สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐

เรื่องที่ ๓ การส่งมอบงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้นายกรัฐมนตรี

ตามที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่สํานักงานเลขาธิการ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้มีหนังสือแจ้งเรื่องการส่งมอบงานของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศให้นายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ตึกรัฐสภาแล้วนั้น ในการนี้ขอเปลี่ยนแปลงเวลาการถ่ายรูปร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี กับสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยให้พร้อมกันในห้องประชุมรัฐสภา เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา เพื่อเตรียมความพร้อม โดยท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก็ถ่ายรูปเลยนะครับ รายละเอียดกําหนดการปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ ได้จัดวางไว้ประจําที่นั่งของสมาชิกทุกท่านแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)
ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐

ครั้งที่ ๒๓/๒๕๖๐ วันอังคารที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐

ครั้งที่ ๒๔/๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๐ วันอังคารที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐

ซึ่งสําเนารายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าวได้วางไว้ให้ท่านสมาชิก ตรวจดูแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๐ บริเวณห้องรับรองสมาชิก ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศรับรอง

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้งดังกล่าว นะครับ

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้พิจารณาตรวจรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๒๒/๒๕๖๐ วันจันทร์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ แล้วเห็นควรไม่เปิดเผยรายงานการประชุมลับ ตั้งแต่ หน้า ๑๕๓ ถึงหน้า ๑๗๒ เนื่องจากเนื้อหาการอภิปรายมีการกล่าวพาดพิงและกระทบต่อ หน่วยงานราชการอื่น รวมทั้งมีข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณชน จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

อนึ่ง มีคณะบุคคลที่ขออนุญาตเข้าฟังการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งของ สปท. ของเราในวันอังคารที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๑๕ นาฬิกา ได้แก่ คณาจารย์และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร จํานวน ๘ คน

ต่อไป ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ

การหารือของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สมาชิกท่านใดมีความ ประสงค์จะขอหารือต่อที่ประชุมหรือไม่ครับ เรียนเชิญท่านสุรินทร์

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กราบขอบคุณ ท่านมากครับ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. หมายเลข ๑๗๓ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะกระผมกับพรรคพวกใน สปท. ทั้งหมดนี้ได้ทํางานร่วมกับท่านประธานและ รองประธานทั้ง ๒ มาเป็นระยะเวลายาวนานหลายเดือนนะครับ คิดว่ามันก็จะมีเขาเรียกว่า ความเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งหมดนี้ผมอยากกราบเรียนไปถามท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่านทํางานกับเรามานี่ท่านนั่งข้างบนบัลลังก์นี้ และพวกเราก็ทํางานเหมือนถ้าพูดจริง ๆ ก็เหมือนดูดนตรีทั้งคณะนี้ สปท. นี้ การฟังดนตรีทั้งคณะนี้มันต้องมีทุกอย่าง ตั้งแต่ กลอง ทรัมเป็ต ฉิ่ง ฉับ ร้อยแปดจิปาถะ ท่านก็เหมือนนายวงวาทยกรครับ ท่านกะเทาะใจ หรือเขาเรียกว่าเจาะใจได้ไหมครับท่านมีความเห็นอย่างไรว่าพวกเราทํางานกันเป็นอย่างไร ที่ผ่านมานะครับ เราจะได้เก็บไว้ว่าอะไรที่ท่านเห็นอย่างไรนี้ สําหรับผมนะครับ ผมคิดว่า จะเป็นประโยชน์ต่อผมและหลายคน อาจจะไม่ใช่ทุกคน ผมพูดแทนทุกคนไม่ได้นะครับ ไปข้างหน้า ข้อ ๑ และมีอะไร ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่สมบูรณ์นะครับ ท่านมองอย่างไรนะครับ ข้อ ๒ หลังจากวันนี้ไปแล้ว หลังจากวันที่ ๓๑ ไปแล้ว เราก็คงจะอยู่ในประเทศไทยต่อกันไป เพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองของเราสืบไปนะครับ มีการปฏิรูป และแต่ละท่านก็ไปทํางาน ในหน้าที่ต่าง ๆ กัน ท่านประธานคิดว่าเรานี่ควรจะมีการประสานติดต่อสัมพันธ์ ในการที่จะ ทําอะไร ๆ เพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนที่เรา รักเคารพอย่างไร ผมอยากขอความกรุณาฟังจากปากของท่านประธานมากกว่าที่จะไปฟัง จากที่อื่น ๆ อันนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ ผมตั้งใจจะมากราบเรียนท่าน ๒ ประการครับ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

เรียนเชิญท่านกษิต ภิรมย์

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ มีสั้น ๆ ๓ – ๔ ประเด็นครับท่านประธาน

อันที่ ๑ ก็คือเริ่มที่จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของ สปท. ในเชิงลบ ผมก็ คิดว่าน่าจะมีการชี้แจงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่องไปอีกสักพักหนึ่ง ถึงแม้ว่า สปท. จะหมด วาระ แล้วก็ในการนี้ก็น่าจะยกเอาประเด็นสําคัญ ๆ ที่คิดว่าน่าจะเป็นผลงานร่วมกันของ สปท. ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ มีเรื่องอะไรบ้าง ผมคิดว่า ระหว่างนี้คณะกรรมาธิการกิจการรัฐสภาพร้อมกับท่านประธาน รองประธานสภาน่าจะดึง ประเด็นสําคัญ ๆ ออกมาให้ประชาชนได้รับทราบอีกสักครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตใช้คําว่า ไฮไลท์ (Hilight) ก็แล้วกัน

ประการที่ ๒ ถึงแม้ว่าเราจะใช้ระบบเสียงข้างมากในการลงมติ แล้วก็มักจะมี เสียงคัดค้านหรือว่างดออกเสียงเป็นส่วนน้อย ก็ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา แต่ว่าในการชี้แจงนั้น ก็อยากจะให้ประชาชนได้รับทราบว่ามันมีการโต้เถียงทั้งฝ่ายเสนอเห็นด้วย กับไม่เห็นด้วย มันเป็นการสะท้อนความหลากหลายของการใช้สติปัญญา มันก็มีความเป็นประชาธิปไตย เป็นระบบรัฐสภาในระดับหนึ่ง แต่ว่าอยากจะให้ทางเราผ่านทางท่านประธานสภาหรือโฆษก ได้เห็นว่ามันมีความต่าง มีความหลากหลายในการแสดงความคิดเห็นด้วย อันนี้เพื่อ ประชาชนจะได้สบายใจว่ามันไม่ได้เป็นการรวบรัด แล้วทุกคนก็ต้องบอกว่าเข้ามาถึงก็ยกมือกัน เป็นดอกเห็ดกันอย่างนั้นคงไม่ใช่

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้พูดเรื่องกําหนดการ ที่จะพบกับท่านนายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าคงมีคณะรัฐมนตรีติดตามมาด้วย ยังไม่ทราบเลยครับ ท่านประธาน ถ้าเผื่อจะช่วยกรุณาบอกพวกเราสักนิด และจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี หรือจะพูดจากับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไร แล้วก็ในเรื่องอะไร โผหรือว่าแนวในทิศทาง เป็นอย่างไร และเราจะได้รับคํามั่นสัญญาจากท่านนายกรัฐมนตรีในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ศกนี้หรือไม่ว่าที่เราได้เสนอมาเยอะแยะ โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง ซึ่งผมคิดว่าเป็นหัวใจ ของเรื่องนี้ที่จะได้มีการดําเนินการต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหนในการที่จะเสริมสร้างสังคม ประชาธิปไตย หรือว่าการกลับมาของสังคมประชาธิปไตยให้มันแน่ชัดนะครับ อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่สําคัญ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเรียนเชิญท่านวันชัย สอนศิริ

นายวันชัย สอนศิริ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ท่านประธานครับ เหลืออีกประมาณสัก ๔ – ๕ วัน ก็จะหมดวาระ และพอหมดวาระก็จะมี การวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อกันเกี่ยวกับ สปท. มากขึ้น และถ้าท่านดูข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็จะเห็นฝ่ายการเมืองบางซีกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเรานั้นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วก็ เหมือนกับเป็นหนังหน้าไฟ เพื่อมาจัดให้เหมาะให้ดูว่ามีการกระทําในลักษณะปฏิรูปประเทศ พูดง่าย ๆ ว่าในลักษณะเสมือนหนึ่งว่าตรามาตรว่ามี สปท. แล้วไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเพียงหมากให้เขาเดินในกระดานเท่านั้นเอง ผมเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ สปท. ก็รู้สึก สะเทือนใจครับ ท่านประธาน ผมว่าท่านประธานเองทั้ง ๓ ท่านที่นั่งอยู่ในฐานะเป็นประมุข น่าจะยิ่งสะเทือนใจมากกว่าผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวท่านประธานเองมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ มีความเด็ดเดี่ยวต่อการปฏิรูปประเทศ ผมว่าท่านจะเจ็บปวดมากกว่า ถ้าอ่านข่าวโดยละเอียด ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพ ในฐานะที่ผมเป็น สปท. ในการขับเคลื่อนด้านการเมือง ผมยังคุยกับประธานเสรีเมื่อเช้านี้ว่า รัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเกี่ยวกับการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งรัฐธรรมนูญหลักและกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ผมเรียนกับท่านประธานเลย เราในฐานะกรรมาธิการด้านนี้ดีใจมาก ๆ เลยนะครับท่านประธาน สิ่งที่เราเองได้คิดแล้วได้ขับเคลื่อน รัฐธรรมนูญเอาไปเขียนหลายบท หลายมาตรา ไม่จําเป็นต้องได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้นี้คุ้มมาก แม้แต่กฎหมายลูก ไม่ว่าจะเป็น กกป. ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไพรมารีโหวต (Primary Vote) ประชาชนมีส่วนร่วม มาจาก สปท. ที่ท่านประธานเป็นประมุขทั้งนั้นครับท่านประธาน แม้แต่เรื่องการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันก็ไปจากสภานี้ครับท่านประธาน อย่างที่ท่านกษิต ภิรมย์ ผู้อาวุโส ได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ถ้าไฮไลต์ (Highlight) จุดสําคัญ ๆ แล้วที่ปรากฏ ในระยะเวลาที่เหลือ ๓ – ๔ วันนี้ ท่านไม่ต้องเอาทั้ง ๑๐๘ หรือ ๑๐๙ เรื่อง เอาจุดใหญ่ ๆ ที่มันเห็นเป็นเชิงประจักษ์นี่ละครับท่านประธาน ท่านทําเรื่องการปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชันมาจากแนวคิด มาจากความคิด จนกระทั่งสําเร็จเสร็จเป็นศาล แล้วมีการตัดสินคดี รัฐธรรมนูญที่เอาไปเขียน ไปจาก สปท. ผมว่าแค่ไม่เกิน ๕ เรื่องใหญ่ ๆ นี้ พวกที่ไม่รู้ พวกจ้องทําลาย พวกหวังขยายผล พวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ําเขาจะได้รู้ครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นท่านประธานนั่งอยู่ ท่านประธานก็จะเจ็บปวดไปจนหมดวาระ เพราะฉะนั้นผมว่า ในเวลา ๑ วัน ๒ วัน ๓ วันนี้ร่อนตะแกรงจุดใหญ่ ๆ สัก ๕ เรื่อง แล้วให้สังคมรู้ว่านี่มาจาก สปท. นําโดยท่านประธานทินพันธุ์ นาคะตะ ผมอยากให้ทําครับท่านประธาน เพราะยังมี เวลาอีก ๓ – ๔ วันเท่านั้น นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนในเบื้องต้น

ประเด็นที่ ๒ ขอเป็นคําถามสักประมาณ ๓ คําถามต่อท่านประธานครับ ในวันที่ ๓๑ ที่ท่านประธานบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมารับมอบงานจากท่านประธาน ต่อหน้าบรรดา สนช. สปท. ข้าราชการ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ คณะรัฐมนตรี คสช. สมัยผมเป็น สปช. รุ่นเดียวกับท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ท่านอลงกรณ์ นายกรัฐมนตรีก็เคย มาพบปะกับสมาชิก ช่วงท้าย ๆ ท่านก็จะพูดจาปราศรัยกับสมาชิก สปช. จากนั้นครับ ท่านประธาน ท่านเปิดโอกาสให้ถาม ผมยังจําภาพได้ว่าให้ สนช. ตั้งกี่คําถาม สปท. ตั้งกี่คําถาม แล้วก็ท่านประธานพรเพชรนั่งอยู่ตรงกลาง แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะพูดจา ปราศรัยกับแม่น้ํา ๕ สาย รวมทั้ง สปท. หรือ สปช. ด้วย ผมก็อยากจะกราบเรียนถาม ท่านประธานว่า เมื่อวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีมาพูดและรับมอบงานนั้น จะเปิดโอกาสให้ สมาชิกหรือบุคคลที่อยู่ในห้องประชุมนั้นมีโอกาสสอบถามหรือแลกเปลี่ยนประการใดหรือไม่ อย่างไร ผมเคยเห็นครับ และผมเห็นว่าก็เป็นประโยชน์นะครับท่านประธาน แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่า จะมีใครกล้าถามท่านมากสักเท่าไรนัก แต่ผมคิดว่าถ้าท่านประธานมีการประสานและลอง สอบถามดูก็จะเป็นประโยชน์ครับ เพราะบางเรื่องสมาชิกก็อยากจะถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรี จะทําอะไร อย่างไรต่อไป นั่นประเด็นข้อที่เป็นคําถาม ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมอยากจะขอความกรุณาท่านประธานได้แจ้งให้ เพื่อนสมาชิกทราบสักนิดหนึ่งว่า วันนั้นรูปแบบของงานรวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องมีใคร อย่างไรบ้าง เพราะเรายังไม่ทราบอย่างเป็นทางการจากท่านประธานว่ารูปแบบหน้าตา จะออกมาอย่างไร

สุดท้ายครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่าจะถ่ายรูป ผมก็อยากทราบ เหมือนกันว่าเราจะถ่ายรูปในห้องประชุมนี้ เราคิดไว้แบบไหน ถ่ายอย่างไรครับ ผมจะได้ เตรียมตัวถูกว่าจะอยู่มุมไหนท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

เชิญท่านเสรีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คงต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า ช่วงเวลาอันใกล้นี้ก็จะเป็นเวลาที่ปิดฉากการทําหน้าที่ของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจ เป็นงานที่มีความสําคัญต่อประเทศชาติและบ้านเมือง แต่จนกระทั่งใกล้จะหมดวาระดังกล่าว ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนทําความเข้าใจ ไปยังพี่น้องประชาชนด้วยครับว่า เมื่อเวลาใกล้จะครบกําหนดเวลาในวาระที่เหลือไม่กี่วันนี้ ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายการเมืองพยายามที่จะเสนอแนวคิด ความคิดเห็นไปในแนวทางว่า จริง ๆ แล้ว สปท. ไม่จําเป็นจะมีก็ได้ หรือจะบอกว่า สปท. เป็นเพียงเกม (Game) การเมือง เป็นหนังหน้าไฟ หรือเป็นอะไรต่ออะไรที่จะสรรหา ถ้อยคํามาพูดทําให้สาธารณชนอาจจะเข้าใจผิด แล้วก็สําคัญผิดในการทําหน้าที่ของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในช่วงระยะเวลาเกือบ ๒ ปีที่ผ่านมา ขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียนทําความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ฝ่ายการเมืองได้เข้าใจด้วยครับ ว่าสิ่งที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เข้ามาทําหน้าที่นั้น แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกําหนดไว้ เพียงว่าให้ทําหน้าที่ในการเสนอความเห็นหรือเสนอแนะไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้ครับคือปัจจัยและหัวใจสําคัญของการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากว่าในความ รับผิดชอบของรัฐบาลเองมีหน้าที่สําคัญในการจะบริหารประเทศ ทําประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า ซึ่งเป็นภารกิจ เป็นหน้าที่สําคัญของรัฐบาล หรือทุก ๆ รัฐบาลอยู่แล้ว แต่ใน หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาท่านประธานก็จะเห็นนะครับว่า บ้านเมืองของเราก็จะวังวนอยู่ใน เรื่องเกี่ยวกับการแสวงอํานาจ แสวงประโยชน์ ทุจริตคอร์รัปชันกันมาอย่างยาวนาน การจะเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปประเทศที่จะมาจากฝ่ายการเมืองในยุคที่ผ่านมานั้น แทบจะไม่มี หรือไม่ได้เห็นเลย ดังนั้นในการที่จะมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สปท. หรือจะเคยมี สปช. ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นนิมิตหมายสําคัญ เป็นเรื่องที่กระบวนการ ในทางรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ไม่ใช่โดย คสช. หรือ รัฐบาลที่ผ่านมา ก็กําหนดให้มี แนวทางการปฏิรูปประเทศเกิดขึ้น ดังนั้นในการจะให้รัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหาร ประเทศอยู่แล้ว จะมาทําหน้าที่ในการปฏิรูปประเทศด้วย มันก็คงจะเป็นการยาก เพราะว่า แค่งานภารกิจในการบริหารประเทศก็มีภารกิจ มีงานที่มากมาย ส่วนการจะบริหารประเทศ โดยจะให้มีการปฏิรูปประเทศด้วยนั้น จึงมีความจําเป็นที่จะต้องมีสภา หรือมีคณะกรรมการ หรือมีกลุ่มคนเกิดขึ้นอีกส่วนหนึ่ง อีกชุดหนึ่งในการที่จะมานําเสนอแนวทางการปฏิรูป ประเทศ เพื่อจะแก้ไขปัญหาของประเทศที่มีปัญหาหมักหมม มีปัญหาที่ซับซ้อน มีปัญหา ที่เกิดขึ้นมายาวนาน รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดมาในทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึง การจะพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ก็อย่างที่กราบเรียนครับ แทบจะไม่ได้เห็นเลยจากในการเมืองยุคเก่า ๆ ดังนั้นก็อยาก ทําความเข้าใจครับท่านประธาน ว่ากรรมการหรือคณะทํางานที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นสภา ไม่ว่าจะ สภาของ สปช. หรือ สปท. นี้ก็ตามนะครับ ก็คือเป็นส่วนหนึ่งที่มานําเสนอแนวทางในการ ที่จะปฏิรูปประเทศ แล้วผมก็เชื่อครับว่าในอนาคตสิ่งที่ท่านประธานและคณะสมาชิกในสภา แห่งนี้ได้ทํามา จะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ แล้วก็จะพูดถึงว่าในยุคช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เป็นยุคแห่งการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในการปฏิรูปดังกล่าวนี้ก็อยากทําความเข้าใจครับว่ามันไม่ สามารถที่จะเสนอแล้วเกิดผลได้ทันทีทันใด ซึ่งอาจจะมีบางเรื่องที่เกิดผลได้ทันทีก็ปรากฏ ให้เห็น อย่างเช่นท่านประธานจะพูดเสมอ ๆ ว่าอย่างเช่นศาลปราบคอร์รัปชันอย่างนี้นะครับ ก็มีความชัดเจน หรือเรื่องอื่น ๆ ที่นําไปบริหารโดยรัฐบาลนําไปปฏิบัติได้ก็มีหลายเรื่อง แต่อีกเป็นร้อย ๆ เรื่องท่านประธานครับ ต้องทําความเข้าใจครับว่าเป็นเรื่องที่เราเสนอ เหตุผลข้อมูลทั้งหลายทั้งปวง แล้วจัดทําเป็นรายงาน ซึ่งรายงานดังกล่าวนี้ไม่ใช่เฉพาะเป็น เพียงแค่รายงานที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ สามารถที่จะนําไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ไม่ว่า อนาคตอันใกล้หรืออันยาว จะ ๕ ปี ๑๐ ปี หรือแม้กระทั่งไปจนถึง ๒๐ ปี ดังนั้นแนวทางที่ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้จัดทํามานั้น อย่างที่กราบเรียนว่าแม้ว่าจะเป็นข้อเสนอ แต่เป็นเรื่องการรวบรวมประเด็นข้อมูลที่สําคัญในการที่จะสร้างก่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ ด้านต่าง ๆ เกิดขึ้น ดังนั้นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่พวกเราเป็นสมาชิกอยู่นั้น จึงถือว่า เป็นภารกิจสําคัญที่ในรัฐบาลปัจจุบันและรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าจะต้องนํา เรื่องเหล่านี้ที่เราได้อุตส่าห์ช่วยกันเป็นร้อย ๆ เรื่องนี้นําไปใช้ในการที่จะปฏิรูปประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ส่วนฝ่ายการเมืองเองที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นอะไร ที่จะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองนะครับ สิ่งที่เราได้ทํานี้ถ้าหากว่าเขาคิดด้วยใจเป็นกลาง และเป็นธรรมแล้วนะครับ แล้วก็ไม่มองในแง่ร้ายจนเกินไป ก็จะเห็นได้ว่าสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เราได้ทํามาตั้งแต่วันแรกจนใกล้จะวันสุดท้าย ถือว่าเป็นกิจกรรม เป็นกิจการงานที่พวกเราได้ทําด้วยความตั้งใจ แล้วก็จะให้เกิดการปฏิรูปประเทศไปใน แนวทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วผมก็เชื่อครับว่าสิ่งที่เราได้เสนอแนวทางดังกล่าวทั้งหลายทั้งปวง ในทุก ๆ กรรมาธิการ ในสมาชิกแต่ละท่านที่ได้ทําหน้าที่มานั้นเป็นภารกิจสําคัญที่จะนําไปสู่ ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของประเทศต่อไป พร้อมกันนี้ก็หวังว่าฝ่ายการเมืองก็คงจะต้อง เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนพฤติกรรม ฝ่ายการเมืองเองจะต้องได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ ทําเพื่อ ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเป็นส่วนรวม ไม่ทุจริต เลิกคอร์รัปชัน แล้วก็สร้าง ประโยชน์อันดีงามตามที่รายงานในหลาย ๆ ฉบับ ทุก ๆ ฉบับได้นําเสนอไปแล้วนะครับ ก็หวังว่าสิ่งที่เราพูดกันในวันนี้จะทําให้ฝ่ายการเมืองหรือพี่น้องประชาชนได้เข้าใจสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศไปในแนวทางที่ถูกต้อง กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับท่านเสรี ต่อไปขอเรียนเชิญท่านอนุสิษฐ คุณากร

นายอนุสิษฐ คุณากร

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ วันนี้ผมคิดว่าเป็นวันใกล้ที่ถึงเวลาของวันที่จะเป็นอดีตของ สปท. ผมขออนุญาตเรียนประเด็นที่สําคัญสําหรับบ้านเมืองในอนาคต สิ่งที่ สปท. ได้ทํานั้น ไม่ใช่อดีต คน สมาชิกต่างหากที่จะเป็นอดีต รายงานผลงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะเป็นอนาคตให้กับบ้านเมือง ถึงแม้ว่าจะมีบางประเด็น อาจจะมีเวลาไม่ทันที่จะทําให้เราวางกรอบ มีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ผมเรียนนะครับว่าผมทํางานอยู่กับยุทธศาสตร์ในการดูแลชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ผมเห็น ภาพของเพื่อนสมาชิกที่ทุ่มเท ที่เสียสละในการทํางานแต่ละคณะกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ต่าง ๆ ท่านประธาน ท่านรองประธานพยายามผลักดัน พยายามขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นปัญหา ที่เป็นอุปสรรค ที่เป็นข้อขัดแย้ง สมาชิกทุกท่านพยายามให้ความรู้ ให้ข้อสังเกตที่ เป็นประโยชน์ ทุกท่านครับ การที่ฝ่ายต่าง ๆ นั้นจะให้มุมมองประการใดก็แล้วแต่ ผมคิดว่า เรื่องเหล่านั้นเป็นเสียงสะท้อนที่ประชาชนคงได้รับฟังและคงจะต้องนําไปตัดสินใจ สิ่งที่ ผมขออนุญาตลุกขึ้นมาพูดในครั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณค่าของรายงานการปฏิรูปประเทศของ สปท. นั้น ผมอยากจะมีข้อเสนอครับว่าถึงแม้ในส่วนตัวกระผมเองผมไม่ได้เข้าไปทํางาน ในคณะกรรมาธิการทุกคณะ แต่เมื่อดูจากผลงานเมื่อนําเสนอในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศแห่งนี้แล้ว รายงานต่าง ๆ เหล่านั้นมีคุณค่ามหาศาลครับ ฉะนั้นสิ่งที่เป็นเสียงสะท้อน ออกมาถึงข้อท้วงติงหรือข้อตําหนิติติงกับสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศว่าควรมี หรือไม่ หรือมีเพื่อมาขัดตาทัพ หรือมีเพื่อแค่เป็นตัวประกอบตัวหนึ่งในการทํางานของ ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเราที่อยู่ ณ ที่นี้ไม่ได้มีประเด็นในการที่จะนําเรื่องเหล่านั้น มาเป็นข้อตกลงใจในการที่จะทําหน้าที่ ในการที่จะขับเคลื่อนให้มีการปฏิรูปประเทศ ฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นผมคิดว่ากระทรวงต่าง ๆ กรมต่าง ๆ หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ รวมทั้ง ฝ่ายการเมืองที่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองจะต้องนําเอารายงานการปฏิรูป การขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศของเราในหลาย ๆ ฉบับนั้นนําไปเป็นประโยชน์ ซึ่งผมเชื่อว่าเขานําไปใช้แน่นอนครับ เพียงแต่ว่าในสถานการณ์ขณะนี้ ในสถานการณ์ของความขัดแย้งที่พอมีอยู่บ้างจึงได้มีเสียง สะท้อนในเรื่องเหล่านี้ ผมขออนุญาตเป็นข้อเสนอที่จะขออนุญาตต่อกรรมาธิการทุกคณะ ในการที่จะใช้สิทธิที่จะนํารายงานของท่านทั้งหลายไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ พื้นที่ ในหลาย ๆ สถานการณ์ ซึ่งผมก็เชื่อว่าสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็จะมีคัมภีร์ ๑ เล่ม สําหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เราได้ดําเนินการไว้แล้วนั้นนําไปใช้ประโยชน์ต่อ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อย่างน้อยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ฉบับนี้ ซึ่งมีมาตราว่าด้วยการปฏิรูปประเทศที่ครอบคลุม ครบถ้วนและมียุทธศาสตร์ชาติ เป็นการกําหนดเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศ ขอขอบพระคุณครับ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับ มีท่านผู้อื่นอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอเรียนเชิญท่านอลงกรณ์ รองประธานสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

กราบเรียนท่านประธาน ท่านรองประธาน ท่านสมาชิก ผมผ่านวาระสุดท้าย มาหลายครั้งนะครับ การสิ้นสุดวาระการทําหน้าที่ของ สปท. ก็เป็นอีก ๑ วาระสุดท้าย และเชื่อว่าสมาชิก ท่านประธาน ท่านรองประธาน หลายท่านก็ได้ผ่านช่วงชีวิตและการทํางาน ด้วยภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ แล้วก็มีจุดเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง เพราะฉะนั้นยังหวังว่า ๑ ปี ๑๐ เดือนของการทําหน้าที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของพวกเราทุกคนจะเป็น การวางหลักปักฐานให้เกิดความยั่งยืนต่อเนื่องของการปฏิรูปประเทศ ผมและสมาชิกหลายท่าน ณ ที่นี้ทําหน้าที่เป็นทั้งไม้ผลัดที่ ๑ คือสภาปฏิรูปแห่งชาติ วิเคราะห์เจาะลึกถึงปัญหาจุดอ่อนจุดด้อย ความเหลื่อมล้ําต่ําสูง ความล้าหลัง ยากจน เป็นด้านหนึ่งของประเทศของเรา แต่อีกด้านหนึ่งที่เราค้นพบก็คือศักยภาพความเข้มแข็ง โอกาสของประเทศ เราเป็นประเทศที่มีสภาพสูงมากทั้งจุดที่ตั้ง ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเกิดวิกฤติก็กลับมาทบทวนมาตั้งหลักประเทศ อีกครั้งหนึ่ง ผมพูดเสมอว่าการรัฐประหารที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องชดใช้อย่างคุ้มค่าด้วยการปฏิรูป ประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ย้ําหลายครั้งว่าไม่ต้องการให้เกิดการรัฐประหาร และการ รัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ขอให้เป็นการรัฐประหารครั้งสุดท้าย จากนั้น กระบวนการกลไกการปฏิรูปประเทศจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลได้มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง จากไม้ผลัดที่ ๑ สปช. ก็มาสู่ไม้ผลัดที่ ๒ คือ สปท. จากพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศมาสู่แผน ปฏิรูปประเทศใน ๑๑ ด้าน ๓๗ วาระ เดินหน้าทํางานส่งแผนให้กับทางรัฐบาล หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะ รวมกฎหมาย ทํางานร่วมกันกับแม่น้ํา ๕ สายอย่างเป็นทีมเวิร์ก (Teamwork) แต่จุดมุ่งหมายสําคัญคือเพื่อการวางรากฐานใหม่ให้ประเทศ เพราะฉะนั้น ในการทําหน้าที่ที่ผ่านมาเราได้ตระหนักประการหนึ่งว่าการมีไม้ผลัดที่ ๑ ผลัดที่ ๒ แล้วต้องมี ผลัดที่ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ต่อไป นั่นก็คือการต้องหาวิถีทางในการฝังการปฏิรูปไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกในประวัติศาสตร์การปกครองเราที่มีการกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ มีการกําหนดหมวดว่าด้วยการปฏิรูปไว้เป็นการเฉพาะและจะมีกรรมการปฏิรูปประเทศ มีกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพราะประเทศจะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อทุกหมู่เหล่าเมื่อมี การยกระดับ อัปเกรด (Upgrade) ในทุกมิติของประเทศ เพราะเราเชื่อมั่นในสภาพของประเทศ ดังนั้นห้วงเวลาของ สปท. ที่ผมได้มีโอกาสทํางานร่วมกับท่านประธาน ท่านรองประธาน เพื่อนสมาชิก ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกคน ณ ที่นี้นั้น ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตที่ ได้มีส่วนในการปฏิรูปประเทศร่วมกับพวกเรา แล้วก็การปฏิรูปประเทศจะเดินหน้าต่อไป การสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองฝ่ายอะไรก็ตาม ซึ่งยังตาม การปฏิรูปไม่ทัน ไม่ได้ติดตามรายละเอียดของการทํางานของพวกเรา ก็ขออโหสิกรรม แล้วก็ เป็นหน้าที่พวกเราที่เราจะต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจให้มากที่สุด เพราะวันหนึ่งข้างหน้านั้น คําว่า นี่คือการปฏิรูปประเทศของเรา จะเกิดความเข้าใจกับทุกภาคส่วนครับ และผมเชื่อว่า การทํางานร่วมกันในระยะเวลาที่ผ่านมานั้นและกําลังจะสิ้นสุดการทําหน้าที่เป็นเพียงการ เริ่มต้นใหม่ แต่ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นอย่างมั่นคงให้กับประเทศนี้ที่จะมีการปฏิรูปประเทศ โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักประกัน แล้วก็มีผลงานของ สปท. ซึ่งผมยืนยันได้เลยนะครับว่า เราได้ผลิตผลงานอันเป็นประโยชน์และคุ้มค่าต่อการรัฐประหารที่เกิดขึ้น แล้วก็จะเป็น การขับเคลื่อนประเทศครั้งสําคัญที่เราวางรากฐานประชาธิปไตยที่แท้จริง ระบบเศรษฐกิจ ที่เป็นธรรมและเสรี ความเหลื่อมล้ําที่มีอยู่มากก็จะลดลง คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น ที่สําคัญคือเราจะก้าวสู่การเมืองไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ก็ขอขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ภูมิใจ แล้วก็ดีใจที่ได้ ร่วมงานในช่วงเวลา ๑ ปี ๑๐ เดือนที่ผ่านมา ขอบพระคุณมากครับ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเรียนเชิญท่านวลัยรัตน์รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ คนที่สอง

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันในฐานะอดีตข้าราชการเก่านะคะ ที่ได้รับเกียรติมาทํางาน ปฏิบัติหน้าที่นี้รู้สึกเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เพราะว่าได้มาเรียนรู้จากสมาชิกทุก ๆ ท่าน ทุกท่าน มีความสามารถอย่างที่ดิฉันคาดไม่ถึงทีเดียว หลายท่านอภิปราย หลายท่านไม่ได้อภิปราย แต่ดิฉันก็ได้พบปะพูดคุยกับท่าน ดิฉันเชื่อแน่ว่าสมาชิกของเราทั้งหมดทั้งที่อยู่ปัจจุบัน และที่ออกไปแล้ว รวมทั้งหมด ๒๐๐ ท่านนี่นะคะ เป็นผู้ที่มีความสามารถระดับประเทศ แล้วก็ดีใจที่ได้มาร่วมงานกันในช่วงระยะเวลาเกือบ ๒ ปีนี้ได้มาช่วยกันทําอะไรเพื่อบ้านเกิด เมืองนอนของเรา ดิฉันได้เรียนรู้อะไรจากท่านมากมาย ได้เรียนรู้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ การอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ได้เรียนรู้การช่วยกันตกแต่ง ช่วยกันอภิปราย ช่วยกันพูด ช่วยกัน ทําสิ่งที่ยังอาจจะไม่สมบูรณ์นักให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะคะ จากทุก ๆ การประชุมที่ผ่านมา ดิฉัน ประทับใจมากเลยค่ะ แล้วดิฉันเชื่อว่าความพยายามของพวกเราจะไม่สูญเปล่า จะต้องมีคน มาสืบสานและทํางานขับเคลื่อนต่อไป ดิฉันจะเก็บความทรงจําที่ดี ๆ ตลอดเกือบระยะเวลา ๒ ปีนี้เอาไว้ไม่มีวันลืมเลย วันนี้จะเป็นบรรยากาศอย่างนี้ครั้งสุดท้ายในห้องประชุมอย่างนี้ ที่เราจะอยู่ตรงนี้จะไม่มีบรรยากาศอย่างนี้อีกแล้ว ดิฉันก็เชื่อว่าความทรงจํานี้จะไม่ลืมเลือน หายไปและคิดว่าพวกเราก็จะมีโอกาสที่จะช่วยกันทํางานเพื่อบ้านเมืองเพื่อประเทศชาติต่อไป ขอบคุณค่ะ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตปิด ท่านสุรินทร์

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กราบขอบพระคุณ ท่านมากครับ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สมาชิก สปท. ๑๗๓ เมื่อสักครู่ผมฟังท่าน สปท. ขอประทานโทษครับ ท่านอนุสิษฐพูดแล้วนี่ผมก็ประทับใจและผมก็เห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ว่าที่ท่าน สปท. ทุกท่านได้กล่าวไว้ทั้งหมด ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับ ภาษิตบอกว่า มีเงินเขานับเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่ ท่านครับ ไม่มีใครไม่เห็นทองแท่งในรูปนะครับ ทองแท่งเขามีคุณค่ามหาศาล แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าทองแท่งบาทหนึ่ง ๑๕ กรัมถูกกว่า ทองรูปพรรณ ทองรูปพรรณที่ท่านคล้องอยู่ในคอนะครับ ไม่ว่าจะร้อยเรียงอย่างไรนะครับ สวยงาม แล้วก็ต่อเชื่อมสวยงามมาก ทั่วโลกก็ยอมรับเช่นเดียวกับที่ สปท. ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ และที่ลาออกไปแล้วตามความจําเป็นนะครับ เราก็ได้ร่วมกันทํางาน ไม่ว่าจะระเบียบวาระ ๒๗ วาระ เรื่องด่วนหรือที่ยังไม่เร่งด่วนก็ตาม ร้อยเรียงกันเรียกว่าครบเรื่องของประเทศ ในปัจจุบันและในอนาคตระยะใกล้ระยะไกลก็คงจะใช้ได้ประโยชน์อันนี้ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมก็รับราชการมา ๔๑ ปีก็มีความรู้สึกเลยว่า ณ ที่แห่งนี้ผู้รู้ ผู้เล่นครบเครื่องนะครับ แล้วภายใต้การนําของท่านประธานและรองประธานก็สามารถทําให้ เราเดินไปถึงจุดหมายปลายทาง ณ วันนี้และถึงวันที่ ๓๑ อย่างงดงาม ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าอยากเห็นท่านประธานพูดจากใจสักหน่อยว่าเราทํางานอะไรกันนะครับ แล้วจะ เป็นประโยชน์อะไรกับชาติบ้านเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนะครับ เพื่อให้เราได้จดจํา กันไปว่าชีวิตนี้ถ้าเราไม่ได้ทําบุญร่วมกันมา เราก็คงไม่มานั่งสถานที่นี้อันศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน แล้วทุกคนก็ช่วยกันทํากรรมาธิการ ๑๑ คณะ รวมวิสามัญด้วยอีกคณะ ๒ คณะก็ทํางานกัน อย่างเอาจริงเอาจังครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าอยากให้ ท่านพูดอย่าสั้นมากครับ เหมือนกับท่านทํานองเชิงอภิปรายนะครับ สักครั้งหนึ่งท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ผมเป็นคนพูดไม่เก่งเหมือนท่านสุรินทร์ ก็ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาทํางานกับสมาชิก สปท. ๒๐๐ ชีวิตของเราตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ก็มีคนหายไปบ้างตามวาระอันควรนะครับ ผมก็ได้เรียนรู้จากอัจฉริยภาพของแต่ละท่านที่มีขีดความสามารถสูงระดับประเทศ และผม เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทําวันนี้มันจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ จากนี้เป็นต้นไปนะครับนับแต่มีการ ปฏิรูประบบราชการในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงทําสิ่งแรก ๆ ของประเทศไทย เยอะแยะไปหมดเลย งานปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่นั้นคือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน อย่าง ยกตัวอย่างเช่น สิ่งแรก ๆ ของประเทศไทยที่พระองค์ท่านได้ทําคือการเลิกทาสอย่างนี้เป็นต้น หรือการมีสิ่งแรก ๆ ของประเทศไทย เช่น มีรถไฟครั้งแรกอย่างนี้นะครับ แล้วหลังจากนั้น มาแล้วประเทศไทยไม่ค่อยมีการปฏิรูปมากมายเท่าไร จนกระทั่งมาถึงสมัยรัชกาลที่ ๙ ซึ่งทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยศาสตร์พระราชา โดยปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง โดยโครงการพระราชดําริต่าง ๆ นอกจากนั้นรัฐบาลปกติทําการปฏิรูปได้ยากมาก เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมี ๒ ด้านของเหรียญ การปฏิรูปในทางที่ดี ในทางสร้างสรรค์ มันก็อีกด้านหนึ่ง ก็คือการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากผู้ที่มีผลประโยชน์เคลือบแฝงนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทํามาจนถึงวันนี้นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง แต่ผม ไม่อาจจะพูดได้เนื่องจากว่าผมถือเป็นมารยาทที่ผมจะต้องรายงานท่านนายกรัฐมนตรี เป็นคนแรก ผลการดําเนินงานของ สปท. ของเราจะพูดด้วยตัวเอง ข้อ ๑ นะครับ อีกข้อหนึ่ง ที่กราบเรียนท่านสมาชิก สปท. ทุกท่านว่าในวันที่ ๓๑ นี้ ได้มีคณะกรรมการกําหนดการ ไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วจากหลายฝ่าย จากทําเนียบรัฐบาล จากผู้บริหารของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งผู้แทนของเรา มันกําหนดไว้ลงตัวเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ก็มีการเชิญ คสช. เชิญคณะรัฐมนตรี เชิญสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เชิญกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ เชิญประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งเชิญหน่วยขึ้นตรง สํานักนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง อธิบดี ทั้งหมดมาด้วย ประมาณ ๙๐๐ คน สื่อมวลชน อีกประมาณ ๒๗๐ คน จากทําเนียบรัฐบาล ๑๗๐ คน ที่สภาก็ประมาณ ๑๐๐ คน อย่างนี้ เป็นต้น ด้วยอันนั้นผู้พูดจะมี ๒ คนเท่านั้นคือ ๑. ผม ในฐานะประธาน สปท. จะใช้เวลาพูด ประมาณ ๑ ชั่วโมงบวกลบ จากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะพูดในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูป ประเทศและแผนพัฒนามี ๒ คนเท่านั้นที่จะพูดนะครับ สําหรับการถ่ายรูปความจริงแล้ว ผมเชื่อมั่นว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจกเอกสารไปให้ท่านสมาชิกแล้ว ว่ากําหนดการวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่นว่าเราคงมีวุฒิภาวะที่เพียงพอ ในการที่จะวางตัวเป็นผู้ใหญ่ของแผ่นดินนะครับ แล้วก็เราก็ควรจะภูมิใจในตัวเองที่เราได้ ทุ่มเทกําลังกาย กําลังใจ มุ่งมั่น ตั้งใจด้วยความอดทนเสมอมาก็ขอขอบพระคุณครับ ขอปิดการประชุมเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณ

เลิกประชุมเวลา ๑๔.๕๖ นาฬิกา