจะหมดบทบาทหรือไม่ เพราะฉะนั้นการประสาน การติดตาม การประเมิน ย่อมมีความสำคัญต่อการทำให้สำนักงานนี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด รวมทั้งในระดับชาติ ด้วยครับ ขอบคุณครับ