สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

เลิศรัตน์ รัตนวานิช กล่าวถึงการปฏิรูปและการป้องกันการทุจริต โดยอ้างถึงพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ และข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปและการป้องกันการทุจริต โดยขอแก้ไขข้อ 80 เพื่อให้มีภาระหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช กรรมาธิการ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ กัน ประมาณสัก ๓๐ ท่านนะครับ ซึ่งก็เป็นข้อสังเกต ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ มีหลายส่วน ก็สอดคล้องกัน มีหลายส่วนก็แตกต่างกัน ผมจะขอเลือกอย่างประเด็นที่อาจารย์ดุสิต ถามเรื่องการมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ อันนี้ขอเรียนว่ามีพระราชบัญญัติที่ออกมาในเรื่องของ การเรียกคนมาชี้แจง แต่เขาเรียกว่าพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นด้วยนัยนี้ซึ่งผมอ่านแล้วก็คงจะ ไม่ได้ให้อำนาจกับเราเช่นเดียวกับที่ให้อำนาจกับ ส.ส. หรือ ส.ว. อย่างไรก็ดีในข้อบังคับก็ได้ กำหนดกระบวนการที่ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะสามารถจะมีหนังสือไปเรียก ขอเอกสาร หรือเรียนเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อคิดเห็น หรือคำชี้แจงได้นะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่สามารถไปมีบทลงโทษ เพราะฉะนั้นตรงนี้กระผมคิดว่าอยู่ที่การสร้าง ความสัมพันธ์แล้วก็การใช้มธุรสวาจา หรือการติดต่อประสานงาน ผมเชื่อเหลือเกินนะครับ ไม่มีส่วนราชการไหนที่จะไม่ให้ความร่วมมือกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ ถ้ามีเดี๋ยวผมจะ ออกข่าวให้ ผมว่าเขาเดือดร้อนแน่นะครับ อาจจะโดน คสช. ย้ายนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการเชื่อมโยงของกรรมาธิการที่มีท่านอภิปรายโดยข้อบังคับ แต่ละท่านอยู่ได้ ๒ กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นถ้าเรามองดูอย่างการศึกษาซึ่งมีอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าท่าน ใน ๒๐ กว่าท่านอยู่ในอีกทุกกรรมาธิการเลยนะครับ เพราะมันยึดโยง โดยอัตโนมัติอยู่แล้วว่า ในกรรมาธิการของท่านจะมีคนอย่างน้อย ๑-๒ คนไปอยู่ใน กรรมาธิการอื่น ๆ เกือบทุกคณะ อันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่ทำให้เกิดการยึดโยงหรือว่า ท่านสามารถที่จะประสานงานได้อย่างใกล้ชิดนะครับ

ผมขออนุญาตเพื่อไม่ให้เสียเวลามากนะครับ ไล่ข้อ ๘๐ นะครับ ตามที่ได้ ปรึกษาหารือกับท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่าน และกรรมาธิการบางส่วนที่อยู่ที่นี่ ตลอดจน ท่านสมาชิก ที่ดีใจมากคือได้ข้อสรุปในเรื่องของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ นี่นะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ติดค้างกันมาตั้งแต่เราเริ่มต้นที่จะจัดคณะกรรมาธิการ ต่าง ๆ ว่าควรจะมีภาระหน้าที่อะไรบ้าง วันนี้ก็ได้ข้อลงตัวซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นที่พอใจ ของทุก ๆ ฝ่ายนะครับ ก็ขอดูที่ข้อ ๘๐ นิดหนึ่งนะครับ ข้อ ๘๐ ในบรรทัดที่ ๓ ได้เรียนแล้วว่า ขอเพิ่มคำว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา แล้วก็มีผู้พูดถึงเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ๒ ท่าน ก็ได้หารือกันแล้วว่าในวรรคแรกของข้อ ๓๐ นี่เป็นสิ่งซึ่งเหมือนกับเป็นกฎเหล็ก ที่กรรมาธิการที่ตั้งขึ้น ๑๖-๑๗ คณะต่อไปนี้จะต้องยึดถือเป็นแนวทาง เป็นไกด์ไลน์ (Guideline) ในการดำเนินงานให้อยู่ในกรอบนี้นะครับ ไม่ว่าจะเรื่องอย่างที่ท่านประดิษฐ์ ได้กรุณาพูดถึง ๓ เรื่องที่มีความสำคัญในการปฏิรูป คือเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะเป็นทางสังคมหรือทางเศรษฐกิจ เรื่องความเป็นธรรม แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบนะครับ ซึ่งทั้ง ๓ เรื่องนี้ก็จะไปสอดแทรก อยู่ในทุกกรรมาธิการ เพียงแต่เราเห็นความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีภาคเอกชนจำนวนมากได้ดำเนินการในเรื่องนี้มาในระยะเวลา ๒-๓ ปี อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว แต่ว่ากรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะนี่จะมุ่งเน้นไปสู่ การป้องกัน การป้องกันก็คือการออกกฎหมาย การไปดูสิ่งที่มันเป็นอยู่ในทุกวันนี้ว่า มันเกิดการประพฤติมิชอบ เกิดการทุจริตในระบบราชการและเอกชนได้อย่างไร ส่วนการปราบปรามนั้นหมายถึงการที่จะไปดูในเรื่องของหน่วยงานที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ต่าง ๆ ว่าเขาดำเนินการไปอย่างไร ควรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เรื่องของกฎ ข้อบังคับอะไรต่าง ๆ อย่างไร อันนั้นก็เป็นเจตนารมณ์ที่ท่านที่มีความประสงค์ จะมาทำงานในด้านของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะฉะนั้นผมก็เลยขออนุญาตเติมนะครับ ในข้อ ๘๐ บรรทัดที่ ๖ ขจัดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม การคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน เพิ่มคำว่า การคุ้มครองผู้บริโภค ไปตรงนี้เพื่อให้เห็นความสำคัญอย่างที่ท่านสมาชิก ๒ ท่านได้อภิปรายว่าทุกกรรมาธิการจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยนะครับ และในวรรคสอง ก็เติมคำเดียวก็คือ หากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา เติมแค่นั้นนะครับ วิสามัญประจำสภา ในวรรคสอง บรรทัดแรก หากคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภา คณะใดเห็นว่า ข้อ ๘๐ วรรคหนึ่งและวรรคสองก็เป็นไปตามนั้นนะครับ ในวรรคสาม อยู่หน้า ๑๕ เริ่มต้นในวรรคนำในส่วนนำของวรรคนี่ ให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาสิบเจ็ดคณะ แต่ละคณะประกอบด้วยสมาชิกจำนวน ไม่น้อยกว่าสิบสามคนแต่ไม่เกินยี่สิบเก้าคน และบุคคลผู้ไม่ได้เป็นสมาชิกไม่เกินจำนวน หนึ่งในสี่ของกรรมาธิการที่เป็นสมาชิกของแต่ละคณะ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้เสนอจากรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก ก็ขอแก้คำว่า สมัครเป็นสมาชิก แก้เป็น ผู้เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้ให้ ข้อเสนอแนะนะครับ อันนี้ก็ยังไม่ถึงกับว่า คือเราต้องการเปิดกว้างไว้นิดหนึ่งนะครับ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งท่านประธานของเรา เป็นประธานอยู่ จะได้หาวิธีการที่มันลงตัวที่สุดในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานงานกับกรรมาธิการทุกคณะ เพื่อจะได้บุคคล ๕-๖ คน ที่จะมาช่วยงานของท่าน ในระดับกรรมาธิการ แต่ในระดับของอนุกรรมาธิการที่เราจะพบต่อไป มีหลายท่านเสนอเรื่อง อนุกรรมาธิการ เราได้เปิดช่องให้ท่านตั้งอนุกรรมาธิการได้ตามความเหมาะสมจะ ๔ คน จะ ๕ คน จะ ๖ คน โดยประมาณ แต่ละอนุกรรมาธิการเราเปิดให้ท่านตั้งคนได้ถึง ๑๕ คน เพียงแต่ท่านส่งกรรมาธิการของท่าน ๑ คนลงไปเป็นประธานเท่านั้นเอง อีก ๑๔ คน ท่านสามารถเชิญคนนอก เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ เชิญผู้มีความเชี่ยวชาญงานในด้านนั้น ๆ มานั่งทำงาน นั่นก็คือผู้ปฏิบัติงานจริง ผมเองทำงานวุฒิสภามาหลายปี เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการพลังงาน งานที่ออกมาไม่ใช่งานที่ผมนั่งประชุมคณะกรรมาธิการ การพลังงานอาทิตย์ละครั้ง ๒ ชั่วโมง แต่เป็นงานที่อนุกรรมาธิการของผม ๔-๕-๖ คณะได้ไป ทำกันโดยที่ผมไม่เห็นเขาเลยว่าเขาไปทำกันตอนไหนอย่างไร พอหายไปสัก ๓ เดือน ๔ เดือน เขาก็มาเสนอว่าเรื่องพลังงานทดแทนเป็นอย่างนี้ เรื่องฟอสซิล เอนเนอร์จี (Fossil energy) เป็นอย่างนั้น จบ ก็รายงานสภา ก็ตั้งอนุกรรมาธิการใหม่ขึ้นมา ยกเลิกอนุกรรมาธิการนั้นไป ยืนยันได้ครับว่าผู้ทรงคุณวุฒิที่ท่านจะเชิญมาอยู่ในระดับ กรรมาธิการไม่ได้ทำอะไรสักเท่าไรหรอกครับ คือทำไม่ได้มากหรอก ก็จะเป็นผู้ให้ ความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะในการที่จะพินิจพิเคราะห์ข้อมูลที่มาจากอนุกรรมาธิการ ทั้งหลาย ซึ่งเราก็ปรับอนุกรรมาธิการให้เปิดกว้างมาก เพียง ๑ ท่านเท่านั้นเองลงไปเป็น ประธาน ที่เหลือท่านตั้งใครก็ได้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดได้ถึง ๑๔ ท่านนะครับ ในส่วนของ กรรมาธิการเราจะปรับแก้ให้ท่านประมาณ ๕-๖ กรรมาธิการดังนี้นะครับ ในส่วนที่จะเติมคำว่า ด้าน ได้ปรึกษากันแล้วนะครับว่าขออนุญาตไม่เติม เพราะว่ามันได้ใจความอยู่แล้ว โดยสมบูรณ์ เราตัดคำว่า วิสามัญ ออกไป เราใช้คำว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง คำว่า ด้าน อยู่ในอำนาจหน้าที่ มีอำนาจหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแนวทาง และข้อเสนอแนะเพื่อปฏิรูปด้านการเมือง เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ได้ความของมันดีอยู่แล้ว ถ้าเติมด้านเข้าไปก็จะเป็นคำเกินแล้วก็ไม่ได้บอกอะไรที่มากขึ้น และในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูป ในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (๑) การเมือง ก็ไม่มีด้านหรอกครับ เขาก็เขียนไปเรื่อย (๑๐) สังคม (๑๑) อื่น ๆ เพราะฉะนั้นคำว่า ด้าน ก็อิมไพล (Imply) นะครับ ก็มีความหมายว่า ในเรื่องนั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้นใน (๑) (๒) จนถึง (๕) ขอยืนไว้ตามเดิม แต่ตัดคำว่า วิสามัญ ออกจากทุกคณะ (๖) ขอตัดคำว่า เศรษฐกิจ ออกเพื่อให้สอดคล้องกับ (๗) ที่จะเกิดขึ้น ก็เป็น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเงินและการคลัง ตัดคำว่า เศรษฐกิจ ออก ไม่ได้เพิ่มอะไร ตัดออกเฉย ๆ แล้วก็ตัดคำว่า เศรษฐกิจ ออกในอำนาจหน้าที่ด้วย (๗) ปรับแก้ ดังนี้นะครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ตัดคำว่า และ ออก เขียนว่า อุตสาหกรรม ยังอยู่ การเกษตร ตัดออก ก็เป็น ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ใน (๗) คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ อันนี้ก็ได้หารือกับฝ่ายเศรษฐกิจทุกท่านแล้วนะครับ รวมทั้งท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ด้วย ท่านก็ให้ความเห็นชอบนะครับ แล้วก็เอาไปทำไปเขียนในอำนาจหน้าที่ก็จะออกมา เช่นเดียวกันว่า เพื่อการปฏิรูปด้านการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ อันนี้ก็คือเรียล เซคเตอร์นะครับ รายสาขา ถ้าจะเขียนแค่รายสาขาบางท่าน ก็อาจจะเอ๊ะ การท่องเที่ยวหายไปไหน ท่านกอบกุลกลับไปแล้ว ท่านอยากให้ผมใส่ การท่องเที่ยวไว้ด้วยนะครับ ก็นี่ต้องเอาใจคนนั้นเอาใจคนนี้บ้าง เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ อย่างไรก็งานเหมือนเดิมนะครับ (๘) (๙) (๑๐) ไม่มีแก้ไขนะครับ (๑๑) อันนี้เอาใจ ทหารอากาศนะครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน กิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ กิจการโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศก็แก้ใน อำนาจหน้าที่เช่นเดียวกันนะครับ ก็มีท่านถามนะครับ ผมอ่านให้ฟังสักนิดหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้าน การสื่อสารมวลชน กิจการโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศให้สัมฤทธิ์ผล รวมทั้ง มีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่สภามอบหมาย มีท่านถามว่าสัมฤทธิ์ผลนี่มันแปลว่าอะไรนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าท่านจะต้องเสนอแนะต่อสภาว่าท่านจะทำการศึกษาเรื่องอะไร และมีเป้าหมายอย่างไร เมื่อท่านไปทำการศึกษาแล้ว เมื่อท่านจบภารกิจนั่นแหละผมก็ถือว่า สัมฤทธิ์ผลตามภารกิจที่ท่านกำหนดไว้นะครับ อาจจะไปไม่ถึงดวงดาว ไปไม่ถึงที่จะปฏิรูปให้ ลดความเหลื่อมล้ำไปได้อย่างที่ท่านตั้งใจไว้ แต่ก็สัมฤทธิ์ผลในระดับหนึ่งนะครับ มันเกิดความสำเร็จนะครับ แต่เขียนให้เป็นศัพท์ที่อ่านดูแล้วขลังหน่อย ๆ นะครับ ต่อไป (๑๒) (๑๓) (๑๔) ขอไว้อย่างเดิม (๑๕) เหมือนเดิม (๑๖) เหมือนเดิม (๑๗) คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คุณนิมิตอยู่หรือเปล่าครับ คุณนิมิตทวง ใครทวงทรัพย์สิน ทางปัญญาครับ ก็แถมให้นะครับ (๑๗) คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา วิจัยและนวัตกรรมก็นำไปใส่ในอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกัน ต่อจาก เทคโนโลยีก็ใส่ทรัพย์สินทางปัญญา ต่อไป หากมีความจำเป็นสภาจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ประจำสภาเพิ่มขึ้นหรือลดจำนวนคณะกรรมาธิการลงเมื่อไดก็ได้ อันนี้ง่ายเลยนะครับ เสนอเป็นญัตติในสภาว่าอยากจะตั้งเพิ่มหรือที่ตั้งมาแล้วมันทำงานไม่ได้จะลดอย่างไร ก็คิดว่า สามารถดำเนินการได้ภายใน ๗ วันไม่ยาก ไม่ต้องไปแก้ข้อบังคับ อันนี้ทำได้เลยนะครับ วงเล็บต่อไปครับ สมาชิกคนหนึ่งจะดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาได้ไม่เกิน สองคณะ ก็ขอยืนไว้ ๒ คณะ เว้นแต่สมาชิกที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำสภา ให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาได้หนึ่งคณะ ผู้เป็นประธานก็ทำได้ ๑ คณะ สำหรับสมาชิกผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการของคณะกรรมาธิการ วิสามัญประจำสภาจะดำรงตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาอื่น อีกมิได้ เป็นได้ ๒ คณะ แต่เป็นเลขาได้คณะเดียวนะครับ ผู้ซึ่งเป็นกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญอาจดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาได้ไม่เกินหนึ่งคณะ แต่จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในคณะกรรมาธิการคณะนั้นมิได้ ก็ตัดแค่นี้นะครับ ที่เหลือตัดออก ทั้งนี้ ผู้นั้นต้องให้ความสำคัญกับการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันดับแรก ก็ตัดออกไปนะครับ วรรคสุดท้ายของข้อ ๘๐ เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภาจะดำเนินการศึกษา อันนี้มีผู้ถามด้วยความสงสัยนิดหน่อยว่าที่เขียนไว้ชัดเจนหรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นก็คือว่า เมื่อเราเริ่มจะศึกษาเรื่องใด หรือจะเสนอแนะเรื่องอะไรให้เกิดการปฏิรูปในเรื่องใด ๆ ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำสภารายงานให้สภาทราบ คือรายงานให้สภาทราบว่า เราจะศึกษาเรื่องอะไร และให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบทุก ๆ ๑ เดือน การรายงานอันนี้ ก็รายงานเป็นเอกสาร คุ้มครองผู้บริโภคเอาไปไว้เป็นภารกิจให้กับทุกคณะเลยอยู่ในข้อ ๘๐ วรรคหนึ่ง อันนี้เป็นอันว่าจบข้อ ๘๐ ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ