รายงานการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ครั้งที่ ๖๖/๒๕๕๘ เปึนพิเศษ
วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเสนอแนะ ให้ความเห็นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... และได้มีการยื่นคําขอ แก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ต่อคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๕๔/๒๕๕๘ เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้รับทราบกรณีคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญมีมติขยายระยะเวลาพิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ออกไปอีก ๓๐ วันนับแต่วันที่พ้นกําหนดเวลา พิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ซึ่งก็คือวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ซึ่งระยะเวลาที่ ขยายออกไป จํานวน ๓๐ วันนั้นจะครบกําหนดที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ คือวันนี้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง
บัดนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพร้อมจะส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว จากนี้ผมจะขอเรียนเชิญ ประธานกรรมาธิการยกร่างรั ฐธรรมนูญได้ชี้แจงและส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ต่อไปครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว ) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๒ ได้บัญญัติให้มีคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ประกอบด้วยกรรมาธิการ จํานวน ๓๖ คน ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เปึนผู้แต่งตั้งตามประกาศสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๗ เพื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ได้รับ ความเห็นหรือข้อเสนอเสนอแนะจากสภาปฏิรูปแห่งชาติตามมาตรา ๓๑ (๒) แล้วเสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ฉบับแรกให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ และให้คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมของ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้แล้วเสร็จ ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ครบกําหนดยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง ปรากฏว่าได้มี ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... จํานวน ๘ คณะ และคณะรัฐมนตรีโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เสนอความคิดเห็นและยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... อีก ๑ คณะ ส่วนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไม่เสนอความคิดเห็นหรือยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ต่อมาได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยได้บัญญัติให้อํานาจคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขยายระยะเวลาพิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ออกไปได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องไม่เกิน ๓๐ วันนับแต่วันที่พ้นกําหนดเวลา พิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว และให้แจ้งมติขยายระยะเวลาพร้อมเหตุผลให้
สภาปฏิรูปแห่งชาติทราบก่อนกําหนดเวลานั้นด้วย ดังนั้น ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมจึงมีมติให้ ขยายระยะเวลาพิจารณาออกไปอีก ๓๐ วันนับแต่วันที่พ้นกําหนด ๖๐ วัน ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง กล่าวคือต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘ คือวันนี้ ซึ่งรวมระยะเวลาดําเนินการของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเปึนเวลา ๙ เดือน ๑๘ วันโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้จัดให้มีการประชุมทั้งหมด ๑๕๐ ครั้ง ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคําขอแก้ไขเพิ่มเติมและความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ของท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีทุกคําขอและทุกความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน ประกอบกับข้อคิดเห็น ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ประกอบกับข้อคิดเห็นของพรรคการเมือง และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเน้นเนื้อหาสาระและเหตุผลเปึนสําคัญภายใต้กรอบหลักการสําคัญของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๓๕ ซึ่งกําหนดให้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญตามที่มาตรา ๓๕ กําหนดไว้ ๑๐ ประการ และให้มีการประเมินผลองค์กรต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จัดตั้งขึ้น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้นําความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะทุกข้อเสนอแนะมาพิจารณาทุกข้อ และได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและพรรคการเมืองได้นํามาปรับร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ฉบับที่ได้นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ และฉบับซึ่งกระผมจะได้ส่งมอบต่อท่านประธานในวันนี้ ประเด็นการปรับแก้ไขเพิ่มเติมนั้น เปึนการนําความคิดเห็นของทุกกลุ่มรวมทั้งประชาชนด้วยมาปรับเปึนส่วนใหญ่ สําหรับความคิดเห็นของประชาชนนั้น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ความสําคัญ ไม่น้อยไปกว่าความคิดเห็นของผู้เสนอผู้อื่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ปรับตามนั้นก็คือการเลือกตั้งเปึนสิทธิหรือเปึนหน้าที่ในร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ฉบับที่เสนอ ต่อสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทบทวนแล้วเห็นว่าควรเปึนสิทธิ แต่เมื่อรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ประชาชนต้องการที่จะให้การเลือกตั้งเปึนหน้าที่ดังที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และพุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงมีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมให้การเลือกตั้งเปึนหน้าที่ดังเดิม ท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ในการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ นั้น ตามประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านานจะบัญญัติ การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ไว้ในคําปรารภของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ที่มีผลใช้บังคับ โดยการยกร่างคําปรารภนั้นจะกระทําเมื่อ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ได้รับความเห็นชอบในประชามติแล้ว และเปึนอํานาจหน้าที่ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่จะต้องนําความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาต่อไป คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจึงมิได้ยกร่างคําปรารภ เสนอมาด้วย
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้จัดทําร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอที่ประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว ) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กราบขอบพระคุณครับ
ในโอกาสนี้ ผมจะขอส่งต่อร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ฉบับนี้ให้กับ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง เพื่อนําไปแจกจ่ายกับท่านสมาชิกได้พิจารณา ต่อจากนี้นะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ส่งต่อ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... ให้แก่นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง)
เปึนอันเสร็จ การรับมอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... แล้ว ซึ่งสภาปฏิรูป แห่งชาติต้องรอไว้ ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... จากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อพ้นกําหนดนั้นแล้ว ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติประชุมเพื่อลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... นั้นทั้งฉบับภายใน ๓ วันนับแต่วันที่ครบกําหนดดังกล่าว ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว ) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ มาตรา ๓๗ วรรคสอง ซึ่งเราจะมี การนัดประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อลงมติในวันอาทิตย์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๘ ตามที่ผม ได้เคยแจ้งที่ประชุมแล้วนะครับ ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่มาประชุมครับ ขอป่ดประชุม