วินัย ดะห์ลัน หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม และเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณวิจัย พร้อมหารือเรื่องการจัดตั้งกรรมาธิการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิจัย และการคุ้มครองผู้บริโภค
ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธาน ผม วินัย ดะห์ลัน สมาชิกสภาปฏิรูป หมายเลข ๑๘๕ นะครับ ผมอยากจะ ขอเสนอความเห็นในบางเรื่อง ผมว่าเราคุยกันในเรื่องของการปฏิรูปทั้งสังคม เศรษฐกิจ เรื่องของศีลธรรม เรื่องของโครงสร้าง แต่ดูเหมือนเราจะลืมไปนะครับว่า ทุกอย่างที่เราปฏิรูปนั้น สิ่งหนึ่งถ้าสมมุติว่าเราไม่สามารถที่จะนำประเทศไทยกลับไปสู่เส้นทางการแข่งขันกับประเทศ ต่าง ๆ ในโลกได้เลย การปฏิรูปนั้นแม้ว่าจะสำเร็จ แต่เราก้าวตามโลกไม่ทันแล้ว เพราะฉะนั้น ก็ป่วยการนะครับกับการปฏิรูป สิ่งที่อยากจะแสดงความเห็นก็คือเราอยากจะเห็นการปฏิรูป สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการแข่งขันของประเทศไทย นั่นก็คือการเพิ่มความสามารถทางด้าน การแข่งขันของประเทศ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมนะครับ ซึ่งในที่นี้นั้นครอบคลุมเรื่องของไอพี (IP) หรือว่า อินเทลเล็กชวล พร็อพเพอร์ตี (Intellectual property) อยู่แล้ว วันนี้ประเทศอื่น หลายประเทศนะครับ เขามองประเทศไทยว่าเป็นประเทศโออีเอ็ม คันทรี (OEM Country) เป็นคำที่ไม่ใช่เป็นคำชมนะครับ เป็นคำที่ค่อนข้างจะดูถูกดูแคลน เรานี่รับจ้างการผลิต อย่างเดียว ผมไปที่ประเทศมาเลเซียมา ได้รับทราบว่าเขาส่งออกผลิตภัณฑ์จำนวนมาก แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เขามาว่าจ้างประเทศไทยในการผลิตแล้วก็ส่งออกไป อาจจะมีมูลค่า ค่อนข้างสูงในมูลค่าในการส่งออกของเขานะครับ เราจะทำการผลิตในลักษณะของ การรับจ้างอย่างเดียวโดยไม่พัฒนาผลิตภัณฑ์และไม่สร้างแบรนดิ้ง (Branding) ย่อมไม่ได้ เราไม่ค่อยสนับสนุนในเรื่องของงานวิจัย เราลืมเรื่องของอาร์แอนด์ดี (R&D) รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลอปเมนท์ (Research and Development) เราไปมุ่งในเรื่องของซีแอนด์ดี (C&D) ก็อปปี้ แอนด์ ดิวพลิเคท (Copy and Duplicate) มากจนเกินไปนะครับ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง ผมเพิ่งกลับมาจากการบรรยายที่ในงานเวิลด์ ฮาลาล เดย์ (World Halal Day) ที่สิงคโปร์ เรื่องของฮาลาลนั้นหลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของ ผลประโยชน์ในสังคมมุสลิม ไม่ใช่ครับ วันนี้ฮาลาลกลายเป็นผลประโยชน์ของชาติต่าง ๆ นะครับ เพราะในการประชุมเวิลด์ ฮาลาล เดย์ นั้น ปรากฏว่าญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ รวมทั้งรัสเซีย ประกาศตัวเองมาว่าจะเป็นฮาลาลฮับ (Halal Hub) กันไปหมดแล้วนะครับ ตลาดฮาลาลนั้นใหญ่มาก มีมูลค่าถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา การแข่งขัน ด้านฮาลาลในอนาคตจะเป็นเรื่องของไซแอนซ์ เทคโนโลยี อินโนเวชัน (Science Technology Innovation) อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งทำก็คือ เรื่องของการเพิ่มงบประมาณวิจัย ขณะนี้งบประมาณวิจัยของไทยถ้าเทียบกับมูลค่าของจีดีพี (GDP) เราต่ำมาก มาเลเซียมีมูลค่าด้านนี้ในรูปของสัดส่วนนั้นมากกว่าประเทศไทยถึง ๔ เท่า ไต้หวันเท่าที่ทราบ ๘ เท่านะครับ เราไม่ต้องไปเทียบกับสิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งสูงกว่า ประเทศไทยเป็น ๑๐ เท่า ถ้าสมมุติว่าเราต้องการที่จะสนับสนุนการแข่งขันเรื่องของการให้ การสนับสนุนต่อมหาวิทยาลัยวิจัยของประเทศไทย เราพูดกันมาตลอดนะครับ แต่ว่าไม่เคยมี เม็ดเงินลงไปเลย ผมในฐานะที่เป็นนักวิจัยได้เห็น ได้รู้สึกกับการขาดการสนับสนุนในเรื่อง ของงบประมาณทางด้านการวิจัยนะครับ ก็อยากจะให้เรื่องราวเหล่านี้นั้นเป็นรูปธรรม เสียทีนะครับ อยากจะขอเสนอดังนี้นะครับ
อันที่ ๑ ผมอยากจะขยายความสำคัญของกรรมาธิการปฏิรูป ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมที่มีการเขียนไว้ เพียงแต่ว่าอยากจะขอ เปลี่ยนชื่อนิดหนึ่งนะครับ เป็น กรรมาธิการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิจัย เปลี่ยน วิจัย ไปอยู่ด้านหลังนะครับ เนื่องจากว่าพอเราไปใช้เป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ คือ ไซแอนซ์ เทคโนโลยี อินโนเวชัน แอนด์ รีเสิร์ช เอสทีไออาร์ (Science Technology Innovation and Research : STIR) มันก็น่าจะเป็นตัวที่จะบ่งชี้ถึงความสำคัญของงานที่เรา ให้ความสำคัญนี้ได้นะครับ ถ้าสมมุติเราไม่ทำนั้น เราก็คงแข่งขันได้ยากนะครับ
อันที่ ๒ ก็อยากจะให้มีกรรมาธิการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม แล้วก็ให้ความสำคัญกับงานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลนะครับ เนื่องจากขณะนี้ อยากจะให้ทราบนะครับว่าประเทศไทยเราเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องนี้ ก็ไม่อยากให้งาน ทางด้านนี้นั้นเราลดความสำคัญลง ขณะนี้ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และอีกหลายประเทศ เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของงานวิทยาศาสตร์ฮาลาลมากขึ้นแล้วนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะพูดถึงนะครับ ก็อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมนี่นะครับ ก็อยากจะสนับสนุนการจัดตั้งกรรมาธิการ ปฏิรูปด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากว่าในระบบเศรษฐกิจนั้นเซกชัน (Section) ที่ใหญ่ที่สุดก็คือเซกชันของผู้บริโภค หากภาคประชาชนจะได้รับความสำคัญมากขึ้น ได้รับการแบ่งสรรอำนาจมากขึ้น การจัดตั้งกรรมาธิการปฏิรูปด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ก็จะเป็นเรื่องที่ภาคประชาชนสัมผัสได้ เห็นได้ แล้วก็จะเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดนะครับว่า สภาปฏิรูปของเรานั้นมองเห็นประชาชนผ่านทางด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ขอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ